ห้องอาหารเวอร์ทิโก้ ต้อนรับมิชลิน 2 ดาว

November 22, 2018
by หมูหวานชวนชิม

ช่วงนี้คนไทยเรามีโอกาสชิมฝีมือเชฟมิชลิน โดยไม่ต้องบินไปถึงเมืองนอก ล่าสุด ห้องอาหารเวอร์ทิโก้ โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ มีโอกาสต้อนรับมิชลิน 2 ดาว จากประเทศ สวิสเซอร์แลนด์

HIGHLIGHTS

  • ห้องอาหารเวอร์ทิโก้ โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ  สอบถามได้ที่โทร. +66 (0) 2679-1200 หรือ อีเมล์: hostesses-bangkok@banyantree.com 

เมื่อเร็วๆนี้โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ มีโอกาสต้อนรับการกลับมาอีกของเชฟอาหารยุโรปคนดัง เจ้าของมิชลิน 2 ดาวถึงสองครั้งด้วยกัน  เชฟรอฟ ฟลิกซ์เอาฟ ที่ห้องอาหาร เวอร์ทิโก้ โดยเชฟจะมาโชว์ฝีมือให้ได้ลิ้มลองกันเพียงแค่ 2 วันเท่านั้น

2.

ถือว่าเป็นเชฟอายุน้อยที่สุดคนหนึ่งในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และแถบยุโรปที่ได้รับดาวจาก  มิชลิน อีกทั้งยังมีชื่อเสียงมาจากการที่เขาเปิดร้านอาหารชื่อดังที่มีชื่อว่า “เอคโค่  แอสโคน่า” (Ecco Ascona) และ “เซ็นต์ มอริทส์” (St.Moritz) เป็นสองร้านที่เขามีโอกาสได้แสดงฝีมือการทำอาหารจนได้รับ มิชลิน 2 ดาว ถึงสองครั้งนั้นเอง ผลงานของเขาไม่เคยเป็นที่ลืมเลือน ยังได้รับการกล่าวถึงในหนังสือพิมพ์ระดับประเทศของเยอรมันอย่าง Welt am Sonntag ว่าเป็น “หนึ่งในสุดยอดเชฟหนุ่มของเจเนอเรชั่นเลยทีเดียว”

11

ในวัยเด็ก เชฟรอฟได้ใช้เวลาส่วนมากคลุกคลีอยู่ในร้านอาหารของพ่อและแม่ของเขา ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เริ่มสนใจศิลปะการปรุงอาหารและการเข้าครัวตั้งแต่ยังเล็ก สไตล์การทำอาหารของเชฟรอฟ คือการทดลองและเล่นกับเนื้อสัมผัสของวัตถุดิบและอุณหภูมิ ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเชฟอาหารยุโรปชั้นสูง  แต่เชฟรอฟก็ยังให้ความสำคัญและผสมผสานพื้นฐานอาหารชั้นสูงของเขา เข้ากับหัวใจหลักของอาหารแบบสมัยนิยมซึ่งเขาให้นิยามว่า “อโรม่า คูซีน”

“อโรม่า คูซีน ในความหมายของผมก็คือ การคงรสชาติเดิมของวัตถุดิบนั้นๆ ผมได้ผสมผสานวัตถุดิบและเครื่องปรุงหลากหลายเข้าด้วยกัน และผมก็ยังสามารถดึงเอารสชาติเฉพาะของแต่ละอย่างออกมาได้ทั้งหมดอย่างลงตัว”- เชฟรอฟกล่าว

ถึงแม้ว่าเชฟรอฟจะเป็นเชฟอาหารยุโรปสมัยใหม่ แต่เขาก็ไม่จำกัดขอบเขตการทำอาหารของเขาให้อยู่แค่ในกรอบของความเป็นตะวันตกเท่านั้น “ผมชอบการทานอาหารแบบเอเชี่ยนสไตล์ เทคนิคการเสิร์ฟแบบขนาดเล็ก เป็นวิถีที่ผมชอบนำมาผสมผสานกับการเสิร์ฟอาหารยุโรปของผม”

5

เมนูที่เชฟนำมาให้ได้ลิ้มลองกันที่ห้องอาหารเวอร์ทิโก้ ครั้งนี้ได้แก่ ทูน่าหมักกับยูซุ วาซาบิ และแตงกวา (Marinated raw tuna with cucumber, wasabi and yuzu)

6

 ทันดูริกุ้งล็อบสเตอร์จากรัฐเมนกับซีตรัสและแรดิช (Tandoori-flavour Maine lobster with radish and citrus)

7

แซลมอนตุ๋นกับหญ้าฝรั่นและเฟนเนล ราดซอสเบอร์บล็อง (Slow cooked salmon with saffron, fennel and dashi Beurre Blanc)

8

ราวิโอลี่อกไก่เสิร์ฟคู่ฟัวกราส์และบีทรูท (Pan fried foie gras with ravioli of braised chicken, beetroot and currant)

9

และ เนื้อวากิวเสิร์ฟคู่มะเขือยาวและหัวหอมน้ำสลัดสไตล์ญี่ปุ่น (Wagyu beef tenderloin eggplant, onion and Japanese vinaigrette)

10

ปิดท้ายด้วย มูสลี่ไสตล์สวิสผสมกับซีเรียล ลูกเบอรรี่ป่า และโยเกิร์ต (Swiss-style Birchermüsli with mixed premium cereals, forest berries and yogurt)

4

บรรยากาศในค่ำคืนนั้นที่มีอาหารอันเลิศรส ท่ามกลางเสียงเพลงอันแสนไพเราะ ช่วยเติมเต็มความสุขได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น 

3.

ประสบการณ์มิชลินระดับโลกเช่นนี้หากใครพลาดไปแล้วคงต้องรอโอกาสที่เชฟจะมาเยือนใหม่ในปีหน้า ทว่าใครต้องการรับประทานอาหารอร่อยๆที่ห้องอาหารเวอร์ทิโก้ โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ  สอบถามได้ที่โทร. +66 (0) 2679-1200 หรือ อีเมล์: hostesses-bangkok@banyantree.com

เปิดอ่าน 456