มิสเตอร์เซย์‘YES’นิติพงษ์ ห่อนาค

August 20, 2019
by เพ็ญลักษณฺ์ ภักดีเจริญ (ภาพ : ​ประเสริฐ เทพศรี)

สารพัดเรื่องราวที่คุยกัน ไม่ได้มีแค่เรื่องการแต่งเพลง ยังชวนคิดเรื่องทำให้สังคมดีขึ้น

HIGHLIGHTS

  •  แค่ปริ ไม่ถึงกับถังแตก เพราะรายได้ลดลงจากอาชีพเดิม 10 เท่า ตอนนี้ทำทั้งงานได้เงินและไม่ได้เงิน จึงอยากเตือนเพื่อนๆ น้องๆ หลายคนที่ถูกดิสรัป วันที่รุ่งเรืองก็ใช้จ่ายเต็มเหนี่ยว พอไม่รุ่งเรืองใช้จ่ายแบบเดิมหรือเปล่า
  • ไม่เคยคิดว่า ต้องฝันให้ไกล ต้องทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ให้ได้ ไม่ใช่คนอย่างนั้น เป็นคนที่พร้อมรับทุกเรื่อง ลองทำหมด

     

 

“ไม่นึกว่าวงการบันเทิงจะตกเหวเร็วขนาดนี้” ดี้-นิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงอิสระ ในนามบริษัทรอมชอม  จำกัด เล่าถึงเสี้ยงหนึ่งของวงการบันเทิง หลังจากลาออกจากผู้บริหารแกรมมี่มานานกว่า 8 ปี

 

หากถามว่า หลังจากนั้น ชีวิตเปลี่ยนไหม...

เปลี่ยนแน่นอน รายได้ลดลง 10 เท่า แต่ชีวิตอิสระขึ้น มีโอกาสทำงานที่หลากหลาย ไม่จำกัดตัวแค่การเป็นนักแต่งเพลง มีเวลาวิ่งไล่จับหมาจรจัด หาบ้านให้มัน มีเวลาไปช่วยคิดช่วยหาเงินให้มูลนิธิโรงพยาบาลศรีธัญญา มีเวลาจัดคอนเสิร์ตในแบบที่คิดฝัน และมีเวลากินข้าวกับเพื่อนในเฟซบุ๊ค รวมถึงมีเวลาโพสต์ความคิดเห็น และบางเรื่องสื่อนำมาโพสต์ต่อ อาทิ “ดี้ ถังแตก ต้องขายเปียโน...”

 

ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ สัพเพเหระที่คุยกัน ดูเหมือนไร้สาระ แต่ก็มีสาระ เพราะ “มันเป็นเช่นนั้นเอง”

 

“มันเป็นเช่นนั้นเอง” ทั้งๆ ที่ชีวิตไม่ได้วางเป้าหมายว่า ต้องเป็นนักแต่งเพลง แล้วนิติพงษ์มาสู่เส้นทางนี้ได้อย่างไร 

เขาบอกหลายครั้งว่า การเป็นมนุษย์เซย์ YES เวลาใครให้ทำอะไร ก็ทำ ไม่ปฏิเสธ และทำอย่างเข้าใจ นั่นแหละคือหนทาง

 

ตอนลาออกจากแกรมมี่ เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วมาก และกระทบต่อวงการบันเทิง รวมทั้งตัวคุณด้วย ?

 ชีวิตต้องมีขึ้นและลง เราอาจคาดผิดไปนิด มันไม่ใช่แลนดิ้ง มันตกเลย คำที่ว่า ดิจิทัล ดิสรัปชัน ทำให้หลายคนไม่ได้เตรียมพร้อม ไม่นึกว่าวงการบันเทิงจะตกเหวเร็วขนาดนี้ อย่างการประมูลทีวีตอนนั้น คนประมูล ถ้าบอกว่าเป็นคนโง่หรือคนไม่รู้เรื่อง ก็ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง หลายคนคิดว่าเอาอยู่ นี่คือ การเปลี่ยนแปลงที่เร็วเกินจังหวะการเต้นของหัวใจ

 

 ตอนนี้ยังถือว่ามีอาชีพเป็นนักแต่งเพลงไหม

ในพ.ศ.นี้ไม่เรียกว่า เป็นอาชีพ เพราะหลายอย่างในโลกเปลี่ยน ตอนนี้ใครมาจ้างให้แต่งเพลงก็ยังทำ ไม่ได้งานล้นมือส่วนเรื่องคอนเสิร์ต อยากทดลองทำอะไรใหม่ๆ อาจเป็นเพลงที่เคยแต่งหรือเพลงของเพื่อนๆ แล้วเอาน้องๆ มาร้อง เล่นกับวงออร์เคสตราที่ดีที่สุด อย่างThailand Philharmonic Orchestra (TPO) ประมาณเดือนธันวาคมนี้

 และอยากทำคอนเสิร์ตให้กลุ่มที่ฟังเพลงสากล วัย50-60 ปี กลุ่มนี้อยู่ในเมืองไทยล้านกว่าคน พวกเขาคงอยากฟังเพลงรุ่นเขา เราก็เป็นคนรุ่นนั้น และยังอยากทำคอนเสิร์ตไม่มีขยะ หรือคอนเสิร์ตในป่าเขา ลองใช้เทคนิคทำเสียงให้เบาลง ไม่รบกวนคนและสัตว์ป่า อะไรที่ดีต่อสังคมแล้วเชื่อมโยงกับคนอื่นได้ ก็อยากทำ 

 

 ช่วงนี้ทำอะไรเป็นงานหลัก

ไม่ใช่นักแต่งเพลงอย่างเดียว ยังเป็นนักวางแผนการตลาดและการจัดอีเว้นท์ รวมถึงวิธีคิดใหม่ๆ ที่แหวกแนว วงการกีฬาก็ทำให้ คิดอะไรออก ก็ทำ ตอนอยู่แกรมมี่ทำอย่างเดียวรู้เรื่องเดียว ตอนนี้รู้จักคนมากกว่าตอนอยู่แกรมมี่ และไม่ใช่ว่าเรื่องดีหรือไม่ดี มันเป็นเช่นนั้นเอง

 

แล้วที่โพสต์ว่า ต้องการขายเปียโนและสิ่งของหลายอย่าง สรุปว่าถังแตก ?

แค่ปริ ไม่ถึงกับถังแตก เพราะรายได้ลดลงจากอาชีพเดิม 10 เท่า ตอนนี้ทำทั้งงานได้เงินและไม่ได้เงิน จึงอยากเตือนเพื่อนๆ น้องๆ หลายคนที่ถูกดิสรัป วันที่รุ่งเรืองก็ใช้จ่ายเต็มเหนี่ยว พอไม่รุ่งเรืองใช้จ่ายแบบเดิมหรือเปล่า เรื่องเหล่านี้ต้องวางแผน ผมวางแผนไม่ดีนัก แต่ไม่ประมาท เพราะดิสรัปยุคนี้คือ ดิ่งลงเหว

 

เคยหลงทางแบบนั้นไหม

มีๆ  ตอนนี้รายได้และรายจ่ายใกล้เคียงกัน เห็นเปียโนที่ตั้งอยู่ในบ้านไม่ได้เล่นนานๆ ก็ขัดใจ ลูกก็ไปเรียนต่อ ถ้าวางไว้เฉยๆ ต้องทำความสะอาด เสียค่าจูนเปียโนอีก 

 

 เมื่อก่อนคิดแบบนี้ไหม

ไม่คิด เพราะลูกยังเรียนเปียโน เมื่อไม่เล่นแล้วก็อยากขาย เพราะมีเปียโนไฟฟ้าอีกตัวชอบเล่นตัวนั้นมากกว่า มีกีตาร์ 6-7 ตัวไม่ได้แตะเลย มีปัญหาเรื่องนิ้ว พอสำรวจในบ้าน มีของที่เกินพอดีในการใช้ชีวิตเยอะมาก รู้สึกว่าบ้านใหญ่เกิน อยากอยู่บ้านเล็กกว่านี้ เมื่อก่อนปลูกบ้านต้องเผื่อ มีปาร์ตี้บ่อย เพื่อนเขาชอบมาเฮฮาแลกเปลี่ยน เราก็ยินดี จริงๆ เป็นคนเก็บตัว ตอนนี้เพื่อนฝูงอายุมากขึ้น ไม่ค่อยปาร์ตี้

 

 ที่บอกว่า ใครให้ทำอะไรก็ทำ แล้วมีเงื่อนไขไหม

 เวลามีคนเชิญไปบรรยาย ก็ไป เพราะมีเรื่องที่อยากพูด ไม่ถึงกับเป็นวิทยากรประจำ โดยจะถามก่อนว่าเชิญไปแล้วได้ประโยชน์อะไร ล่าสุดเป็นที่ปรึกษาให้มูลนิธิโรงพยาบาลศรีธัญญา เพราะน้องพยาบาลคนหนึ่งที่สนิทกันมาปรึกษาบอกว่า เวลาไปไหนไม่กล้าบอกใครว่า ทำงานที่โรงพยาบาลนี้ เพราะคำว่า ศรีธัญญา กลายเป็นสัญลักษณ์ที่คนเอาไว้ล้อเล่น เปรียบเทียบ เสียดสีมากกว่าโรงพยาบาลที่อื่น  

 ในแง่การสร้างความเข้าใจต่อสังคม ผมก็ทำเหมือนรีแบรนด์ดิ้ง ทำให้คนทำงานที่นั่นมีความเชื่อในตัวเองมากขึ้น เพราะเขาอยู่ในเงามืดมานาน ถ้าเป็นโรงพยาบาลทั่วไป หากคนไข้เลือดตกยางออก ขาดเครื่องมือก็เห็นชัดว่าขาดแคลน แต่การป่วยทางใจ ร้ายแรงไม่แพ้ป่วยทางกาย แต่คนมองไม่เห็น

 ผมก็คิดว่าจะทำยังไงให้คนเข้าใจมากขึ้น แม้กระทั่งการเปิดโรงพยาบาลด้านจิตเวชให้คนข้างนอกเข้ามา คงไม่ใช่ภาพคนถูกมัดแขน มัดขา มีหยากไย่ แมงมุมเหมือนในหนัง ผมก็ใช้สื่อสมัยใหม่สร้างความเข้าใจ เข้าไปเวิร์คชอปให้บุคลากร ทำเสื้อ’ฉันมาจากศรีธัญญา’ ขายดีมาก ต่อไปคนที่นั่นไม่ต้องปิดบังตัวเอง เพราะคนในสังคมพร้อมจะเป็นเพื่อน เวลาไม่สบาย คนทั่วไปกล้าที่จะเดินเข้าไป

 

 หันมาทำงานช่วยสังคมมากขึ้น? 

ไม่ขนาดนั้น ผมไม่ใช่คนที่ชอบเสนอตัว แต่เวลาใครมาชวน ก็เซย์ YES ถ้าเห็นว่าดีและช่วยได้  วันหนึ่งเห็นปัญหาหมาแมว รู้สึกอยากช่วยก็ทำ ไม่อยากใช้คำสวยขนาดนั้น ผมเคยเลี้ยงหมาแล้วมันตาย ก็ไม่คิดจะเลี้ยงอีก ไม่ได้สนใจวงการหมาแมว แต่อยู่มาวันหนึ่ง เห็นในเฟซบุ๊คว่า มีคนไปช่วยหมาแล้วเดือดร้อน ก็ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ และวันหนึ่งเราก็ไปวิ่งไล่จับหมาจรจัดเอง จนไปรู้จักมูลนิธิฯ เอาหมามาเลี้ยง 7-8 ตัว เพื่อจะหาบ้านใหม่ให้ ตอนนั้นต้องพาหมาไปคลีนิคฉีดยา อย่างหมาจรจัดตัวขาวในบ้านรักษาไปแปดหมื่นกว่าบาท 

  อย่างเรื่องมูลนิธิโรงพยาบาลศรีธัญญา เรื่องหมา ไม่เคยคิดว่าจะทำ ก็ทำ อย่างเพื่อนในเฟซบุ๊คเขียนมาบอกว่า อยากพาเพื่อน 3-4 คนมากินข้าวด้วย เขาไปคุยกันในเฟซบุ๊ค จนกลายเป็นเรื่องใหญ่ ผมก็เลยบอกว่า ใครอยากมา ก็ลงชื่อ คงประมาณ 100-200 คน ปรากฎว่า มีคนอยากร่วมกินข้าว 1,000 กว่าคน ก็ชวนนักร้องมาขึ้นเวที ร้องกันสดๆ ไม่มีสคริปต์ สนุกมาก เก็บค่าอาหารคนละ 500 บาท เงินเหลือให้มูลนิธิหมาแมว

 

 ไม่ได้คิดเชิงธุรกิจ?

      ไม่มีหัวการค้า และไม่ได้คิดที่จะตั้งตนเป็นอะไร ผมเป็นคนที่อยากทำนั่น ทำนี่ เหมือนเด็กสมาธิสั้น ตอนยังไม่เป็นนักแต่งเพลง ก็มีคนบอกว่า ลองแต่งเพลงสิ ผมก็เซย์ YES ตลอด ไม่เคยคิดว่า ต้องฝันให้ไกล ต้องทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ให้ได้ ไม่ใช่คนอย่างนั้น เป็นคนที่พร้อมรับทุกเรื่อง ลองทำหมด การแต่งเพลง จึงเป็นงานอย่างหนึ่งในชีวิต บังเอิญทำในช่วงที่งานแต่งเพลงเยอะและรุ่งเรืองจนไม่มีเวลาทำอย่างอื่น

 

 ที่บอกว่า“ทำอะไรได้ ก็ทำ” แบบนี้ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบหรือ 

ก็บ่อย ยินดีที่จะเป็นคนถูกเอารัดเอาเปรียบมากกว่าเอาเปรียบคนอื่น

 

 พื้นฐานการคิดแบบนี้มาจากครอบครัวหรือ

พ่อแม่ก็เป็นแบบนี้ ไม่ทำร้ายใคร ไม่เอาเปรียบคนอื่น พ่อเป็นครู มีคนนับถือเยอะและชอบปรึกษาพ่อ พ่อเลี้ยงลูก 7-8 คนก็ลำบาก แต่พ่อไม่เคยบอกว่า ครอบครัวเรามีอะไรที่แล้งแค้น ชีวิตก็ดิ้นรนพอควร แต่ผมไม่ได้รู้สึกว่า เล่าเรื่องในอดีตแล้วเจ็บปวด

 

ใครเป็นแรงบันดาลใจให้รักดนตรี

ที่บ้านไม่มีใครเป็นนักดนตรี แต่เป็นนักอ่าน นักฟังเพลง วิทยุเครื่องหนึ่งแย่งกันทั้งบ้าน พี่ฟังเพลงเอลวิส อีกคนฟังสุนทราภรณ์ อีกคนฟังลูกทุ่ง ผมเป็นน้องคนเล็กก็ฟังได้หมด แล้วการเป็นนักดนตรีต้องเป็นคนรักดนตรี รักภาษา ก็ต้องเกิดจากการอ่าน ถ้าไม่อ่านเขียนไม่ได้หรอก

 

 ในช่วงวัยนี้ คุณสนใจเรื่องใด

รู้สึกว่า ความรู้ตัวเองน้อยลง ความรู้บางอย่างใช้ไม่ได้แล้ว เคยฝันว่า อยากอ่านคัมภีร์ทุกศาสนาให้ครบ อ่านพระไตรปิฎกออนไลน์ยังไม่หมด บอย โกสิยพงษ์ ให้คัมภีร์ไบเบิ้ลมา ยังไม่ค่อยมีเวลาอ่าน อยากรู้ทุกเรื่อง แต่รู้ไม่ลึก คือพออายุมากขึ้น ยิ่งรู้สึกว่า เรื่องในโลกนี้ เรารู้น้อย ยังมีอีกเยอะที่เราไม่รู้ 

 

 อยากช่วยคนในสังคมขับเคลื่อนเรื่องใดเป็นพิเศษ

อยากขับเคลื่อนให้สังคมมันเย็นลงๆ เป็นเรื่องจิตใจ คนไทยอะไรนิดอะไรหน่อย ก็อารมณ์ร้อน ตัวเราเองต้องไม่เพิ่มความร้อนให้คนอื่น เราห้ามการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ถ้าเมื่อใดอัตราการเต้นของหัวใจตามไม่ทัน อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมอย่างนึกไม่ถึง ก็กังวลเหมือนกัน แต่พระพุทธเจ้าสอนว่า มันเป็นเช่นนั้นเอง เราจึงต้องหาแนวร่วมที่คิดแบบเดียวกัน ไม่ใช่เรื่องการเมืองนะ คนเราความเชื่อแตกต่างกันได้ เหมือนการอยู่ร่วมกันของหลายศาสนาในประเทศไทย ผมก็เคยไปกินนอนบ้านเพื่อนที่เป็นมุสลิม จนคนแถวนั้นเรียกว่าบัง คือ เราเป็นเพื่อนกันหมด ผมมองว่าตอนนี้ความเชื่อทางการเมืองที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดแรงเสียดสีเยอะ

 

 วิธีคิดเปลี่ยนไปตามวัย ?

แก่ขึ้น ชีวิตมาถึงขาลง ไม่ว่าเรื่องเนื้อหนังมังสา พละกำลัง แล้วทำไมเราต้องครอบครองสิ่งของมากมาย อย่างเครื่องดนตรีที่ไม่มีคนในบ้านเล่น ผมเอามาโพสต์ทีเล่นทีจริง เรื่องขายเปียโนก็เป็นเรื่อง มีคนติดต่อซื้อเครื่องดนตรีและสิ่งของผมเยอะมาก ผมก็เลยต้องเบรค หาวิธีใหม่ บางชิ้นอาจจะขาย บางชิ้นประมูล ถ้าประมูลได้ราคา ก็มอบให้มูลนิธิโรงพยาบาลศรีธัญญา ผมมองว่า ของที่เราไม่ใช้แล้ว ถ้าเราคิดว่า มันคือความทรงจำ แล้วเก็บไว้ในห้องเก็บของ ก็ไม่มีประโยชน์ แต่ถ้าขายไปยังมีประโยชน์ต่อคนอื่น ถ้าอย่างนั้นใครจะลองมาช่วยผมคิดเรื่องนี้หน่อยก็ได้ มีบทความหนึ่งของฝรั่งเขียนเรื่อง การดูแลทรัพย์สิน เพื่อพร้อมจะจากโลกนี้ไป ผมมองว่า มันเข้ากันหมด

 

 ไม่เสียดายสิ่งของที่เป็นความทรงจำหรือ

ก็ยังมีความรู้สึกอยู่ ผมต้องหาวิธีจัดการใหม่ คนที่จะเริ่มคิดแบบนี้ เขาบอกว่า น่าจะอายุ 65 ขึ้นไป เพราะต้อง

รู้จักเตรียมตัวตาย

 

 คุณคิดเรื่องเตรียมตัวตายด้วย ?

  คิดตลอด ไม่ได้อยากตายอะไรนะ ไม่ได้กลัวตาย แต่กลัววิธีตาย คาดไม่ได้ว่าจะเจ็บปวดทรมานแค่ไหน 

 

 มีเรื่องอะไรที่ยังไม่เคยทำ แล้วอยากทำ 

คิดไม่ออก แต่เป็นคนที่ซนกับสิ่งของเครื่องใช้สมัยใหม่ ถ้าตามโลกไม่ทัน อาจจะห่อเหี่ยว ในอนาคตคงมีเรื่องที่เราคิดไม่ถึงอีกเยอะ จากวันที่เราเขียนจดหมายถึงกัน กว่าจะรู้เรื่องกันก็อาทิตย์หนึ่ง แต่ตอนนี้ โลกหมุนด้วยอัตราเร่ง

 ช่วงชีวิตนี้ ผมอยากทำให้สังคมน่าอยู่ ผมเห็นน้องโตโน่นำทีมไปช่วยเก็บขยะ เห็นว่าคิดดี เราก็คิดต่อว่า จะทำอะไรช่วยน้องได้บ้าง และตอนนี้กำลังทำงานร่วมกับมูลนิธิซิโก้ เรื่องสอนฟุตบอลให้เยาวชน เป็นอีกเรื่องที่สนุก  ตอนนี้มีแต่งานไม่ได้ตังค์ แต่ก็ยังเป็นที่ปรึกษาให้แกรมมี่ เพราะทำให้เรามีเงินใช้อยู่

 

 ชีวิตที่ผ่านมา อยากเป็น อยากทำ อยากหยุดเรื่องใดมากที่สุด

ไม่เคยฝันมาก่อนว่าจะเป็นนักแต่งเพลง ชีวิตเราเหมือนสายน้ำ ทุกอย่างมาเอง อาจค้านจากวิถีความสำเร็จที่หลายคนพูดกัน มีเป้าหมาย ฝันให้ไกลไปให้ถึง นิติพงษ์ไม่เคยมี เคยคิดว่า เมื่อจากโลกนี้ไป ถ้ามีเงินให้ครอบครัวพออยู่รอดได้ ก็จบภาระกิจ อย่างอื่นไม่สามารถคาดเดาได้

 อีกอย่าง รากของเรามีอย่างเดียวคือ yes (เยส) ใครให้ทำอะไร ทำหมด ถ้าเขาคิดว่า เราทำได้ ให้จัดรายการวิทยุ ทำรายการทีวี ก็ทำ สำเร็จบ้าง แต่สำเร็จจริงๆ คือ แต่งเพลง แต่มนุษย์บางคน ใครจะให้ทำอะไร ก็พูดคำว่า No ไว้ก่อน หรือบางคน สงสัยแต่ก็ No ไว้ก่อน แต่นิติพงษ์ ถ้าสงสัยเดี๋ยวมาคุยกัน หลักๆ คือ YES ไว้ก่อน ก็เลยได้ทำอะไรเยอะแยะ

 

 เพราะเป็นคนตัวตนไม่สูงมาก?

จะเรียกแบบนั้นก็ได้ ไม่ชอบให้ใครยกยอ จะขัดเขินมาก แต่ไม่ชอบให้คนมาด่า และมีนิสัยอย่างหนึ่งคือ ปากหนัก ชมคนไม่ค่อยเป็น ไม่นินทา แต่ชอบแซว

 

 เวลาว่างคุณทำอะไร

3-4 ปีที่แล้วเคยเป็นคนแข็งแรงออกกำลังกาย พอมา3-4 ปีนี้ไม่ภูมิใจในตัวเองเลย กำลังแก้ไขเรื่องนี้ นอนไม่ค่อยหลับ ผมสนุกกับการใช้สมอง จนเบียดเบือนการพักผ่อน ผมต้องแก้ปมนี้ก่อน  ผมรู้ทุกเรื่อง มีข้อมูลเยอะ แต่ยังปรับปรุงตัวไม่ได้