เสม็ด...ไม่เสร็จ ‘ขยะ’

December 16, 2019
by นฤมล ทับปาน

ว่าด้วยวาระขยะแห่งชาติ เสม็ดคือผู้ก้าวข้ามวิกฤตขยะกองโตด้วยวิธีแสนง่าย ลดและแยกขยะในมือ

 

แยกขยะทำไม ในเมื่อสุดท้ายก็ถูกเทรวมกัน?

นี่เป็นทั้งคำถามและข้อสงสัยที่มักจะได้ยินทุกครั้งเมื่อพูดถึงประเด็นการคัดแยกขยะจากต้นทาง เรากำลังสร้างความเข้าใจผิดๆ ให้กันอยู่หรือไม่ หากพิจารณาดูจะเห็นว่าด้วยการทำงานอันเร่งรีบในเมืองใหญ่ พนักงานเก็บขยะก็เช่นกันที่ต้องทำงานแข่งกับเวลาอันจำกัด ดังนั้นขั้นตอนแรกที่พวกเขาต้องทำคือการเทขยะลงหีบทั้งหมด แล้วทำการแยกมันอย่างคราวๆ บนรถ ที่สำคัญคือถุงขยะเหล่านั้นเต็มไปด้วยขยะนานาชนิดรวมกันในถุงเดียว ที่หนักไปกว่านั้นคือพลาสติก กระป๋อง และเศษอาหารถูกเทรวมกันในถุงดำ โดยไม่คิดก่อนทิ้ง กลายเป็นพฤติกรรมการทิ้งที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ ประเทศไทยยังคงเป็นเจ้าแห่งการครองอันดับปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่แพ้ชาติใดในโลก หลังถูกจัดอันดับว่าเป็นประเทศที่สร้างขยะพลาสติกในทะเลอันดับ 6 ของโลก ทว่ายังมีเรื่องน่ายินดีที่ช่วง 1-2 ปีมานี้บ้านเราตื่นตัวเรื่องนี้กันมากขึ้น ไม่ว่าจะห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ร้านสะดวกซื้อยอดฮิต หรือแม้แต่ผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร ตามหัวเมืองท่องเที่ยวต่างๆ หันมารณรงค์งดใช้ถุงพลาสติก และจะเลิกใช้ถาวรเป็นวาระแห่งชาติในวันที่ 1 มกราคม 2563 นี้

 

cocacola-311_0

 

  • เสม็ด...รักษ์โลก

‘เสม็ด’ หมู่เกาะในจังหวัดระยองที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘เกาะสวาทหาดสวรรค์’ ของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ประสบปัญหาเรื่องการจัดการขยะ

เนื่องด้วยเสม็ด เปิดรับนักท่องเที่ยวจากทั่วมุมโลกตลอดทั้งปี ทำให้ในแต่ละปีมีจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 1.2 ล้านคน ส่งผลให้ปริมาณขยะบนเกาะมีมากเกินความสามารถในการจัดการ ขยะบางส่วนไม่ได้ถูกคัดแยกอย่างเหมาะสมตั้งแต่ต้นทางและยากที่จะนำไปจัดการต่ออย่างมีประสิทธิภาพ กลายเป็นหนึ่งในปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตคนในชุมชนและระบบนิเวศ แต่ยังส่งผลกระทบไปยังอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของเกาะเสม็ด 

ที่ผ่านมาเสม็ดไม่มีช่วงพักฟื้น ทำให้สภาพพื้นที่และการจัดการต่างๆ เริ่มด้อยประสิทธิภาพ การจัดการขยะจึงเป็นความท้าทายของคนในพื้นที่ พวกเขาจะต้องจัดการขยะจำนวนมหาศาลในแต่ละปีทั้งขยะในทะเลและขยะจากบนบกที่มาจากชาวบ้านเองและนักท่องเที่ยวที่เวียนเข้าออกเกาะแห่งนี้ นั่นจึงเป็นที่มาของโมเดลผู้ประกอบการใส่ใจสิ่งแวดล้อมต้นแบบ

 

cocacola-187

 

จันทร์จิรา สังข์สุวรรณ ผู้จัดการ White Sand Resort เล่าว่า ปัญหาขยะในตอนนี้ สามารถลดการเพิ่มขยะใหม่ได้แล้ว แต่ขยะเก่าที่ยังจัดการไม่หมดนี่เองที่เป็นปัญหาคาราคาซังอยู่ ขยะถูกทับถมกันที่หลุมขยะรวมราวๆ 30 ปีมาแล้ว เธอมองว่าถ้าจะเผาขยะพวกนั้นเบ็ดเสร็จบนเกาะและไม่กระทบสิ่งแวดล้อมด้วย แน่นอนว่าจะต้องมีเครื่องมือทันสมัยที่จะจัดการขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลนี้ได้ ซึ่งตอนนี้การจัดการขยะที่เกาะเสม็ดเป็นการขนขยะจากบนเกาะออกไปจัดการนอกเกาะหรือเรียกง่ายๆ ว่าทิ้งขยะจากบ้านเราให้บ้านอื่น เพราะงบประมาณในการขนส่งขยะออกนอกเกาะก็ค่อนข้างสูงพอสมควร ส่วนขยะรีไซเคิลกับขยะอินทรีย์สามารถที่จะบริหารจัดการได้อย่างลงตัวแล้ว แต่ขยะทั่วไปที่ไม่สามารถแยกไปรีไซเคิลหรือว่าแยกไปเป็นขยะอินทรีย์ได้ยังเป็นปัญหาอยู่ จาก 1 ปีที่ผ่านมาที่มีความพยายามลดการใช้ถุงพลาสติก ทำให้ความฟูของขยะพลาสติกลดลงไปมาก

“ปัญหาขยะบนเกาะเสม็ดเมื่อก่อนกับตอนนี้บนเกาะเสม็ดต่างกันอย่างสิ้นเชิง เมื่อก่อนเราทิ้งกันอย่างเดียวไม่มีการแยกใดๆ แต่ 20 ปีให้หลังมานี่ดีขึ้น มีการสนับสนุนให้คัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง และแยกตั้งแต่รถขนขยะ คันหนึ่งจะเก็บขยะทั่วไป ส่วนอีกคันจะเป็นกระบะไว้เก็บขยะเปียก ทำให้การบริหารจัดการขยะที่หลุมง่ายขึ้นเยอะ” จันทร์จิรา พูดถึงปัญหาขยะบนเกาะเสม็ดที่ผ่านๆ มา

นอกจากการแยกขยะที่สามารถรีไซเคิลได้ อย่างพวกกระป๋อง ขวดพลาสติก ขยะทั่วไป เช่น ถุงพลาสติก ซองขนม และขยะอันตราย พวกเศษแก้ว และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ แล้ว ขยะอีกประเภทที่ย่อยสลายเองได้

อย่างขยะอินทรีย์ หรือที่รู้จักกันดีว่า ‘ขยะอาหาร (Food waste)’ ยังต่อยอดให้เป็นขยะที่มีประโยชน์สูงสุด ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ‘โคคา-โคลา’ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างมูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และมูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน x The Cloud ได้จัดกิจกรรม ‘มาหาเสม็ด’ ฉายภาพการจัดการขยะอย่างยั่งยืนของคนบนเกาะแห่งนี้ 

 

  • Food waste สู่ Zero waste

เป็นไปได้ยากที่จะทำให้ขยะอาหารกลายเป็นศูนย์ ในเมื่อภาคอุตสาหกรรมยังคงผลิตอาหารเพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคเกินความจำเป็น ทำให้ขยะอาหารคือหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อโลกไม่น้อยไปกว่าก๊าซเรือนกระจก

ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ ขยะพลาสติกหลังการบริโภค 1.930 ล้านตัน ใช้ประโยชน์รีไซเคิล 0.390 ล้านตัน ไม่ใช้ประโยชน์ 1.510 ล้านตัน หลุดรอดสู่สิ่งแวดล้อม 0.03 ล้านตัน ทั้งนี้ ขยะอาหารคิดเป็น 64 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณกองขยะทั้งหมด ในจำนวนนี้มีขยะรีไซเคิล 30 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ปริมาณของขยะอันตรายและขยะทั่วไปพบเท่ากันเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ แต่ขยะอาหารยังนำไปใช้ประโยชน์น้อยมาก เนื่องจากไม่มีการแยกขยะก่อนทิ้ง

ในฐานะเจ้าบ้าน จันทร์จิราบอกว่า food waste เป็นปัญหาที่แก้ไขยาก และในฐานะผู้สร้างขยะ เธอพยายามหาทางออกที่ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม เริ่มตั้งแต่ต้นทางการผลิตอาหารจานเด็ดนั่นก็คือขั้นตอนการจ่ายตลาด ซึ่งในแต่ละครั้งจะต้องมีถุงพลาสติกกลับมาน้อยที่สุด ด้วยการพกตะกร้าสำหรับใส่ของทดแทนการใช้ถุงพลาสติก หรือไม่ก็จะพกถุงพลาสติกที่ใช้แล้วไปใช้ซ้ำอีก ซึ่งถุงพลาสติกที่ได้กลับมานั้นจะนำมาทำความสะอาดและนำกลับมาใช้ซ้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

cocacola-249_0

 

สำหรับเศษอาหารที่เหลือแต่ละมื้อ เธอพยายามจัดการกับขยะอาหารพวกนั้น โดยแยกเศษอาหารอย่างละเอียด เศษผักผลไม้ นำไปหมัก 3 เดือนจนเปรี้ยวได้ที่ กลายเป็น 'น้ำหมักชีวภาพ' ใช้กำจัดกลิ่นคาวหลังครัว กลิ่นเหม็นของห้องน้ำ สลายไขมันและตะกอนในบ่อเกรอะ เปลี่ยนน้ำเสียเป็นน้ำดีใช้รดน้ำต้นไม้ ส่วนกากที่ได้จากการหมัก จะถูกนำไปหมักกับดินและเศษหญ้าเศษใบไม้ต่างๆ จนกลายเป็นปุ๋ย ลดการเผาใบไม้และหญ้าได้ ใช้ปลูกต้นไม้ได้ ถือเป็นปุ๋ยชั้นดีเลยทีเดียว โดยเฉพาะเปลือกไข่เป็นแคลเซียมดีๆ นี่เอง แต่จะต้องนำไปคั่วและบดให้ละเอียดก่อน เท่ากับว่าเศษผักผลไม้ในครัวก็หมดไป

“เราแยกแม้แต่ข้าวกับเนื้อไก่ เนื้อปลาที่กินเหลือ เพราะจะมีคนมารับไปเลี้ยงสุนัขจรจัด”

เธอย้ำอีกว่า ขยะเศษอาหารนี้หากไปปนเปื้อนในพลาสติกหรือกระป๋อง ที่ยังสามารถนำไปรีไซเคิลได้ จะทำให้นำไปรีไซเคิลต่อไม่ได้ทันที เสียโอกาสในการนำกลับมาใช้ใหม่ด้วย ดังนั้นวิธีการจัดการที่ดีที่สุดคือเราต้องไม่ให้เศษอาหารนั้นปนเปื้อนกับขยะที่รีไซเคิลได้ และจะดีกว่าถ้าเราสั่งแต่พอดีและกินให้หมด ไม่เหลือเศษอาหารไว้ให้เป็นภาระในกระบวนการกำจัด

ส่วนขยะรีไซเคิลนั้น ไม่เป็นไรปัญหาสำหรับรีสอร์ทแห่งนี้ เพราะพนักงานจะคัดแยกขยะรีไซเคิลที่แยกออกมาแล้วไปขายเป็นรายได้ได้อีกทางหนึ่ง เป็นการช่วยลดปริมาณขยะและช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมบนเกาะเสม็ดได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ลบภาพลักษณ์เกาะเสม็ดที่ว่าไม่สวย เต็มไปด้วยขยะ

จันทร์จิราคลุกคลีกับการคัดแยกขยะมากว่า 10 ปีแล้ว ทำมาก่อนที่หน่วยงานราชการจะเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาเสียอีก แต่งบประมาณเป็นเรื่องเกินความสามารถของคนตัวเล็กๆ อย่างพวกเธอ เนื่องจากว่าต้องใช้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะคนบนเกาะมีมากขึ้น นักท่องเที่ยวเข้ามาแต่ละปีเป็นแสนๆ คน และในแต่ละปีเจอขยะเป็นล้านตัน หากจัดการไม่ดีปัญหาขยะนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเสื่อมโทรมให้เกาะเสม็ดอย่างถาวร

“ถ้าเราใช้แล้วไม่ช่วยกันดูแลแล้วใครจะมาเที่ยวบ้านเรา มันก็เหมือนทุบหม้อข้าวตัวเอง เราพยายามจะสร้างจิตสำนึกเรื่องนี้ตลอด ต้องทำให้ได้ด้วยตัวเอง ถึงแม้จะมีคนมาช่วยแต่เขาก็ช่วยเราได้แค่ปลายทาง ต้นทางเราต้องเป็นคนเริ่มต้นทำเอง เราพูดอยู่เสมอว่าถ้าบ้านเรามีขยะเยอะ ใครจะมาเที่ยว แล้วถ้าเขาไม่มาเราจะมีรายได้อะไรจากตรงนี้”

 

  • แยกสักนิด ก่อนคิดทิ้งขยะ

ปัญหาของ ‘การไม่แยกขยะ’ ไม่เพียงเพิ่มภาระให้พนักงานเก็บขยะ ทว่าเมื่อขยะหลายประเภทมารวมกัน ยิ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรีย นำไปสู่ปัญหาขยะล้นโลกที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและตามมาด้วยปัญหาสุขภาวะอย่างน่าเป็นห่วง

 

cocacola-134

 

การจัดการขยะในแต่ละวันบนเกาะเสม็ดจากการประเมินของ ไพบูลย์ บุญสม เจ้าของโรงงานรีไซเคิลขยะ บริษัทไทยไพบูลย์ ระยอง จำกัด พบว่าในแต่ละวันเขาต้องจัดการกับขยะในปริมาณ 10 ตัน และเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในช่วงไฮซีซั่น ด้วยพนักงานเพียง 15 คน ซึ่งพื้นที่กำจัดขยะมีอยู่เพียง 10 ไร่ บนเกาะเสม็ด โดยมี 3 หน่วยงานหลักที่ดูแลเรื่องการจัดการขยะในพื้นที่นี้ คือ อบต.เพ, อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า และอบจ.ระยอง

“ขยะ 10 กว่าตันจะถูกนำมาคัดแยกผ่านสายพาย ทำการรีไซเคิลในเบื้องต้น และผ่านเครื่องร่อนแยกพลาสติกกับอินทรีย์ออกจากัน และจะมีสายพานแม่เหล็กดูดกระป๋องต่างๆ ออก ขยะอินทรีย์จะออกด้านล่างของเครื่องร่อน นำไปทำปุ๋ยหมักต่อไป ขยะสามารถทำประโยชน์ได้มากกว่าที่คิด ผลิตกระแสไฟฟ้าได้”

ขยะบนเกาะเสม็ดแยกได้เป็นขยะรีไซเคิล พวกพลาสติก กระป๋อง อย่างที่สองจะเป็นขยะแห้งหรือขยะทั่วไป และอย่างสุดท้ายคือ ขยะอินทรีย์ นั่นก็คือพวกเศษอาหารต่างๆ ที่สามารถนำไปทำปุ๋ยหมักชีวภาพได้ สำหรับขยะทั่วไป คือขยะที่ชาวบ้านยังไม่ได้แยก มีทั้งที่รีไซเคิลได้และเศษอาหารปะปนกันอยู่ แน่นอนว่ามีค่อนข้างเยอะ จะต้องนำไปกำจัดที่ศูนย์ที่มีระบบคัดแยกขยะ เพื่อแยกให้เป็นรีไซเคิลและอินทรีย์ ซึ่งต้องคัดแยกให้หมดวันต่อวัน ขั้นตอนที่เขาบอกว่าสาหัสสากรรจ์เป็นกระบวนการขนย้ายออกจากเกาะ ต้องใช้รถคีบเพื่อนำมาใส่ในรถหกล้อเล็ก เนื่องจากว่าบริเวณท่าเรือ รถบรรทุกขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้ามาได้

“ทุกๆ วันเราจะได้ขยะพลาสติกอยู่ที่ประมาณ 5 ก้อนเป็นอย่างต่ำ ในหนึ่งก้อนมีน้ำหนักอยู่ที่ 500 กิโลกรัมได้ ส่งต่อไปที่ศูนย์กำจัด อบจ.ระยอง และบริษัทของเราที่กำจัดขยะเพื่อเป็นพลังงานเชื้อเพลิง ส่งต่อไปยังโรงไฟฟ้าสระบุรี ทีพีไอ โพลี เพื่อนำไปเผาและแปรสภาพเป็นพลังงานไฟฟ้าต่อไปเป็น RDM ที่มีค่าความร้อน 3000 กิโลแคลฯ ขึ้นไป ซึ่งเราพยายามที่จะหาเทคโนโลยีมาจัดการขยะให้เบ็ดเสร็จบนเกาะ ลดการนำขยะออกจากเกาะให้น้อยที่สุด”

กว่าขยะจะผ่านเข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างถูกสุขลักษณะ ขยะใหม่ก็เข้ามาทับถม ต้องใช้ทรัพยากรมากแค่ไหนถึงจะจัดการสิ่งที่เราใช้เพื่อความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน จะดีกว่าไหมถ้าเราคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางได้ก่อน เพื่อไม่ให้ปลายทางสุดท้ายของขยะอยู่ที่หลุมฝังกลบ