ฝันสลายของชาย‘ไร้ช้อนทอง’

December 21, 2019
by กนกวรรณ เกิดผลานันท์

แนวคิดเรื่องช้อนดินกับช้อนทอง หรือคนที่มาจากครอบครัวร่ำรวยมีมานานแล้ว แต่ถูกพูดถึงมากช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บั่นทอนเสียงสนับสนุนประธานาธิบดีมุน แจอิน

HIGHLIGHTS

 

  • ตอนนี้ช้อนทองคำกลายเป็นของขวัญยอดนิยมชิ้นใหม่ที่คนเกาหลีใต้นิยมซื้อให้เด็ก เป็นของขวัญวันเกิดครบรอบ 1 ขวบ แทนการให้แหวนทองคำ เป็นสัญลักษณ์ว่าเด็กๆ จะมีชีวิตมั่งคั่งในวันข้างหน้า

 

  •   แนวคิดเรื่องคาบช้อนดินกับช้อนทอง สะท้อนออกมาในวัฒนธรรมป็อบช่วงไม่กี่ปีหลัง ดังภาพยนตร์เรื่อง Parasite ของผู้กำกับบอง จุน โฮ บอกเล่าเรื่องราวของสองครอบครัวที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ฮิตถล่มทลายทั้งในและนอกประเทศ ชนะรางวัลปาล์มทองคำและเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

 

คนไทยคุ้นเคยกันดีกับสำนวน “คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด” หมายถึงคนๆ นั้นเกิดมาในครอบครัวร่ำรวย ชีวิตสุขสบาย ที่เกาหลีใต้ก็มีสำนวนแบบนี้เหมือนกันโดยเฉพาะไม่กี่ปีหลัง นั่นสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำในสังคมที่เพิ่มมากขึ้นทุกที ประชากรจำนวนมากเป็นพวก “ช้อนดิน” ชีวิตยากลำบากกว่าใครเพื่อน

 

ฮวัง ฮยอน ดง ใช้ชีวิตอยู่ในห้องขนาด 6.6 ตารางเมตรใกล้มหาวิทยาลัยในกรุงโซล เป็นห้องพักแบบห้องน้ำและครัวรวม อาหารฟรี ค่าเช่าเดือนละ 3.5 แสนวอน (ราว 9,000 บาท) 

 

ห้องโล่งๆ แบบนี้เดิมทีเคยเป็นที่ที่นักศึกษารายได้น้อยเข้ามาเช่าชั่วคราว เพื่อกักตัวเองอ่านหนังสือสอบเข้าทำงานราชการ แต่ตอนนี้คนหนุ่มนิยมมาเช่าเป็นบ้านถาวรมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือ ฮวัง ผู้เรียกตัวเองว่า เป็นพวกคาบช้อนดินมาเกิด ครอบครัวยากจนสิ้นหวังต่อการขยับชนชั้นทางสังคม

 

“ถ้าผมพยายามมากพอก็จะได้งานดีๆ แล้วจะซื้อบ้านได้จริงมั้ย ผมจะลดช่องว่างที่นับวันยิ่งกว้างขึ้นได้หรือเปล่า” หนุ่มวัย 25 ปี ที่ใช้ชีวิตในห้องเล็กๆ เสื้อผ้ากองสุมอยู่บนเตียงตั้งคำถามที่ไร้คำตอบ

 

แนวคิดเรื่องช้อนดินกับช้อนทอง หรือคนที่มาจากครอบครัวร่ำรวยมีมานานแล้ว แต่ถูกพูดถึงมากช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บั่นทอนเสียงสนับสนุนประธานาธิบดีมุน แจอิน

 

ประธานาธิบดีมุน ได้รับเลือกตั้งเมื่อปี 2560 ด้วยนโยบายสร้างความเป็นธรรมทางสังคมและเศรษฐกิจ แต่ผ่านไปครึ่งทางจากวาระ 5 ปี นโยบายที่ประกาศไว้คืบหน้าน้อยมาก จนแทบไม่มีอะไรไปอวดคนหนุ่มสาวที่ต้องเผชิญกับความเหลื่อมล้ำดิ่งลึกในสังคม

 

ความไม่เท่าเทียมกันด้านรายได้เพิ่มมากขึ้นนับตั้งแต่มุนเป็นประธานาธิบดี ตัวเลขทางการระบุว่า

งานเงินเดือนสูงสุดทำรายได้มากกว่างานเงินเดือนต่ำสุดถึง 5.5 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 4.9 เท่าก่อนที่มุนรับตำแหน่ง

 

ฮวัง นักศึกษาด้านสื่อสารมวลชนชั้นปีที่ 3กล่าวว่า เรื่องทุจริตฉาวที่เกี่ยวข้องกับโช กุก อดีตรัฐมนตรียุติธรรม ปลุกให้พวกช้อนดินอย่างเขาที่เชื่อว่าทำงานหนักแล้วได้ดีต้องฉุกคิด

 

โช และภรรยาที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ถูกกล่าวหาว่าใช้ตำแหน่งหน้าที่ช่วยให้บุตรสาวได้เข้าเรียนในโรงเรียนแพทย์เมื่อปี 2558

 

โชยอมรับว่า เขาเป็นพวกคาบช้อนทองมาเกิดและเป็นลิเบอรัลที่มีเงิน ได้แรงบันดาลใจมาจากความยุติธรรมทางสังคม แต่วิธีการใช้เส้นสายให้ลูกสาวตัวเองของเขาถูกตอบโต้รุนแรงจนต้องลาออกจากตำแหน่ง รมต.ในเดือน ต.ค. หลังจากรับตำแหน่งได้เพียง 1 เดือน ส่วนภรรยาของโชถูกดำเนินคดีจากข้อกล่าวหาทุจริตและฉ้อโกง

 

สำหรับคนหนุ่มสาวที่ดิ้นรนสู้ชีวิต เรื่องฉาวของโชที่เป็นชนวนให้เกิดการประท้วงประธานาธิบดีมุนครั้งใหญ่สุด แสดงให้เห็นว่า พวกช้อนทองได้สถานะและความมั่งคั่งของพ่อแม่มาหนุนให้ก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป

 

 เดือน ก.ย. บริษัทจัดหางาน “ซารามิน” สำรวจความคิดเห็นประชาชน 3,289 คน 3 ใน 4 ตอบว่า ภูมิหลังผู้ปกครองเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของลูก

 

“ผมไม่อยากจะบ่น พวกเราต่างกันตั้งแต่จุดสตาร์ท แต่มันน่าโมโหตรงที่บางคนได้รับความช่วยเหลืออย่างไม่เหมาะสม โอเค ผมเข้าใจ บางคนก็ใช้เวลาเรียนหนังสือ ขณะที่ผมต้องทำงาน แต่พวกเขาได้รับความช่วยเหลืออย่างที่ไม่น่าจะช่วย นั่นล่ะที่น่าโกรธ” คิม แจ ฮุน วัย 26 ปี ผู้อาศัยในห้องรูหนูอีกคนหนึ่งให้ความเห็น

 

คิมทำงานพาร์ทไทม์เป็นเด็กเสิร์ฟในบาร์แห่งหนึ่งใกล้มหาวิทยาลัย รายได้เดือนละ 4 แสนวอนนำมาจ่ายค่าเช่า ค่าอาหารและค่าใช้จ่ายอื่นๆ อาหารส่วนใหญ่ที่รับประทานคือ “ข้าวถ้วย” ที่ปรุงจากห้องครัวกลาง อาหารราคาถูกแค่ข้าวโปะด้วยไข่และหัวหอมเหยาะซอส

 

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งหนุ่มสาวผู้มีรายได้น้อยอย่างคิม ชิงชังประธานาธิบดีมุนด้วยจำนวนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์

แกลลัพโคเรียระบุว่า ภายในเดือน ต.ค. ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอายุระหว่าง 19-29 ปี สนับสนุนมุนลดลงเหลือ 44% จาก 90% ในเดือน มิ.ย. ขณะเดียวกันเสียงสนับสนุนในหมู่คนรายได้ต่ำก็ร่วงลง 44% จากกลางปี 2560

 

“ประธานาธิบดีมุนพูดเสมอเรื่องโอกาสและเวทีแข่งขันที่เท่าเทียมกัน พูดถึงความยุติธรรม แต่ผมรู้สึกเหมือนถูกหักหลัง เพราะสถานการณ์ตอนนี้แตกต่างกับสิ่งที่เขาให้คำมั่นไว้” ฮวัง ผู้ลงคะแนนเลือกมุนกล่าวด้วยความผิดหวัง

 

คนงานสูงอายุก็รู้สึกเหมือนถูกตบหน้า เมื่อมุนพยายามเปิดโอกาสจ้างงานและความยุติธรรมทางสังคมให้กับแรงงานอายุน้อย

 

การประชุมกับผู้ใช้แรงงานเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ที่ศาลาประชาคมแห่งหนึ่งและถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ มุนยอมรับว่าเขาทำไม่ได้ตามที่สัญญาไว้ เสียงสนับสนุนในหมู่คนหนุ่มสาวที่ลดลงเป็นเครืื่องพิสูจน์ว่า เขาทำให้คนเหล่านั้นผิดหวัง

 

แนวคิดเรื่องคาบช้อนดินกับช้อนทอง สะท้อนออกมาในวัฒนธรรมป็อบช่วงไม่กี่ปีหลัง ดังภาพยนตร์เรื่อง Parasite ของผู้กำกับบอง จุน โฮ บอกเล่าเรื่องราวของสองครอบครัวที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ฮิตถล่มทลายทั้งในและนอกประเทศ ชนะรางวัลปาล์มทองคำและเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

 

หรือการ์ตูนแนวแฟนตาซีเรื่อง “ช้อนทองคำ” กล่าวถึงเด็กชายยากจนแต่สลับครอบครัวกับเพื่อนร่ำรวยด้วยการรับประทานอาหารจากช้อนทองคำมหัศจรรย์กำลังจะทำเป็นซีรีส์โทรทัศน์

 

แม้แต่บอยแบนด์ยอดฮิตอย่างบีทีเอส ที่รู้จักกันในนามไอดอลคาบช้อนดิน เพราะความดิ้นรนต่อสู้ขยับชั้นทางสังคม เนื้อเพลง “ไฟ” ของวงท่อนหนึ่งร้องว่า “อย่าเรียกผมว่าช้อนผมก็เป็นคน”

 

ตอนนี้ช้อนทองคำกลายเป็นของขวัญยอดนิยมชิ้นใหม่ที่คนเกาหลีใต้นิยมซื้อให้เด็ก เป็นของขวัญวันเกิดครบรอบ 1 ขวบ แทนการให้แหวนทองคำ เป็นสัญลักษณ์ว่าเด็กๆ จะมีชีวิตมั่งคั่งในวันข้างหน้า

 

คิม จอง มิน ผู้นำกลุ่มประชาสังคมยูธ แตอิล ที่สนับสนุนคนหางานวัยหนุ่มสาวและพนักงานชั่วคราวมองว่า การที่วัฒนธรรมป็อบนำเสนอข้อเท็จจริงเรื่องช้อนทองคำและช้อนดินออกมาในหลากหลายสื่อ

 

สะท้อนว่าคนกลุ่มที่ไม่มีอะไรเลยกำลังขมขื่นกับความสิ้นหวัง

“แต่คนที่มีอำนาจในรัฐบาลประธานาธิบดีมุนและพรรครัฐบาล ที่เรียกตัวเองว่าเป็นนักปฏิรูป ก็ไม่แตกต่างจากนักการเมืองหน้าเก่า ที่ไม่เคยรับฟังความเจ็บปวดของคนรายได้น้อย” ตัวแทนภาคประชาสังคมสะท้อนถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ถ่างกว้างมากขึ้นในสังคมเกาหลีใต้ 

...................

จากคอลัมน์ไร้พรมแดน ฉบับวันศุกร์ 20 ธ.ค.2562  

ที่มา : รอยเตอร์ ภาพ : เอเอฟพี

 

 

IMG_9505