สืบสาน ศรัทธา ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ

September 2, 2019
by กนกพร โชคจรัสกุล

บนทางที่มีทั้งดอกไม้และก้อนอิฐ ไม่ว่าจะสวมหมวกใบไหน เขาสวมหัวใจความเป็นมนุษย์เสมอ

HIGHLIGHTS

  • เรื่องเหล่านี้ ในตำบล ในจังหวัด หรือประเทศไทยประเทศเดียวไม่สามารถจัดการได้ ต้องพึ่งพาการเจรจากัน แสวงหาทางออกของแม่น้ำโขงระหว่างประเทศ
  • เรามีความหวัง ต้องการนักการเมืองแบบนี้ ทุกๆ คนที่ใช้ทรัพยากรย่อมมีสิทธิในการจัดการร่วมกัน มีสิทธิในการรักษาร่วมกัน 

ถ้าผู้นำมีใจปฏิรูปจริงๆ ควรที่จะต้องปฏิรูปทุกด้าน...” 

ก่อนตาย...ผมอยากจะเห็นประเทศไทยดีกว่าที่มันเป็นอยู่” 

ข้อความบางช่วงบางตอนในการให้สัมภาษณ์ของ ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ผ่านสื่อต่างๆ ในแต่ละช่วงเวลา สะท้อนความเป็นห่วงเป็นใยบ้านเมืองของอดีตนักการเมืองท่านนี้ ที่มีพื้นฐานมาจากอุดมการณ์และความสนใจรอบด้านทั้งเรื่องวิชาการ ศิลปะ สิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน

ในวัยใกล้ 72 ปี แม้จะมีปัญหาด้านสุขภาพ จากอาการป่วยด้วยโรคมะเร็งโคนลิ้น แต่ ‘อาจารย์โต้ง’ ของหลายๆ คนยังคงติดตามสถานการณ์บ้านเมืองและแสดงออกถึงความใส่ใจคนเล็กคนน้อย สิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด ล่าสุด คณะกรรมการมูลนิธิหอศิลปกรุงเทพฯ ร่วมกับ เครือข่ายกัลยาณมิตรอาจารย์ไกรศักดิ์ ได้จัดงานแสดงมุทิตาจิตเชิดชูเกียรติ ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ หนึ่งในผู้ก่อตั้งหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครขึ้น 

ภายในงานนอกจากจะมีนิทรรศการศิลปะ ‘ฝันถึงท้องฟ้า’ แสดงผลงานจิตรกรรมและภาพวาดลายเส้น 33 ชิ้นของไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ และผลงานภาพถ่าย 15 ชิ้น สะท้อนความใฝ่ฝันที่อยากจะเห็นท้องฟ้ากรุงเทพปราศจากแผ่นป้ายโฆษณา-ทัศนะอุดจาดแล้ว ยังมีเวทีเสวนาในหัวข้อ ‘ไกรศักดิ์กับสิทธิมนุษยชน, สิ่งแวดล้อม สัตว์ป่า ธรรมชาติ และการเมือง’ ถ่ายทอดตัวตนและความคิดผ่านเรื่องเล่าจากคนที่มีโอกาสได้ร่วมเคลื่อนไหวในสถานการณ์ต่างๆ

 a1

สุภาพบุรุษมนุษยนิยม

“ผมรู้จักกับอาจารย์ในประเด็นเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน อาจารย์คิดและมีความรู้สึกเหมือนกับเรา มีอารมณ์เดือดร้อนเมื่อเห็นความอยุติธรรม เมื่อเห็นคนยากคนจนถูกรังแก ไม่ได้รับความเป็นธรรม มีความคิดที่อยากจะช่วย แม้ว่าคนๆ นั้นจะมีจุดยืนหรือทัศนะความเชื่อที่แตกต่าง เมื่อผมทำกิจกรรมได้รับความเดือดร้อนไม่เป็นธรรม มีหลายครั้งที่อาจารย์ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ผมทำงานสิทธิมนุษยชน ได้ช่วยเหลือนักวิจัย NTSC International ที่ไปสอบสวนกรณีผู้ลี้ภัยชาวเขมรถูกทหารดูแลผู้อพยพทรมาน คนนี้ถูกกล่าวหาว่าลักทรัพย์ แล้วถูกเตารีดนาบ ผมทำเป็นรายงานเผยแพร่ต่อชาวโลก โดนต่อว่าว่าทำให้ประเทศชาติเสียหาย โดนข่มขู่คุกคามหลายสัปดาห์ อยู่ๆ ก็มีการเชิญผมไปประชุมที่ฮ่องกง มารู้ทีหลังว่าอาจารย์เป็นผู้ให้พรรคพวกเชิญผมไปแล้วบอกว่าไม่ต้องกลับมา ผมอยู่ในสถานะผู้ลี้ภัยที่นั่น 2-3ปี เป็นความกรุณาของอาจารย์..." สมชาย หอมลออ นักกฎหมายด้านสิิทธิมนุษยชน เล่าประสบการณ์และความประทับใจ

a3

"ล่าสุด ผมกับน้องๆ ในมูลนิธิเปิดเผยรายงานการทรมานผู้ต้องสงสัยกรณีการแบ่งแยกดินแดนในสามจังหวัดภาคใต้กับUN ทาง กอรมน.ภาค4 ได้แจ้งข้อกล่าวหาหมิ่นประมาท และพรบ.ทางคอมพิวเตอร์ มีหลายองค์กรมาให้ความช่วยเหลือ อาจารย์เป็นคนหนึ่งที่ใช้ความคุ้นเคยกับบุคคลต่างๆ ในแวดวงช่วยเรา จนเขาถอนคำร้องทุกข์ไป มีมากมายกว่านี้ที่อาจารย์มีส่วนส่งเสริมน้องๆ ปกป้องสิทธิมนุษยชน คนชายขอบ ที่ชัดเจนที่สุดที่ผมมีส่วนเกี่ยวข้องคือ ผู้ที่ลี้ภัยจากประเทศพม่าหลังเดินขบวนในปี 1988 มีทั้งนักศึกษา ประชาชน กรรมกร เกษตรกร ชาวนา หนีตายมาประเทศไทยเยอะแยะ อาจารย์ได้ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

ต่อมามีพวกแรงงานอพยพข้ามชาติจากประเทศกัมพูชา ประเทศลาว อาจารย์ก็ให้ความช่วยเหลือในฐานะที่เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ต้องการมีชีวิตอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มูลนิธิหลายแห่ง กลุ่มองค์กรต่างๆ ที่อาจารย์ตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยแรงงานเหล่านี้ อาจารย์อุทิศตนให้กับคนยากไร้ คนยากจน คนเดือดร้อน คนไม่ได้รับความเป็นธรรม อาจารย์เป็น Humanist ไม่ได้เป็นนักสิทธิมนุษยชนในแง่มุมของกฎหมาย แต่เป็นในแง่ของความเป็นมนุษย์ ผมเคารพความเป็นมนุษย์ที่มาจากภายในของอาจารย์ครับ” 

 a5

นักการเมืองภาคประชาชน

ไม่เพียงความเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม การเป็นนักเจรจาต่อรองที่มีจุดยืนชัดเจนก็ทำให้ไกรศักดิ์ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ความรุนแรงระหว่างรัฐกับประชาชนได้ในหลายๆ กรณี

“ผมรู้จักพี่โต้งมา 20 ปี เป็นสว.ภาคประชาชนด้วยกัน สัมพันธ์กันในเชิงทำงาน พี่โต้งมีความตรงไปตรงมา มีอุดมการณ์หนักแน่น เน้นเรื่องปฏิบัติ เมื่อผมเข้ามาเป็นสว.ใหม่ๆ เป็นกรรมาธิการการมีส่วนร่วมของประชาชน รัฐธรรมนูญปี 40 ได้ตราไว้ให้น้ำหนักเรื่องสิทธิเสรีภาพสิทธิมนุษยชน เราเป็นกองหน้าต่อสู้ให้กับภาคประชาชน ที่อุบลมีเขื่อนปากมูล ชาวบ้านริมเขื่อนไปตั้งเป็นหมู่บ้านอิสระ กฟผ.ก็ตั้งมวลชนขึ้นมา เกิดสถานการณ์ความรุนแรง พี่โต้งก็ใช้ศักยภาพของเขามาช่วย เราไม่ได้ต่อต้านอำนาจรัฐ แต่เป็นความขัดแย้งทางความคิด" นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (2552-2558) และอดีตสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดอุบลราชธานี (2543-2549) กล่าวถึงบุคลิกเฉพาะที่ทำให้ผ่านสถานการณ์ความรุนแรงมาได้

“อาจารย์โต้งทำให้คนที่กำลังจะเป็นเพชฌฆาตอ่อนลง รับฟังชาวบ้าน ก็ผ่านสถานการณ์ตรงนั้นไปได้ การสร้างเขื่อนเป็นการทำลายทุนชีวิตและทุนสังคมของชาวจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อสร้างแล้วมีความขัดแย้ง ชาวบ้านต่อสู้ เขื่อนปากมูลก็ต่อสู้มา 20 ปีจนถึงปัจจุบัน พอมีปัญหาพี่โต้งก็เข้ามาลงพื้นที่ สว.ที่ลงไปที่อุบลมีผลอย่างมาก ทำให้สถานการณ์ลดลง”

มากไปกว่านั้น ด้วยโลกทัศน์และเครือข่ายที่กว้างขวาง ทำให้งานยากหลายๆ เรื่องดำเนินต่อไปได้  “พี่โต้งรู้เท่าทันอดีตนายกฯ ที่มีปัญหาเรื่องฆ่าตัดตอนยาเสพติด 2,000 กว่าศพ เราก็ลงพื้นที่ตลอด การต่อสู้เรื่องสิทธิมนุษยชนก็ดี การทำงานตรวจสอบอำนาจรัฐก็ดี เป็นสิ่งที่มีความสำคัญ”

"เท่าที่ทำงานมา 20 ปี พี่โต้งเป็นนักการเมืองภาคประชาชน เมื่อประชาชนถูกข่มเหงรังแก ถูกทำร้าย พี่โต้งจะหาทางเข้ามามีส่วนร่วม การรู้จักกับแม่ทัพ มาคุยกัน ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ความรุนแรงกรณีสามจังหวัดภาคใต้ได้เป็นอย่างมาก กรณีตากใบ ตอนผมเป็นกรรมการสิทธิฯได้รับคำแนะนำและความช่วยเหลือจากพี่โต้ง จากสิ่งที่คิดว่าทำอะไรไม่ได้ ได้ทำงานมากขึ้น พี่โต้งชักจูงเราไปพบกับเครือข่ายในการทำงานทั้งหมด ยึดมั่นในคุณธรรม ความดี ความถูกต้อง ยอมรับความแตกต่าง เป็นนักประชาธิปไตยที่เราต้องเรียนรู้ สถานการณ์ขณะนี้เรามองเห็นทุกคนเป็นศัตรู ต้องเข่นฆ่า ผมคิดว่าทุกคนจะต้องสืบสานความคิดและการทำงานของพี่โต้งต่อไป” 

 a4

ลมใต้ปีกงานอนุรักษ์

ประเด็นสิ่งแวดล้อมถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ไกรศักดิ์ให้ความสำคัญ เขาใช้ศักยภาพของตนเองในทุกๆ ด้านเพื่อร่วมปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งผ่านการทำงานกับภาคประชาชน และในบทบาทของนักการเมืองที่ได้รับการยอมรับในเวทีนานาชาติ

“ไผ่มีโอกาสได้ทำงานกับลุงโต้งตั้งแต่ปี 2002 ประมาณ 18 ปี ปกป้องสิ่งแวดล้อม แม่น้ำข้ามพรมแดน มูลนิธิแม่น้ำนานาชาติได้ร่วมงานกับชาวบ้านลุ่มน้ำโขงที่ทำงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิทธิของชาวบ้านในการใช้แม่น้ำนานาชาติสายนี้ แม่น้ำโขงมีความยาวเกือบ 5,000 กิโลเมตร ไหลผ่าน 6 ประเทศ ตอนลุงโต้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา กรรมาธิการต่างประเทศ ได้ใช้พื้นที่รัฐสภาอาเซียน สื่อสารให้เห็นความสำคัญของแม่น้ำสายนี้แล้วก็ภัยคุกคามที่กำลังจะเกิดขึ้น" เพียงพร ดีเทศน์ (ไผ่) ผู้อำนวยการรณรงค์ประเทศไทย องค์กรแม่น้ำนานาชาติ (International Rivers) ขยายภาพการทำงานที่ไม่ได้จำกัดแค่ในประเทศ

“แม่น้ำโขงจากต้นน้ำจนถึงทะเลจีนใต้ปัจจุบันมีการก่อสร้างเขื่อนไปแล้วในจีน 11 แห่ง จากทั้งหมด 28 โครงการ ทางตอนล่างใกล้ๆ ประเทศไทยมีเขื่อนไซยะบุรีแล้วก็เขื่อนดอนสะโฮงที่ก่อสร้างปิดกั้นลำน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้าขาย เขื่อนที่สูงที่สุดและได้รับความเดือดร้อนมากสุดคือ เขื่อนเสี่ยวหวาน สูง 300 เมตร กำลังผลิต 4,000 เมกกะวัตต์ สร้างที่มณฑลยูนาน ปี 2545-48 กรรมาธิการได้ติดตามผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเขื่อน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ชาวประมง ชาวบ้านที่อาศัยริมแม่น้ำโขงไม่สามารถใช้ทรัพยากรได้เหมือนเดิมเนื่องจากความผันผวนของระบบนิเวศ แม่น้ำโขงขึ้นลงผิดธรรมชาติ เรื่องนี้เกิดขึ้นมา 20 ปีแล้ว และยังคงดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน” 

ล่าสุด เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เขื่อนไซยะบุรีก่อสร้างในประเทศลาว ห่างจากอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ประเทศไทยเพียง 200 กิโลเมตร ข้อกังวลมากที่สุดสำหรับผู้คนแถบแม่น้ำโขงตอนล่างคือ เขื่อนเหล่านี้จะทำลายวงจรระบบนิเวศของปลาในแม่น้ำโขงอย่างต่ำ 800 ชนิด แม่น้ำโขงเป็นบ้านของปลาบึกและปลาชนิดอื่น ตั้งแต่ตัวเล็กๆ ไปจนถึงกระเบนราหู แม้เขื่อนเหล่านี้จะติดตั้งบันไดปลาโจนให้ปลาผ่าน แต่ว่าเทคโนโลยีนี้ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าปลาจะว่ายข้ามไปข้ามมาอย่างไรเมื่อวางไข่เสร็จแล้ว ดังนั้นผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องปลาแต่เป็นเศรษฐกิจของคนใน 4 ประเทศ คือ ไทย กัมพูชา ลาว และเวียดนาม

re

"ลุงโต้งไปรับฟังชาวบ้านที่สีทันดร ที่ลาว เชียงของ ไปฟังคนหาปลาที่จับปลามาเป็นอาหารเป็นรายได้ ผลกระทบของแม่น้ำโขงมีผลโดยตรงจากการสูญเสียของคน 2 ล้านคนทั้งลุ่มน้ำ โครงการเหล่านี้เกี่ยวข้องกับบริษัท ธนาคาร เอกชน รัฐบาลหลายประเทศ ทั้งไทย จีน มาเลเซีย เวียดนาม แม่น้ำโขงกำลังถูกหั่นเป็นท่อนๆ แล้วบริหารจัดการเพื่อผลิตไฟฟ้า ผลิตกำไรให้กับแต่ละบริษัท โดยที่คนตัวเล็กไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรนี้ ไม่สามารถมีสิทธิมีเสียงมีส่วนร่วม 

เมื่อเดือนที่ผ่านมา การประปาที่หนองคาย ที่เวียงจันทน์ ไม่สามารถผลิตน้ำได้เนื่องจากน้ำโขงลดฮวบ เพราะช่วงก่อนหน้านั้นฝนตกน้อย เขื่อนในจีนก็เก็บน้ำระบายน้ำดำเนินการเพื่อรักษาระบบผลิตไฟฟ้าของเขา ผนวกกับอีกเขื่อนกำลังทดลองการผลิตไฟฟ้า จึงเป็นที่มาของความเสียหายที่มากยิ่งขึ้น เรื่องเหล่านี้ ในตำบล ในจังหวัด หรือประเทศไทยประเทศเดียวไม่สามารถจัดการได้ ต้องพึ่งพาการเจรจากัน แสวงหาทางออกของแม่น้ำโขงระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง จีนบอกว่าเป็นอุปสรรคในการเดินเรือขนาดใหญ่ กรรมาธิการต่างประเทศของสว.ในสมัยนั้น พร้อมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านได้ไปลงพื้นที่ เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องรักษาทรัพยากรเหล่านี้ไว้ให้แม่น้ำโขง นอกจากเรื่องสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศแล้ว เรื่องความมั่นคงก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ที่หลายฝ่ายมีความกังวล เราอยากรักษาไว้ให้ลูกหลานเราได้ใช้ต่อ ไม่ให้พังลงไปในยุคของตัวเอง สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องมีการบริหารจัดการแม่น้ำโดยฟังเสียงประชาชนที่อาศัยทรัพยากรด้วย สิ่งที่เราเรียกร้องมาตลอด กรอบความร่วมมืออาเซียนที่ส่งเสริมเศรษฐกิจส่งเสริมการพัฒนา GDP ทำอย่างไรจะมองเห็นคนตัวเล็กตัวน้อย ทำอย่างไรจะมีกรอบข้อตกลงดู แลสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน

ไผ่ได้เห็นรอยยิ้มของลุงโต้งที่ได้ไปลงพื้นที่คุยกับชาวบ้าน เรามีความหวัง ต้องการนักการเมืองแบบนี้ ทุกๆ คนที่ใช้ทรัพยากรย่อมมีสิทธิในการจัดการร่วมกัน มีสิทธิในการรักษาร่วมกัน ขบวนการปกป้องรักษาแม่น้ำโขงที่เกิดขึ้นตลอด 20 ปีที่ผ่านมา มีการหนุนเสริมจากอาจารย์ไกรศักดิ์มาโดยตลอด” 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงภาพสะท้อนส่วนหนึ่งจากการทำงานในหลากหลายบทบาทตลอดหลายทศวรรษของ ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ในวาระที่ท่านกำลังจะครบ 6 รอบ ในวันที่ 8 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ และในโอกาสที่ประเทศไทยกำลังต้องการพลังในขับเคลื่อนไปข้างหน้า โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และไม่ซุกขยะไว้ใต้พรม