อย่าบังแดด  โซล่าเซลล์มาแล้ว  

September 7, 2018
by เพ็ญลักษณ์ ภักดีเจริญ

หากไม่ใช่ปัญหาราคาและเทคโนโลยี เหตุใดโซล่าเซลล์ไม่เกิดในเมืองไทย

 

"""""""""""""""""""

“ที่เยอรมันมีการศึกษาว่า แสงแดดที่ส่องในเวลา 8 นาที สามารถให้พลังงานมนุษย์ทั้งโลกใช้ได้ทั้งปี เรื่องนี้เป็นความจริง แต่อยู่ที่ปัญญาในการใช้ ในอดีตเราเปลี่ยนน้ำทะเลเป็นน้ำดื่มไม่ได้ แต่ตอนนี้ทำได้แล้ว ณ วันนี้เราใช้โซล่าเซลล์ราคาถูกได้แล้ว” ประสาท มีแต้ม ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน กรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านบริการสาธารณะ คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน (คอบช.) กล่าวบนเวทีเสวนา อย่าบังแดด ในงานมหกรรมสมุนไพรและอาหาร ครั้งที่ 3

เพื่อชี้ให้เห็นว่า คุณประโยชน์ของแสงแดดมีมหาศาล

ว่ากันว่า มีความพยายามผลักดันให้มีการใช้โซล่าเซลล์ในเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง แต่รัฐไม่ขานรับอย่างเป็นทางการ จะด้วยเหตุผลทางธุรกิจหรือเรื่องใดก็ตาม ประชาชนก็ควรจะรู้ว่า ณ วันนี้ การติดตั้งโซล่าเซลล์ ไม่ใช่เรื่องยาก และแผ่นโซล่าเซลล์ก็ไม่ได้มีราคาแพงเหมือนเมื่อก่อน

แล้วเหตุใด รัฐไม่เปิดไฟเขียว ?

-1-

มีคนมากมายในประเทศนี้ที่อยากใช้โซล่าเซลล์ แต่ติดปัญหาที่รัฐไม่อนุญาติให้มีการใช้ในราคาที่สมเหตุสมผล หากจะเชื่อมกับระบบไฟฟ้าที่มีอยู่ ประชาชนไม่มีสิทธิขายไฟฟ้าที่เหลือจากโซล่าเซลล์ให้ส่วนกลาง

“อเมริกากีดกั้นเรื่องนีี้ โซล่าเซลล์กำลังเทออกจากจีน จึงส่งมาที่ประเทศไทย และการแข่งขันทำให้ราคาลดลงมาก ตอนนี้เป็นโอกาส ซึ่งทางโรงเรียนของเรา ก็ติดตั้งโซล่าเซลล์จากค่าไฟฟ้าเดือนละเจ็ดพันบาท เหลือแค่สี่สิบบาท” ท่านพระครูวิมลปัญญาคุณ เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม จ.อุบลราชธานี ผู้ก่อตั้งโรงเรียนศรีแสงธรรม โรงเรียนกินแดด กล่าว

นอกจากก่อตั้งโรงเรียนกินแดด ท่านพระครูยังประดิษฐ์อุปกรณ์เครื่องใช้จากโซล่าเซลล์หลายชิ้น  เปิดคอร์สสอนเรื่องโซล่าเซลล์แก่ประชาชนทั่วไป และติดตั้งโซล่าเซลล์ให้โรงพยาบาลที่ขอให้ช่วยเหลือ รวมถึงศึกษาดูงานเรื่องนี้ในหลายประเทศ โดยทำงานร่วมกับคนหลายกลุ่ม สิ่งที่ท่านทำ จึงเป็นการใช้องค์ความรู้ นวัตกรรม และภูมิปัญญาพื้นบ้าน ผนวกรวมกัน

แม้โรงเรียนในอุบลราชธานีจะอยู่ห่างไกลจากเมืองหลวง แต่ไม่ได้ไกลรัศมีแสงอาทิตย์ จึงสามารถใช้ประโยชน์จากแดดได้เหมือนหลายประเทศในโลกนี้

“อุบลราชธานีอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร เราก็นำแสงแดดมาใช้ได้ จริงๆ แล้วเราใช้ความเข้มของแสงแดดในการให้พลังงาน ถ้าโซล่าเซลล์ร้อนจัดจะไม่ค่อยให้พลังงาน ทางยุโรปก็ใช้โซล่าเซลล์เยอะ เมืองไทยก็น่าจะนำมาใช้ ตอนนี้เทคโนโลยี และระบบการติดตั้งรองรับได้แล้ว มีประสิทธิภาพมากขี้นและราคาลดลง”

หลายสิบปีที่ผ่านมา ท่านพระครูได้ทดลองใช้อุปกรณ์หลายแบบติดตั้งโซล่าเซลล์ เพื่อใช้พลังงานไฟฟ้า

“ระบบผลิตตอนนี้ก็เข้าถึงได้ง่ายๆ เป็นเทคโนโลยีชาวบ้าน ใช้แสงแดดแก้ไขปัญหา ยิ่งมีการใช้แพร่หลาย ก็จะเกิดการศึกษาวิจัย โดยเฉพาะแผ่นโซล่าเซลล์และระบบ อาตมาได้ข่าวว่ากำลังจะมีเทคโนโลยีผลิตแบตเตอรี่ในประเทศไทย และตอนนี้ทางบริษัทเทลล่าจะตีตลาดเรื่องรถไฟฟ้า ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ในเรื่องนี้ ก็เลยคิดว่าเป็นโอกาสอันดีของโซล่าเซลล์”

-2-

แล้วเหตุใดโซล่าเซลล์ไม่สามารถแพร่หลายในเมืองไทย

จากข้อมูลการศึกษาวิจัย พบว่าการติดตั้งโซล่าเซลล์ 3 กิโลวัตต์ เพียงพอสำหรับบ้านที่ใช้ไฟฟ้าเดือนละสองพันกว่าบาท แม้จะลงทุนติดตั้งโซล่าเซลล์แสนกว่าๆ แต่ทำไมไม่สามารถทำได้ 

อาจารย์ประสาท บอกว่า เนื่องจากทางการไฟฟ้าบังคับให้ติดอุปกรณ์ตัวหนึ่ง เพื่อไม่ให้ไฟไหลออก ต้องใช้เงินกว่า 200,000 บาท 

"ตอนนี้โลกไปถึงไหนแล้ว เมืองไทยยังมีกติกากีดกันเรื่องนี้ ผมขอยกตัวอย่างโรงเรียนประถม 3,700 แห่งในอเมริกาใช้โซล่าเซลล์สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ 78 ล้านเหรียญต่อปี พวกเขาเอาเงินเหล่านี้มาจ้างครูพันกว่าคน จ้างได้เกือบตลอดชีวิต เพราะโซล่าเซลล์มีอายุการใช้งาน 25 ปี และยังมีข่าวว่าอีก 2 ปี ผู้บริหารเฟสบุ๊คจะใช้พลังงานหมุนเวียนทั่วโลก” 

เขาเปรียบเปรยให้เห็นว่า ระหว่างเยอรมันกับประเทศไทย ประเทศไหนมีแดดเยอะกว่ากัน แม้ประเทศไทยมีแดดเยอะกว่า แต่มีโซล่าเซลล์น้อยกว่า หากนำโซล่าเซลล์มาใช้ในเมืองไทยสัก 25 เปอร์เซ็นต์ ก็จะมีการจ้างงานมากขึ้น คงประมาณกว่า 400,000 คน

“ถ้าเปรียบเทียบไทยกับอินเดีย อินเดียมีแดดมากกว่าไทยนิดหน่อย นายกรัฐมนตรีของอินเดียตั้งเป้าว่าจะผลิตไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์ 60 เปอร์เซ็นต์ของการใช้ไฟฟ้า ซึ่งก่อนหน้านี้จะใช้ถ่านหิน และเมื่อทำสัญญาแล้ว ก็ยอมจ่ายค่าปรับให้บริษัทที่ลงทุน เพราะคำนวณแล้วว่า การใช้โซล่าเซลล์คุ้มค่ากว่า เนื่องจากราคาถูกกว่าถ่านหิน 20 เปอร์เซ็นต์”

นอกจากนี้อาจารย์ประสาทยังได้ยกตัวอย่างข้อมูลทางวิชาการชุดหนึ่ง โดยบอกว่า ต้นทุนการผลิตโซล่าเซลล์ เพื่อใช้ไฟฟ้าในอินเดียหน่วยละบาทกว่าๆ

“ตอนนี้คนไทยใช้ไฟฟ้าหน่วยละ 4 บาทกว่า และถ้าใช้ปริมาณมากขึ้นก็เพิ่มค่าไฟฟ้า ในอริโซน่า ค่าไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์บาทกว่า ๆ ซึ่งการใช้โซล่าเซลล์ถูกกว่าเยอะ”

-3-

เมื่อระบบไม่เปิดโอกาสให้มีการใช้โซล่าเซลล์อย่างเป็นทางการ และประชาชนก็ไม่เข้าใจว่า การติดตั้งระบบแบบนี้ยุ่งยากอย่างไร เนื่องจากที่ผ่านมา หากมีพลังงานไฟฟ้าเหลือจากการใช้โซล่าเซลล์ก็ไม่สามารถขายให้สายส่งของการไฟฟ้าได้

“ปัจจุบันการใช้ระบบออนกริด (มีแหล่งจ่ายไฟ 2 ทาง ทางหนึ่งจากการไฟฟ้า และอีกทางจากแผงโซลาร์เซลล์หลังคาบ้าน ระบบไฟที่ผลิตได้จากแผงโซลาร์เซลล์ จะแปลงไฟโดยอินเวอร์เตอร์ และสามารถต่อไฟร่วมกับระบบไฟจากการไฟฟ้าได้ ไม่ต้องทำระบบสลับไฟ จะใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าได้เลย ไม่ใช้แบตเตอรี่แบบไม่ขาย) ยังเป็นสิ่งที่ผิด สำหรับบ้านเรา เพราะเขาไม่ได้ค่าไฟจากเรา จึงมีการเปลี่ยนมิเตอร์ไม่ให้หมุนกลับ” ผู้บริโภคคนหนึ่ง กล่าว  

ส่วนท่านพระครู ยกตัวอย่างการใช้โซล่าเซลล์ในโรงเรียน มีการพัฒนาเป็นลำดับขั้น

“คือที่โรงเรียนเคยทำระบบ ไฟฟ้าที่เหลือให้คนอื่นยืมไปใช้ได้แล้วค่อยคิดเงิน แต่รัฐให้ถอดออก รัฐออกระเบียบไม่ให้ไฟไหลออก ให้ใช้อย่างเดียว แต่ถ้าเป็นพ่อค้านายทุนด้านไฟฟ้าส่งให้ก็รับซื้อ กระทั่งเราพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ กดปุ่มเชื่อมต่อออนไลน์ สั่งเปิดปิดไฟจากที่นี่ได้เลย ถ้าไฟฟ้าเหลือเก็บไว้ในแบตเตอรี่ ออสเตรเลียก็ทำแบบนี้ได้ แต่ในเมืองไทยทำไม่ได้”

หากถามเรื่องมาตรฐานโซล่าเซลล์ ท่านพระครู ผู้เชี่ยวชาญด้านโซล่าเซลล์ บอกว่า ตอนนี้ที่โรงเรียนใช้สมาร์ทไฮบริด ก้าวไปสู่การซื้อไฟฟ้าบ้านต่อบ้าน ซื้อผ่านระบบบล็อกเชน แต่กฎหมายยังไม่มี คงจะมีกฎหมายไล่ตามมา

“ตอนนี้ที่โรงเรียนสามารถใช้มือถือเปิดปิดระบบไฟฟ้าจากพลังโซล่าเซลล์ได้เลย ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็มาช่วยทำ ส่วนอีกโครงการที่ทำคือ จะติดตั้งโซล่าเซลล์ตามโรงพยาบาลทั่วประเทศ  แต่ตอนนี้ยังไม่มีเงิน ที่ติดตั้งโซล่าเซลล์ไป คือ ที่โรงพยาบาล 50 พรรษามหาวชิราลงกรณ และโรงพยาบาลสงฆ์ จ.อุบลราชธานี ลดค่าไฟฟ้าได้เดือนละ18,000 -20,000 บาท และยังมีอีกหลายโรงพยาบาลต้องการติดโซล่าเซลล์อีก อาตมาก็บอกว่า ถ้ามีโอกาสจะช่วยติดตั้งให้”

-4-

ในขณะที่ต่างประเทศอยากให้ติดตั้งโซล่าเซลล์ตามบ้านเรือน แต่ในเมืองไทย กลับออกกฎหมายหรือกฎ ป้องกันการผลิตกระแสไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์ไหลเข้าสู่ระบบ โดยวางระบบไว้ว่า มิเตอร์ไฟฟ้าต้องไหลไปในทางเดียว ห้ามหมุนย้อนกลับ เพื่อให้ใช้โซล่าเซลล์ในขอบเขตจำกัด ไม่สามารถแบ่งปันถ่ายเทกัน 

"พวกเขาคงไม่อยากให้ลดการผลิตกระแสไฟฟ้าจากฟอสซิล ไม่อย่างนั้นจะเป็นการเบียดเบือนรายได้  ตอนนี้ระบบผลิตไม่ใช่ปัญหา อย่างระบบออนกริด จ่ายไฟจากโซล่าเซลล์โดยตรงได้เลย ซึ่งคนก็มีความรู้เรื่องนี้เยอะขึ้น อาตมาก็สอนให้เด็กนักเรียนต่อระบบโซล่าเซลล์ได้หมด” ท่านพระครูเล่าและบอกว่า แม้ในอุบลราชธานี ไฟฟ้าจะดับเป็นเดือน ก็ไม่มีผลต่อโรงเรียนศรีแสงงาม เพราะใช้โซล่าเซลล์เป็นไฟฟ้าหลัก โดยใช้แบตเตอรี่เป็นไฟสำรอง 

"ถ้าระบบไฟฟ้าที่เราวางไว้ล่ม เรามีการไฟฟ้าเป็นระบบสำรอง ทำไมถึงทำได้ เพราะกลางคืนเราไม่ได้ใช้ไฟฟ้า ก็เลยเปิดไฟทิ้งไว้ เพื่อรักษาระบบแบตเตอรี่ ไม่อย่างนั้นพัง จำได้ว่าอาตมาไปเยือนเพื่อนที่เมลเบิร์น ออสเตรเลีย เขาบอกว่า ใช้โซล่าเซลล์ ค่าไฟฟ้าเหลือเดือนละ 70 ดอลล่าร์ เมื่อก่อนประมาณ 600 กว่าดอลล่าร์ จะติดโซล่าเซลล์เท่าไหร่ก็ได้ เพราะมีการแยก 2 มิเตอร์ ถ้าไม่ได้ใช้ก็ส่งไประบบสายส่ง”

-5-

หากเชื่อว่า คนเล็กๆ สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ การผลักดันโซล่าเซลล์ ก็น่าจะเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าระบบผลิต ระบบจัดส่งให้ผู้ใช้ ระบบการบริหารจัดการ ระบบจำหน่าย ในเมืองไทยมีผู้รู้ครบทุกด้าน อยู่ที่ว่ารัฐบาลจะไฟเขียวหรือไม่

“แม้จะบอกว่า แบตเตอรี่นำเข้าราคาแพง เราก็ใช้วิธีผลิตไฟฟ้าไหลไปเก็บไว้ที่สายส่งเข้าบ้านคนอื่น ไม่มีต้นทุนใดๆ ไม่ต้องซื้อแบตเตอรี่เก็บไว้ ตอนนี้เราใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้า เงินไหลออกทางเดียว ผู้ผลิตไฟฟ้าก็ร่ำรวย แต่ตอนนี้เทคโนโลยีพร้อมแล้ว ในคาลิฟอร์เนีย มีกฎว่า บ้านทุกหลังที่สร้างใหม่ ต้องติดโซล่าเซลล์ ในรัสเซีย บ้านทุกๆ 4 หลังจะต้องติดโซล่าเซลล์”

นอกจากผู้รู้ด้านโซล่าเซลล์ ยังมีผู้อยากผลักดันให้คนไทยได้ใช้โซล่าเซลล์ รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกสภาปฎิรูปแห่งชาติ(สปช.) ด้านพลังงาน บอกว่า ตอนนี้วิกฤติมนุษย์มี สามเรื่อง 1โลกร้อน 2ความเหลื่อมล้ำ (ประเทศไทยเป็นอันดับสามของโลก รองจากรัสเซีย และอินเดีย คือ รวยกระจุก จนกระจาย) และ3 ปัญหาเรื่องปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์จะมาแย่งงานมนุษย์ คนที่นำหุ่นยนต์มาใช้ก็จะรวยขึ้นเรื่อยๆ

“การใช้พลังงานฟอลซิล ทำให้เกิดปัญหาโลกร้อน เกิดภัยพิภัย คุกคามความอยู่รอดมนุษย์ชาติ ถ้าเราหันมาใช้แสงแดด ไม่มีการเผาไหม้เป็นกระบวนการสะอาด และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งทางยุโรปตื่นตัวมาก ส่งเสริมให้คนหันมาใช้พลังงานจากแสงแดด เวลานี้เทคโนโลยีมาถึงแล้ว เราสามารถใช้แสงแดดผลิตพลังงานของตัวเอง แต่ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงแสงแดด เพราะรัฐบาล และกลุ่มทุนพลังงานฟอลซิลยืนบังแดดไว้ เนื่องจากธุรกิจพลังงานฟอลซิลสร้างความร่ำรวยและผูกขาด 

“อยากยกตัวอย่าง พรรคกรีนของเยอรมัน ที่ผลักดันกฎหมายพลังงานหมุนเวียนจนสำเร็จ จนรัฐบาลเยอรมันนำไปใช้ ตอนที่ดิฉันเป็นวุฒิสมาชิก ได้เชิญโจเซฟ ฮัน สเปิ่ล มาพูดคุยที่รัฐสภา ตอนนั้นเขาคิดแค่ว่าแก้ปัญหาโลกร้อน ไม่ได้เคยคิดว่า การส่งเสริมให้คนใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นการสร้างงานให้คนด้วย ปี 2543 เป็นปีแรกๆ เริ่มมีการใช้พลังงานหมุนเวียน จากในอดีตเคยจ้างงานคนในระบบพลังงานถ่านหินสามหมื่นคน พอปี 2553 มีการจ้างงานคนเพิ่มเป็นสามแสนคน "

ส่วนนักสู้ภาคประชาชน บุญยืน บอกว่า นโยบายที่ว่า คนติดตั้งโซล่ารูฟ รัฐไม่รับซื้อ และไม่ต้องขออนุญาต กว่าจะขอได้ต้องมีขั้นตอนที่แจ้ง 9 ขั้นตอนและขออนุญาตหลายหน่วยงาน นี่นโยบายบังแดดชัดๆ 

"เราเคยไปดูงานที่เยอรมัน รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนประหยัดพลังงาน ในจีนก็สนับสนุนใ แต่ในสังคมไทยมีความเหลื่อมล้ำ สนับสนุนแต่นักลงทุน มีการประกันการขาดทุน แต่ถ้าเป็นประชาชนไม่สนับสนุน ไม่รับซื้อจากประชาชน แต่รับซื้อจากบริษัทเอกชน ถึงเวลาจะตั้งกองทุนปลอดดอกเบี้ยหรือยัง

แล้วทำไมคนไทยเป็นแค่คนซื้อพลังงาน แต่ผลิตไฟฟ้าไม่ได้"