ริ้วมะปราง...ในโถแก้ว

March 23, 2019
by เอื้อพันธุ์

การริ้วมะปราง หรือการปอกมะปรางริ้ว ให้เกิดเป็นลวดลายสวยงาม เป็นศิลปวัฒนธรรมและงานหัตถศิลป์ชั้นสูง ต้องใช้เวลาในการฝึกฝน ใช้ความอดทน มีสติ และมีสมาธิ ที่จะจับมีดริ้วมะปรางให้เกิดลวดลายสวยงาม...

HIGHLIGHTS

หมายเหตุ: คลาสสอนริ้วมะปราง ของราชสกุลกุญชร เปิดสอนปีละครั้ง รับครั้งละไม่เกิน 20 คน (สอนประมาณเดือนกุมภาพันธ์หรือช่วงที่มะปรางออกผล) ที่หอวชิราวุธานุสรณ์ หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี เริ่มเรียนตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 15.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวันและของหวาน ค่าเรียนคนละ 5,000 บาท (ค่ามะปราง สถานที่ อาหารกลางวัน คนลับมีด เบ็ดเตล็ด) และค่ามีดริ้วชุดละ 1,500 บาท โดยค่าใช้จ่ายแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ บริจาคให้มูลนิธิ รัชกาลที่ 2 (2,000 บาท), บริจาคให้มูลนิธิรัชกาลที่ 6 (1,000 บาท) ที่เหลือเป็นค่ามะปราง อาหาร และสถานที่

 

          สอบถามคลาสเรียนสำหรับปีหน้าหรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เฟซบุ๊ค: มะปรางริ้ว

 

 มะปรางนางปอกแล้ว                  ใส่โถแก้วแพรวพรายแสง

 ยามชื่นรื่นโรยแรง                       ปรางอิ่มอาบทราบนาสา

          บทกลอนตอนหนึ่งจาก “เห่ชมผลไม้” ใน กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน พระราชนิพนธ์โดย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แสดงถึงความประณีต ละเอียดอ่อนของชนชาติไทยที่ใส่ใจในการปรุงอาหาร รู้จักประดิดประดอยอาหารคาวหวานอย่างสวยงาม และสะท้อนความเป็นอยู่ของคนไทยในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์

201902re_1

          โดยเฉพาะการ ริ้วมะปราง หรือการปอกมะปรางริ้ว ให้เกิดเป็นลวดลายสวยงาม เป็นศิลปวัฒนธรรมและงานหัตถศิลป์ชั้นสูง ต้องใช้เวลาในการฝึกฝน ใช้ความอดทน มีสติ และมีสมาธิ ที่จะจับมีดริ้วมะปรางให้เกิดลวดลายสวยงาม

          เพื่อสืบทอดศิลปะการริ้วมะปรางให้คงอยู่สืบไป ราชสกุลกุญชร ได้เปิดคลาสสอนริ้วมะปราง ในช่วงฤดูร้อนที่มะปรางออกผล โดยเปิดห้องเรียนสอนริ้วมะปรางแก่ผู้สนใจที่หอวิชราวุธานุสรณ์ ภายในหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสกุรี เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

20190223182438874

         คุณพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา ขณะสอนการริ้วมะปราง / ภาพ: ธนาชัย ประมาณพาณิชย์

         คลาสสอนริ้วมะปราง ดำเนินการสอนโดย คุณพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา และ คุณกุญชริกา กุญชร ณ อยุธยา พร้อมลูกศิษย์และทีมงาน ที่มาช่วยดูแล คอยกำกับการใช้มีดริ้วมะปราง ตั้งแต่ลวดลายพื้นฐานจนถึงลวดลายโบราณต่าง ๆ 

          คุณพงศ์ - พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา อธิบายว่า

          “มะปรางริ้วที่สอนนี้เป็นของราชสกุลกุญชร ที่ทำสืบเนื่องต่อกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ จนมาถึงคุณย่า (หม่อมหลวงสำลี กุญชร) คุณย่าสอนคุณแม่แล้วคุณแม่ก็มาสอนต่ออีกหลายรุ่น อย่างไรก็ดี วิชาริ้วมะปรางก็ไม่ได้ห้ามในการเผยแพร่ ถ้าปอกเป็นแล้วปอกได้สวยจะไปสอนใครต่อก็ไม่ห้าม แต่ขอให้บอกหน่อยว่ามาจากสายราชสกุลกุญชร

          การปอกของเราคือปอกจากซ้ายไปขวา แต่ของสกุลอื่นจะขวาไปซ้าย ดังนั้นแต่ละบ้านจะปอกไม่เหมือนกัน ของเราตอนนี้มี 14-15 ลาย การเรียนการสอนคือสอนเทคนิค วิธีปอก เราจับมือให้เพราะเป็นวิธีการสอนแบบโบราณ อย่างคุณย่าก็จับมือคุณแม่ แม่ก็จับมือผมมา และที่เปิดคลาสสอนก็สืบเนื่องมาจากที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ท่านทรงเห็นแล้วบอกว่าให้สอนหน่อย อยากให้วัฒนธรรมเหล่านี้ยังคงอยู่”

ลวดลายมะปรางริ้วของราชสกุลกุญชร

         ลวดลายมะปรางริ้วของราชสกุลกุญชร

          จึงเป็นที่มาของคลาสสอนริ้วมะปราง ซึ่งปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 5 เปิดสอน 4 ครั้ง (เรียนเกือบเต็มวัน) เพราะฤดูออกผลของมะปรางแค่ช่วงสั้น ๆ

          “การสอนผู้เรียนจะได้เทคนิคไป แต่การฝึกก็ต้องไปฝึกเพิ่มเติม ในแง่ของการเรียนไม่สามารถบอกได้ว่าเรียนแล้วเป็นเลย ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์และการฝึกฝน หลายคนมาเรียนแล้วกลับบ้านไปฝึกต่อก็จะชำนาญขึ้น”

          นอกจากสอนเทคนิคการริ้วมะปรางแล้ว ห้องเรียนนี้ยังจัดหามีดริ้วมะปรางให้โดยเฉพาะ (รวมอยู่ในค่าเรียน) คุณพงศ์ เล่าว่า

          “มีดแต่เดิมผลิตจากร้าน ส.สำราญ ไทยแลนด์ ปัจจุบันเขาไม่ผลิตแล้ว ผมก็ได้เหล็กขาวของเยอรมนีมาสั่งทำแล้วใส่ด้ามเอง ที่นำมาโชว์วันนี้เป็นมีดริ้วมะปรางรุ่นเก่าของคุณแม่ เป็นมีดลงหิน ด้ามทำจากเขาสัตว์ มีดมะปรางคนโบราณจะเก็บแยกจากมีดปอกผลไม้ทั่วไป เพราะมีดจะคมเป็นพิเศษจึงไม่ใช้ปอกผลไม้อย่างอื่นเลย ดังนั้นเวลาปอกต้องมีสติ ไม่งั้นโดนบาดเข้าเนื้อจะเข้าลึกมาก ในการปอกมะปรางหรือริ้วมะปรางใช้ 2 นิ้ว และสำคัญที่การลงน้ำหนัก แต่ถ้าใครถนัดมีดบาง ๆ แบบยุคใหม่ก็ใช้ได้ แต่สำหรับคลาสเรียนนี้เราให้มีดที่ผลิตตามแบบโบราณจะมีความคมเป็นพิเศษ”

มีดที่ใช้ริ้วมะปราง

         มีดที่ใช้ริ้วมะปราง

      คุณพงศ์ บอกว่า มีดสำหรับริ้วมะปราง มี 3 แบบ ได้แก่ มีดเล่มใหญ่ มีดเล่มสั้น และมีดคว้านเมล็ด สามารถใช้ได้ตามถนัด และอธิบายการดูแลรักษามีด ใช้แล้วล้างเช็ดให้สะอาด เก็บไว้ในกล่องให้เรียบร้อย

          “การปอกต้องมีผ้าเอาไว้เช็ด ผ้าผืนนี้จะวางบนตักเสมอ เพราะมะปรางมียางเยอะ เวลาปอกไปคมมีดจะติดยาง เราก็เช็ดโดยใช้คมมีดถูกับผ้าอย่าตั้งใบมีดขึ้น ไม่งั้นจะเข้าผ้าทันทีแล้วจะเข้าตักเรา เป็นแผลเลยนะครับ”

20190223182538979

          ก่อนปอกก็ต้องรู้จักผลไม้ชื่อมะปรางกันก่อน

         “สมัยก่อนมะปรางลูกเล็กนิดเดียว เหตุที่ลูกเล็ก เปลือกบาง เมล็ดใหญ่ จึงเกิดวัฒนธรรมในการริ้ว เพราะถ้าปอกธรรมดาจะกินเนื้อไปหมด แทบไม่ได้กินเนื้อเพราะลูกมันเล็กไม่ใช่แบบที่เห็นตอนนี้ที่เป็นมะยงชิด สมัยก่อนลูกไม่ใหญ่ และเป็นผลไม้ที่เปลือกบางมาก เวลาปอกคือเอาเปลือกออกน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ จึงเกิดการริ้ว และทำลายต่าง ๆ  แต่ก่อนนี้มีการประชันขันแข่งกัน เกิดลวดลายหลายแบบ มีงานทำบุญเลี้ยงพระก็มาริ้วมะปราง หรือริ้วมะปรางถวายเจ้านาย ซึ่งเป็นวัฒนธรรมไทยที่สั่งสมกันมานาน สมัยก่อนมะปรางหวานเจี๊ยบเลย สมัยนี้มะปรางลูกโตขึ้น และมีมะยงที่อมเปรี้ยวมากกว่าหวาน แต่ถ้ามะยงชิดจะหวานมากกว่าเปรี้ยว มีผลไม้อีกชนิดหนึ่งคล้ายกันเรียกว่า “กาวาง” ลูกโตสีส้มสวยมาก แต่เปรี้ยวมากขนาดกาคาบมาแล้วยังวางลง บางทีก็นำมาปอกโชว์หรือนักเรียนใช้ฝึกปอก”

20190223_103842

        ก่อนลงคลาสจริง ๆ คุณพงศ์สอนหลายอย่าง ตั้งแต่การใช้มีด มะปรางประเภทต่าง ๆ  และการเลือกซื้อ

       “พวกมือใหม่หัดปอกอาจซื้อมะปรางที่ยังใหม่ ใบยังเขียวสด เพราะลูกจะแข็ง ส่วนวิธีเก็บคือเมื่อซื้อมาแล้วไม่ให้ใส่ตู้เย็น ให้วางบนถาดหรือใส่กระจาดผึ่งไว้ในห้องอุณหภูมิปกติ ถ้าเป็นมะม่วงเอาผ้าแห้งคลุม มะปรางเอาผ้าชุบน้ำหมาด ๆ คลุม มะปรางเวลาใส่ตู้เย็นจะท้องขึ้น คนโบราณเรียกผลไม้ท้องขึ้น หมายถึงข้างในตรงที่เนื้อติดกับเม็ดจะใส ๆ เป็นวุ้น ๆ บางคนเรียกช้ำใน เกิดกับผลไม้พวกมะปราง มะม่วง แต่ถ้าจะให้ดีซื้อมาแล้วควรรีบรับประทาน”

20190223182652245rere_1

      จากนั้นคุณพงศ์ สอนวิธีจับลูกมะปรางและดูลักษณะลูกมะปราง มองหาจุดเล็ก ๆ สีดำตรงก้น เพื่อใช้เป็นจุดเริ่มต้นจากจุดนั้นมาบรรจบกับขั้วตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่สั้นที่สุด ริ้วจนครบทุกริ้ว นักเรียนมือใหม่อาจเริ่มต้นสัก 40 ริ้ว กับลายพื้นฐาน แต่ระดับมือโปรอาจได้มากถึง 58 ริ้ว 

      “การปอกจะมีน้ำ (ใส่ชาม) วางไว้เสมอ ปอกสัก 2-3 ที ก็เอามะปรางจุ่มน้ำบาง ๆ เพื่อให้เห็นริ้วขึ้น เมื่อปอกเสร็จทั้งลูกก็แช่ในน้ำเชื่อม ส่วนผสมคือน้ำตาล 2 ถ้วย ต่อน้ำ 1 ถ้วย คนจนเดือดจนน้ำดูใส ถ้าไม่ใสแสดงว่าเชื่อมไม่สุก ซึ่งพอวางแล้วจะตกผลึก น้ำเชื่อมต้องใสเหมือนน้ำเลยนะครับ”

มะปรางริ้ว3

      เมื่อนักเรียนลงคลาส คุณครูและทีมพี่เลี้ยงประกบสอนใกล้ชิด บางคนถนัดซ้ายก็มีผู้สอนที่ถนัดซ้ายเหมือนกันคอยดูแล เมื่อปอกเสร็จชุบน้ำเชื่อมแล้วนำมะปรางใส่จานแก้ว เป็นวัฒนธรรมของไทยแต่โบราณ โดยของหวานและผลไม้ใส่จานแก้ว ของคาวใส่จานกระเบื้อง

          “ตอนนี้เรามีลูกศิษย์ 40-50 คนแล้ว และก็มีหลายสำนักที่เปิดสอนริ้วมะปราง แต่ที่ผมสอนวันนี้เป็นวัฒนธรรมของไทยเรา และมีการไหว้ครู เวลาจะปอกก็ขอให้ยกมือไหว้ครูก่อน ทำให้จิตใจเราสบาย เรานับถือครูก็ยกมือไหว้บอกว่าวันนี้จะปอกมะปรางริ้ว หรือปอกใส่บาตรถวายครู...”

 20190223_103915rere_1      คุณกุญชริกา กุญชร ณ อยุธยา  

      คุณกุญชริกา กุญชร ณ อยุธยา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า

          “แต่เดิมการริ้วมะปรางเราสอนกันภายในบ้าน สอนให้กับลูกหลานในครอบครัว ถ้าเรามองจากประวัติศาสตร์ คนโบราณเขาไม่มีทีวี พอมีเวลาเขาก็นั่งริ้วไปเรื่อย สมัยก่อนมีข้าราชบริพาร มีลูกหลานอยู่ในบ้าน เด็ก ๆ ก็ซนกันมากนะ ผู้ใหญ่ก็จะให้ลูกผู้หญิงมาหัดงานครัว ถึงหน้ามะปรางก็มาเลือกมะปรางแล้วให้ริ้วไป หรือทำขนมจีบปั้นสิบ พอเดือนเมษามีงานกาชาดที่สวนอัมพร ซึ่งดิฉันเกิดมาก็เห็นเวทีลีลาศที่สวนอัมพร คุณย่าท่านก็ให้ลูกหลานมานั่งปั้น ทำขนมจีบต้องใช้เวลา ที่บ้านก็จะมีขนมจีบปั้นสิบกับมะปรางริ้ว ศิลปะการริ้วคือริ้วทีละเส้น ๆ ออกมาแทบจะไม่มีเนื้อติดเลย พอคว้านเม็ดออกก็จะเหลือเนื้อเยอะ เหมือนเวลาเราคว้านเม็ดเงาะออกเวลากินก็สบายลิ้น สมัยก่อนพอคว้านเม็ดออกจุ่มน้ำเกลือเพราะมะปรางมียางเยอะ แล้วจุ่มน้ำเชื่อมเพื่อให้ลายที่ริ้วเห็นชัด น้ำเชื่อมก็เป็นเงาสวยเอาไปวางในจานแก้วรองใบตอง หรือวางในกระทงใบตอง สีมะปรางเหลืองสวยตัดกับสีเขียวของใบตอง บางคนริ้วเก่งก็มีก้านและใบติดมาด้วยดูสวยงามมาก ใส่จานแก้วรับประทานสด เป็นของหวานชาววัง

201902231rere_1

       การริ้วมะปรางไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลาฝึกอยู่นาน ไม่ใช่ว่ามาเรียนครั้งเดียวแล้วเป็นเลย อีกทั้งผลไม้ชนิดนี้ออกผลแค่ 2-3 เดือน มาเรียนแล้วจะได้ลายเลยมั้ย ความยากคือบางคนไม่ชินกับการเอามีดไถ และมือขวาไม่ขยับเลยมือที่ถือมีดจะนิ่งแต่มีน้ำหนัก ส่วนมือซ้ายขยับให้มีแรงกดของมือ บางคนเริ่มได้แล้วแต่ใจร้อนยังชินกับการใช้มือขวา ต้องมีสติ เพราะมีดคมมาก” 

 

 

 

 

 

         

 

เปิดอ่าน 1,327