ศิลปะการเล่าเรื่อง “เหตุการณ์ 8888” ของสื่อเมียนมา

August 8, 2018
by วทัญญู ฟักทอง

8 สิงหาคม เมียนมาจัดงานรำลึกถึงเหตุการณ์ที่เรียกกันว่า “8888”  อันเป็นเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงใหญ่เพื่อขับไล่รัฐบาลทหารเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 1988 ซึ่งถือว่าเป็นการลุกฮือของประชาชนที่ต้องการให้นายพลเนวินและรัฐบาลเผด็จการทหารออกจากอำนาจ

HIGHLIGHTS

  • เหตุการณ์ที่เรียกกันว่า “8888” เป็นเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงใหญ่เพื่อขับไล่รัฐบาลทหารเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 1988 ซึ่งถือว่าเป็นการลุกฮือของประชาชนที่ต้องการให้นายพลเนวินและรัฐบาลเผด็จการทหารออกจากอำนาจหลังจากที่ปกครองประเทศตั้งแต่ ค.ศ. 1962
  • นับตั้งแต่ช่วงประมาณ ค.ศ. 1964 สื่อมวลชนในเมียนมาประสบกับการเปลี่ยนแปลงในโลกสื่อสิ่งพิมพ์ อันเนื่องมาจากระบอบการปกครองที่ทหารได้ตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองสื่อ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมและกลั่นครองสื่อสิ่งพิมพ์ทั้งหมด
  • ภายใต้บรรยากาศที่จำกัดอิสระการแสดงออกทางความคิดดังกล่าว กลับมิได้ทำให้การบอกเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ 8888 แห้งเหือดไปจากสังคมเมียนมาเลย ในทางตรงกันข้ามกลับทำให้เกิดศิลปะการเล่าเรื่องเหตุการณ์ 8888 ในแนวทางใหม่ขึ้น

วันที่ 8 สิงหาคม เมียนมาจัดงานรำลึกถึงเหตุการณ์ที่เรียกกันว่า “8888” อันเป็นเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงใหญ่เพื่อขับไล่รัฐบาลทหารเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 1988 ซึ่งถือว่าเป็นการลุกฮือของประชาชนที่ต้องการให้นายพลเนวินและรัฐบาลเผด็จการทหารออกจากอำนาจหลังจากที่ปกครองประเทศตั้งแต่ ค.ศ. 1962 และปิดฉากลงแบบไม่สวยงามนัก ด้วยการที่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลถูกปราบอย่างหนัก ตามมาด้วยการที่เหยื่อการปราบปรามจำนวนมากถูกนำตัวไปจองจำในคุกเป็นเวลาหลายปีพร้อมเรื่องราวของการถูกทรมาน

38688859_568904973512059_7534888820769030144_n

ในช่วงสัปดาห์นี้กองทัพนักโพสต์ โดยเฉพาะชาวเมียนมาต่างโพสต์ แชร์ และกด Like ภาพบรรยากาศการจัดงานรำลึกเหตุการณ์ตามเมืองต่างๆ รวมถึงภาพการต่อสู้ของประชาชนและการปราบปรามของรัฐบาลทหารเมียนมาในเหตุการณ์วันนั้นกันเป็นจำนวนมาก

ในหน้าฟีดข่าวของสำนักข่าวต่างๆ และหน้าเฟชบุ๊กส่วนตัวในเมียนมาตลอดช่วงนี้ก็จะมีแต่เรื่องราวเหตุการณ์ 8888 ซึ่งการนำเสนอเป็นไปอย่างอิสระ สะดวกและง่ายดาย ผิดกับเมื่อ 20 ปีก่อน...

ย้อนกลับไปเมื่อสัก 20 กว่าปีก่อน ก่อนจะถึงยุคโซเชียลที่ย่อให้โลกเราแคบเล็กลงเช่นทุกวันนี้ ในยุคที่การเผยแพร่ข่าวสารยังอยู่บนพื้นที่สื่อสิ่งพิมพ์เป็นหลัก หลายคนอาจคิดว่าเรื่องราวเหตุการณ์ 8888 คงมิถูกเผยแพร่หรือบอกเล่าในสังคมเมียนมาได้อย่างเปิดเผยและกว้างขวาง เหตุการณ์ดังกล่าวต้องถูกปกปิด ลบลืม ภายใต้ข้อจำกัดและอำนาจเบ็ดเสร็จของรัฐบาลทหารที่เข้ามายึดอำนาจหลังเหตุการณ์ 8888 อีกครั้งหนึ่ง หรือไม่

นับตั้งแต่ช่วงประมาณ ค.ศ. 1964 สื่อมวลชนในเมียนมาประสบกับการเปลี่ยนแปลงในโลกสื่อสิ่งพิมพ์ อันเนื่องมาจากระบอบการปกครองที่ทหารได้ตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองสื่อ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมและกลั่นครองสื่อสิ่งพิมพ์ทั้งหมด

38777320_375875799611299_3189532388631773184_n

นั่นหมายความว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา สื่อในเมียนมาไม่ได้มีอิสระในการเขียนเหมือนกับสื่อที่อยู่ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย ช่วงเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมาพบว่า นักเขียน กวี ศิลปิน ต่างทำงานด้วยความหวาดกลัวว่า ผลงานของตนจะไม่ผ่านกองเซ็นเซอร์ ผลงานศิลปะที่สร้างสรรค์อย่างอิสระอาจเสี่ยง ต้องตกเป็นเหยื่อของกองเซ็นเซอร์ นักสร้างสรรค์งานศิลปะบางคนถึงกับท้อแท้และไม่อยากท้าทายก็มี

ภายใต้บรรยากาศที่จำกัดอิสระการแสดงออกทางความคิดดังกล่าว กลับมิได้ทำให้การบอกเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ 8888 แห้งเหือดไปจากสังคมเมียนมาเลย

ในทางตรงกันข้ามกลับทำให้เกิดศิลปะการเล่าเรื่องเหตุการณ์ 8888 ในแนวทางใหม่ขึ้น

สื่อสิ่งพิมพ์ท้องถิ่นอย่าง Thadin Hlwar หรือในชื่อภาษาอังกฤษคือ The Bulletin และ Thadin Magazine หรือ The News Magazine ซึ่งเล่นประเด็นการเมืองภายในประเทศ ยุคเผด็จการ ทศวรรษ 1990 นำเสนอเหตุการณ์ 8888 โดยวิธีการ เล่าเรื่องตัวเองผ่านคนอื่น 

นักเขียนใช้ฉากเหตุการณ์และสถานที่ตลอดจนบุคคลหรือตัวละครในเหตุการณ์ที่เข้าใจว่า “ไม่ใช่เหตุการณ์ในเมียนมา” แต่ที่จริงแล้วก็แอบขยิบตาอยู่ตลอดเวลาว่านี่แหละ “เหตุการณ์ในเมียนมา”

แน่นอนว่ามันทำให้คนอ่านแอบสะใจอยู่ลึกๆ หรืออาจขุ่นข้องใจอย่างลับๆ ต่ออำนาจแห่งการควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จของรัฐบาลเผด็จการทหาร

The Bulletin ฉบับหนึ่งมีรูปหน้าปกเป็นฉากและตัวละครในฟิลิปปินส์ ซึ่งกำลังเล่าเรื่องระบอบ เนวิน โดยการเล่าผ่านเหตุการณ์ในฟิลิปปินส์ คือ การปฏิวัติพลังประชาชน (หรือ การปฏิวัติเอ็ดซา และการปฏิวัติฟิลิปปินส์ ค.ศ. 1986) ที่เกิดขึ้นระหว่าง ค.ศ. 1983-86 เป็นการรณรงค์การต่อต้านของพลเมืองอย่างต่อเนื่องต่อการใช้ความรุนแรงโดยรัฐและการโกงการเลือกตั้ง

38754393_287319315333538_8718443054333165568_n

กรณีการปฏิวัติอันปราศจากความรุนแรงนี้ได้นำไปสู่การลงจากตำแหน่งของเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส และการฟื้นฟูประชาธิปไตยของประเทศ การปฏิวัตินี้ยังมีอีกชื่อหนึ่งว่า การปฏิวัติสีเหลือง เพราะมีริบบิ้นสีเหลืองปรากฏระหว่างการเดินขบวนประท้วงและการมาถึงของ เบนีโญ อากีโน จูเนียร์

การปฏิวัติครั้งนี้ถูกมองอย่างกว้างขวางว่าเป็นชัยชนะของประชาชนต่อระบอบอำนาจนิยมนาน 20 ปีของประธานาธิบดีมาร์กอสและก่อให้เกิดพาดหัวข่าวอย่าง "การปฏิวัติที่ทำให้โลกประหลาดใจ"

นอกจากนี้ยังมีการพาดหัวข้อข่าวเหตุการณ์อื่นแต่ก็รู้กันกับคนอ่านว่ามีนัยยะอย่างไร เช่น พาดหัวข้อข่าวเป็นตัวอักษรภาษาเมียนมาว่า “ประธานาธิบดีปากีสถานตกเครื่องบินเสียชีวิตแล้ว” โดยเน้นขนาดของตัวอักษรคำว่า ประธานาธิบดีเสียชีวิต อย่างใหญ่โตดูเด่นกว่าคำอื่น

38721601_454501471729122_7473047764222345216_n

มีการนำเสนอความทุกทรมานของนักโทษการเมืองที่ถูกนำไปจองจำในคุกอินเส่ง คุกที่ขึ้นชื่อในเรื่องความโหดร้ายในเมียนมา โดยโลกภายนอกไม่ได้รับรู้เรื่องราวของเขา ใช้วิธีการนำเสนอผ่านเหตุการณ์ชีวิตของนักโทษคิวบาในเรือนจำกวนตานาโมซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นสถานที่คุมขังที่มีสภาพโหดร้าย และมีการกระทำทารุณกรรมต่อนักโทษด้วย มีผู้ต้องขังจำนวนมากถูกคุมขังเป็นเวลานานโดยไม่มีการตั้งข้อหาและต้องติดคุกแบบไม่มีกำหนด

ผู้อ่านชาวเมียนมาย่อมเข้าใจตรงกันว่าชีวิตนักโทษคิวบาในเรือนจำนั้น ที่จริงคือ ชีวิตนักโทษเมียนมาในคุกอินเส่ง นี่แหละ

นอกจากการใช้เหตุการณ์ที่อื่นแล้ว ยังพบว่ามีการวาดภาพการ์ตูนล้อเลียนที่สามารถทำให้สื่อรอดพ้นจากการถูกเชือดเฉือนข้อความจากกองเซ็นเซอร์ได้

การเล่าเรื่องเหตุการณ์ 8888 บนพื้นที่สื่อสิ่งพิมพ์รัฐบาลเมียนมา เมื่อ 20 กว่าปีก่อน ได้สร้างสรรค์ศิลปะการเล่าเรื่องที่เฉียบแหลม ตีแสกหน้ากองเซ็นเซอร์ได้อย่างน่าสะใจ แบบว่า เขาไม่รู้หรอก แต่พวกเรารู้กัน

ใครว่าเหตุการณ์ 8888 ไม่ถูกนำเสนอ ในสื่อสิ่งพิมพ์ยุคเผด็จการทหารเมียนมาเล่า