'ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์' MissionPossible ในโลกเทคโนโลยี

June 11, 2019
by เอกรัตน์ สาธุธรรม

ย่างก้าวในโลกธุรกิจของผู้บริหารไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กับมุมมองชีวิตในแบบผู้ชายที่หลงใหลไตรกีฬา

กว่า 20 ปี บนถนนไอทีซูเปอร์ไฮเวย์ของ ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ เขายังรู้สึกว่าทุกๆ วัน คือ ความท้าทายและมีเรื่องน่าตื่นเต้นเกิดขึ้นอยู่เสมอ อาจเพราะกว่าครึ่งชีวิตของชายผู้นี้คลุกคลีสัมผัสอยู่กับความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ...เพราะเทคโนโลยีมันเปลี่ยนทุกวินาที

บุคลิกที่คล่องแคล่ว อารมณ์ดี ยิ้มง่าย มองโลกแบบ Positive ช่างสวนทางกับอายุที่ล่วงเข้าปีที่ 51 และโปรไฟล์ในอดีตที่ผ่านการเคี่ยวกรำอย่างหนักจากบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ระดับโลกทั้งไอบีเอ็ม ฮิวเลตต์ แพคการ์ด จนมาถึงตำแหน่งสูงสุด กรรมการผู้จัดการบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด

ย้อนเวลากลับไปในรั้วโรงเรียนสวนกุหลาบ ด.ช.ธนวัฒน์ หรือ ‘เต้ย’ เป็นคนเดียวในห้องที่สอบเอ็นทรานซ์ไม่ติด พี่สาวเขาเองเป็นคนแนะนำให้หันมาเรียนต่อด้านบัญชี ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และ เหินฟ้าไปฝึกวิทยายุทธ์ด้าน MBA ที่ California State University สหรัฐอเมริกา ...พี่สาวที่เขาเอ่ยถึง คือ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน)

ย่างก้าวในโลกธุรกิจของชายผู้นี้เต็มไปด้วยความท้าทาย และมุมมองรอบตัวจากคนในธุรกิจ และครอบครัวหล่อหลอมให้เขาเป็นหนึ่งในนักบริหารรุ่นใหม่ที่น่าจับตา ขณะที่อีกด้านของชีวิต นอกประตูห้องทำงาน ชุดความคิดเขาก็เฉียบคมและน่าค้นหาไม่แพ้กัน 

J1DX4715

อะไรคือหลักคิดการบริหารในสไตล์บริษัทยักษ์ใหญ่ในโลกไอทีและในฐานะ Country MD ของประเทศไทย

ผมมองว่า ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเล็กหรือใหญ่ สิ่งสำคัญคือ เราทำงานเพื่ออะไร ผมโชคดีที่มีโอกาสได้ทำงานในไมโครซอฟท์ที่มี Mission Statement คือ Empower every person every organization in the planet to achieve more สิ่งนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้ผมเข้ามาทำงานและ live on mission ผมสามารถใช้ไมโครซอฟท์เป็นแพลตฟอร์มเข้ามาช่วยประเทศไทย ลูกค้า พันธมิตร และส่วนที่สำคัญ คือส่งเสริมให้พนักงานในองค์กรยึดถือ Mission นี้ไปพร้อมๆ กัน

เช่น พนักงานเซลล์ก็ต้องการช่วยให้ลูกค้าประสบความสำเร็จ ขณะที่วิศวกรก็ต้องหาโซลูชั่นแก้ปัญหา ตอบโจทย์ให้ลูกค้า การส่งเสริมให้พนักงาน live on mission ก็เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพเดียวกัน องค์กรจะมีพลังมากกว่าการขับเคลื่อนด้วยคนๆ เดียว

ส่วนหลักการอื่นๆ คงไม่ใช่เป็นสิ่งที่แปลกใหม่ คือเราต้องดำเนินทุกอย่างอย่างจริงใจ ซื่อสัตย์ และมีความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จ การพยายามก้าวข้ามความท้าทายต่างๆ คือการไม่ยอมแพ้เมื่อเจอปัญหา ความต้องการสร้างความแตกต่าง ส่วนสุดท้ายซึ่งเป็นส่วนสำคัญของหลักการของผม นั่นคือการใช้ความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจต่อคนรอบข้าง อ่อนน้อมถ่อมตน รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง

นี่คือความท้าทายการบริหารธุรกิจในโลกไอที?

ใช่ ความท้าทายคือ การที่เราต้องไม่เป็น victim of success เราต้องพยายามเรียนรู้มากขึ้น และพยายามสร้างสิ่งใหม่ๆ โดยมองไปที่ความสำเร็จของลูกค้าไม่ใช่ของตัวเอง เราสามารถเริ่มต้นจากตัวเราเองที่ต้องเริ่มจากการมี growth mindset มี positive attitude และพร้อมที่จะเรียนรู้ skill ใหม่ๆ การแข่งขันในปัจจุบันถือว่ารุนแรงจนบางครั้งทำให้นอนแทบไม่หลับ แต่สุดท้ายแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับว่าเราสามารถสร้าง value ให้กับผู้ซื้อได้เห็นหรือเปล่า

มันกลับมาที่เรามีทีมที่มีศักยภาพมีความสามารถ มี right attitude แล้วทำงานร่วมกันเป็นทีมเวิร์ครึปล่าว นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราต้องสามารถดึงดูด talents เข้ามาในองค์กร รักษาพวกเขาไว้ และพัฒนาศักยภาพของพวกเขาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย

Mindset ของการทำงานกับการดำเนินชีวิตเหมือนหรือต่างกัน?

ผมโชคดีที่ได้เติบโตมาในครอบครัวที่มี positive mindset คุณแม่เป็นตัวอย่าง และเป็นผู้ที่คอยแนะนำโดยการเล่าเรื่องของตัวเองทำให้ผมซึมซาบสิ่งเหล่านี้ โดยแทบไม่รู้ตัว ผมเองพอมีโอกาสได้เข้ามาเป็นผู้นำองค์กรก็นำเอา positive และ growth mindset มาใช้และคอยแนะนำช่วยเหลือคนอื่นๆ การทำตัวเป็นน้ำครึ่งแก้ว พยายามฟัง เรียนรู้ เป็นทั้งแนวคิดในการดำเนินชีวิตและการทำงานของผมเสมอ

คนทั่วไปรู้จักคุณเต้ยในฐานะน้องชายคุณศุภจี ประธานเครือดุสิิตฯ มีความเหมือนและความต่างทางความคิดบ้างไหม

พี่แต๋ม (คุณศุภจี) เป็นเหมือน role model ที่มีความเหมือนกันอยู่มาก core principle ของเราสองคนมาจากจุดเดียวกัน คือ ครอบครัว ความซื่อสัตย์ เคารพและเปิดรับความคิดของผู้อื่นมี diversity อย่างพี่แต๋มก็จะพูดคุยกับแม่บ้านอย่างสนิทสนมไม่ถือตัว อ่อนน้อมถ่อมตน ที่บ้านถูกสอนมาว่า ทุกคนเท่าเทียมเหมือนกันหมด อีกสิ่งหนึ่งที่พี่แต๋มมี และผมนับถือเขาามากในเรื่องนี้ คือ ความไม่ยอมแพ้ และการคิดนอกกรอบ

ส่วนใหญ่บทสนทนาระหว่างพี่สาวและน้องชายจะเป็นเรื่องอะไร

เราทักทายกันทุกวันผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค แต่ถ้าเจอกันตัวเป็นๆ จะแค่เดือนละ 1-2 ครั้ง ครอบครัวเราค่อนข้างอยู่กันแบบอิสระ ไม่ได้ตายตัวว่าจะต้องมาเจอกันเมื่อไหร่ แต่ถ้ามีอะไรที่คนไหนต้องการความช่วยเหลือ ทุกคนก็พร้อมเข้ามาเสมอ

คือกับพี่แต๋ม ถ้าเจอกันเราจะไม่คุยกันเรื่องงาน แต่จะคุยเรื่องจิปาถะ เช่น สุนัข เรื่องเที่ยว เรื่องลูก เรื่องครอบครัว กิจกรรมที่ไปเที่ยว นั่งเมาท์มอยคุณแม่ นานๆ ทีก็อาจจะมีเรื่องงาน ถ้าว่ามีเรื่องที่ต้องการคำปรึกษาจริงๆ

เป็นนักบริหารรุ่นใหม่ที่ผ่านบริษัทไอทีระดับตำนานมาทั้งนั้น ตั้งแต่ไอบีเอ็ม เอชพี รวมถึงไมโครซอฟท์ เสน่ห์ของบริษัทไอทีเหล่านี้มันอยู่ตรงไหน

แต่ละบริษัทก็มีวัฒนธรรมองค์กร และ mission ที่แตกต่างกัน ผลิตภัณฑ์ และบริการก็แตกต่างกัน แต่สิ่งที่ประทับใจคือ คนในองค์กรทุกองค์กรที่เคยทำงานด้วยเป็นเหมือนเพื่อนเหมือนพี่เหมือนน้อง ทุกคนน่ารักมาก ถึงแม้ว่าออกมาแล้วตอนนี้เราก็ยังสนิทสนมกันอยู่

การอยู่ในธุรกิจเทคโนโลยี ทำให้เราเห็นเทรนด์ของอนาคต ทำงานในบริษัทข้ามชาติ ทำให้เราเห็นมุมมองจากหลายด้านทั่วโลก และที่สำคัญการอยู่ในเทคโนโลยีทำให้เรามีโอกาสเป็นผู้เข้าไปเปลี่ยนแปลง ช่วยเหลือคนอื่นให้ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น

ในฐานะพ่อลูกสามการเลี้ยงลูกในยุคที่รอบตัวมีแต่สิ่งเร้ามากมาย คุณเต้ยรับมืออย่างไร

Principle คือ เราไม่สามารถอยู่กับเขาได้ตลอดชิวิต ดังนั้นผมจะทำยังไงก็ได้ให้เขาอยู่ได้ด้วยตัวเอง เราต้องยอมให้เขาลองผิด แต่ต้องอยู่ในศีลธรรม ผมอยากให้เขาได้ลองเรียนรู้ ได้ลองพยายามและศึกษาจากทั้งสิ่งดีและไม่ดี และตัวเราก็ควรจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเขาด้วย ผมคิดแบบนี้นะ

วางเป้าหมายให้ลูกๆ ไว้อย่างไรบ้าง

เป้าหมายของลูกๆ สำหรับผม คือเป้าหมายของตัวเขาเอง เราเปิดโอกาสให้ลูกวางเป้าหมายของตัวเอง เรามีหน้าที่ส่งเสริมเขาเพื่อให้เขาบรรลุเป้าหมาย ให้เติบโตเป็นบุคคลคุณภาพของสังคม และดูแลตัวเองได้ ถ้ามีโอกาสที่เขาสามารถทำประโยชน์ให้สังคมได้ จะยิ่งดีใจมาก

จริงๆ ผมอยากให้เขาสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และสร้างครอบครัวของตัวเองให้มีคุณภาพ ถ้ามีโอกาสก็ให้ทำประโยชน์เพื่อสังคมครับ

Dhanawat_5

ทราบว่าเป็นอีกคนที่หลงใหลในไตรกีฬามาก ทำไมถึงชอบกีฬาชนิดนี้

ไตรกีฬา ทำให้ผมได้ใช้ทักษะหลายๆ อย่าง เพราะมันผสมผสานระหว่างว่ายน้ำ ขี่จักรยานและวิ่ง ชอบทำอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่ซ้ำ เปิดโอกาสให้ผมข้ามขีดจำกัดของตัวเอง ชอบที่จะท้าทายขอบเขตของตัวเอง แล้วนำมาใช้กับงาน เพราะเราไม่เชื่อในข้อจำกัด ตอนแรกเราอาจจะคิดว่าเราทำไม่ได้ แต่ในที่สุดเราก็ทำได้ เรื่องที่ว่าทำไม่ได้ อาจจะไม่จริง เราเพียงต้องหาตัวช่วยอีกอย่างที่ทำให้รักไตรกีฬาคือ เวลาเรามาทำงาน ทุกความสำเร็จจะเกิดขึ้นจากความร่วมมือกันของทุกคน ไม่ว่าจะ 10 คนหรือ 100 คน แต่กับไตรกีฬา ทุกอย่างต้องมาจากตัวเราเองคนเดียวล้วนๆ ก็เลยเป็นความท้าทายที่ต่างออกไป

เคยลงแข่งที่ไหนมาบ้าง

ลงเยอะมาก เช่น บางแสน Triathlon, พัทยา Triathlon, Roboman หัวหิน และรายการอื่นๆ เรื่อยๆ ครับ

เคยเจอเหตุการณ์สนุกๆ ในช่วงแข่งบ้างไหม

มิตรภาพ ทั้งก่อนแข่ง ตอนแข่ง และหลังแข่ง คือปกติผมมักไปกับเพื่อนนักเรียนสวนกุหลาบด้วยกัน ไปผจญภัยด้วยกัน ช่วยเหลือกัน เหมือนย้อนวัย สิ่งที่ได้เรียนรู้คือ ถ้าเราไม่เตรียมตัวไปแข่ง มันจะแย่เลย กว่าจะได้เข้าเส้นชัย ดังนั้นการเตรียมตัวเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก และอย่าประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไป เช่น อาจเกิดการตื่นกลัวในน้ำในทะเล เราต้องพยายามมีสติ ต้องสงบตัวเองให้ได้

มีนักกีฬาไตรกีฬาที่ชื่นชอบไหม

มีครับ เป็นเพื่อนผมเองไปด้วยกันทุกงานชื่อคุณเบน เขาหนัก 120 กิโลกรัม แต่ผ่านการแข่งขันกับพวกเพื่อนๆ ตลอด แม้จะถึงคนสุดท้าย แล้ววิ่งคนเดียว ปิดรายการ ผมนับถือน้ำใจเขามาก ใจเพชรมาก เวลาถ้าจะยอมแพ้ คิดถึงเบนแล้ว เราคงยอมไม่ได้

ใครคือ role model ของคุณเต้ย ทั้งในมุมของการบริหารธุรกิจและการใช้ชีวิต

มี role model หลายคน แล้วเรียนรู้จากทุกคน แม้กระทั่งลูกน้องในทีม แต่ role model ในชีวิตคือ พ่อแม่ และพี่แต๋ม เริ่มจากคุณพ่อท่านเป็นทหาร มีวินัย และเป็น strategic thinker เล่นหมากรุกเก่งมาก ไม่เคยชนะพ่อได้เลย ส่วนคุณแม่จะเป็นผู้ให้ และเป็นคนคิดบวก positive thinking ที่สุด และท่านก็มักจะปล่อยพลังบวกมาให้พวกเราพี่น้อง ส่วนพี่แต๋มเป็น role model ในเรื่องของความพยายาม ความไม่ย่อท้อ เป็นแรงขับของเรา เขาเป็นเหมือนพ่อและแม่คนที่ 2 เลย เป็นเหมือนร่มโพธิ์ร่มไทรของผม

รับมือกับความเครียดอย่างไร

คือผมโชคดีที่เป็นคนที่ค่อนข้างคิดบวก ถ้าเราพลาด เราก็เรียนรู้ แล้วไปต่อ เดี๋ยวเราต้องมีวิธี เราต้องจัดการได้สิ อีกอย่างคือ การออกกำลังกายก็ช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ดี นอกจากนี้ มิตรภาพระหว่างคนรอบข้างก็ช่วยได้ ครอบครัวเป็นที่พึ่งเสมอ หรือแม้แต่อยู่กับคนรอบข้าง เพื่อนพ้อง คนที่ทำงาน ผมทำตัวเหมือนอยู่กับพี่กับน้องกับเพื่อน เลยมีความรู้สึกดีๆ มาช่วยรับมือกับความเครียด เพราะเราร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน

ถ้าเจอ บิล เกตส์ (ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์) หรือ สัตยา นาเดลลา (ซีอีโอไมโครซอฟท์) อีกครั้ง ถ้าไม่ใช่บทสนทนาทางธุรกิจจะถามอะไรกับเขา

นึกไม่ออกครับ คงได้แต่ตื่นเต้น แล้วรอว่าเขาจะถามว่าอะไร (หัวเราะ)

 

เปิดอ่าน 1,410