‘รักแท้’ ที่หมู่บ้านพลัม

February 11, 2019
by เพ็ญลักษณฺ์ ภักดีเจริญ

รักแท้เป็นฉันใด ใครตอบได้...วิถีเซนกล่าวไว้ว่า ความเข้าใจคือรากฐานแห่งรักแท้ และมากกว่านั้นคือ เป็นอิสระจากความทุกข์

“หายใจเข้า ฉันยิ้ม หายใจออก ฉันผ่อนคลาย

หายใจเข้า ฉันรู้ว่า เธออยู่ตรงนั้น หายใจออก ฉันยิ้ม

ยิ้มคือ เครื่องหมายแห่งการยอมรับ

ยิ้มคือเครื่องหมายแห่งความรัก

ยิ้มคือ การให้บริการอันประเสริฐแก่คนรอบข้างด้วยความสงบสุข”

................

หลวงปู่ติช นัท ฮันห์ หมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส

-1-

20190127132345531

ภาพลายพู่กัน เป็นดั่งกันและกัน

“ตอนนั้นฉันเข้าใจเรื่องความรักว่า จะต้องมีผู้หญิงสวยๆ อยู่กับฉัน แม้ฉันจะไม่เข้าใจเธอแต่ก็ต้องการเป็นเจ้าของ แล้วฉันก็เอาความคิดของฉันใส่เข้าไป เธอต้องเป็นอย่างนั้น อย่างนี้...”

พระธรรมจารย์ Phap Trach ภิกษุชาวเวียดนาม-อเมริกัน หมู่บ้านพลัม จ.นครราชสีมา ที่เด็กๆ เรียกว่า หลวงพี่มะพร้าว เล่าถึงความรักก่อนบวช

เรื่องที่พระธรรมจารย์เล่า ก็ไม่ต่างจากหนุ่มสาวทั่วไป เมื่อตกหลุมรัก ก็จะลุ่มหลง ยึดติดและรู้สึกเป็นเจ้าของ แต่ในวิถีเซน รักต้องมีอิสรภาพ โอบกอดความรักซึ่งกันและกัน

“ถ้าฉันไม่สามารถมีความสุข เวลาที่อยู่กับผู้หญิงคนนั้น เขาก็ไม่มีความสุขด้วย ความสัมพันธ์ก็ไม่ยืดยาว”  พระธรรมจารย์ Phap Trach เล่า แม้ชีวิตท่านจะผ่านอุปสรรคความยากลำบากมากมายตั้งแต่อพยพมาอยู่อเมริกาในวัย 5 ขวบ แต่ในช่วงก่อนบวชท่านก็ยังไม่เข้าใจชีวิต

“ตอนนั้นฉันและพี่ชายอพยพมาจากเวียดนาม ส่วนแม่กับน้องสาวยังอยู่ในเวียดนาม หลังจากนั้น 14 ปีครอบครัวเราได้พบกันและมาอยู่รวมกัน และมีช่วงหนึ่งฉันต้องหยุดเรียนเพื่อทำงาน รวมถึงช่วยพ่อทำธุรกิจ แต่ฉันไม่อยากทำงานแบบนั้น ฉันมีความทุกข์มากมาย และไม่รู้จะทำยังไงกับชีวิต"

กระทั่งปี 1997 ท่านได้พบกับหลวงปู่ติช นัท ฮันห์ ได้เรียนรู้คำสอน ทำให้มองเห็นเส้นทางใหม่ เมื่อศึกษาธรรมก็ได้พบกับความเบิกบานและความสุขมากขึ้น หลังจากศึกษาอยู่สามปีก็บวชเป็นภิกษุรวมๆ แล้ว 18 ปี โดยทำหน้าที่สอนภาษาอังกฤษให้สังฆะ และเดินทางไปสอนภาวนาตามศูนย์แถบเอเชีย ทั้งญี่ปุ่น เกาหลี อเมริกาและเวียดนาม

-2-

 20190125142542289 (1)

พระธรรมจารย์ Phap Trach 

เมื่อคุยเรื่องความรักที่ผ่านมา หลังจากท่านเข้าใจชีวิตมากขึ้น ท่านบอกว่า จริงๆ แล้วตอนนั้นท่านไม่ได้รักผู้หญิงคนนั้นหรอก แต่รักแนวคิดของตัวเองที่ว่าคนๆ นั้นน่าจะต้องเป็นอย่างนั้น และต้องการให้ผู้หญิงตอบสนองความพอใจ

ที่หมู่บ้านพลัม ทำให้ท่านเข้าใจเรื่องรักที่แท้จริง ถ้าเราจะรักใครสักคน เราต้องเข้าใจคนๆ นั้น เข้าใจว่าเขาต้องการอะไร และเคารพทั้งร่างกายและจิตใจของคนๆ นั้น

“ถ้ามองอย่างเข้าใจ ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เป็นวัตถุแห่งความรักของเรา แต่เป็นชีวิตของเรา และคนๆ นั้นก็เป็นตัวเราด้วย ถ้าเธอไม่มีความสุข เราจะมีความสุขได้อย่างไร ในทางกลับกัน ถ้าตัวเราไม่มีความสุข เราก็ไม่สามารถทำให้คนๆ นั้นมีความสุขได้ ความรักเหมือนความเข้าใจร่วมกัน และไม่ใช่ความรักของหนุ่มสาวเท่านั้น ยังเป็นความรักของทุกๆ คน เวลาเราอยู่กับพ่อแม่และพี่น้อง ก็ต้องมีความรักให้กัน เวลาที่เราจะรักใครสักคน หัวใจสำคัญคือ ต้องเข้าใจและเคารพเขา ความสุขของเขาก็คือ ความสุขของเรา”

รักในความหมายนี้ ก็คือ ความสามารถที่จะเข้าใจ โดยเขาและเธออยู่ตรงนั้น เพื่อกันและกัน และความอ่อนน้อมก็คือ ธรรมชาติของความรัก

ณ วันนี้ ท่านมีความรักที่โอบกอดซึ่งกันและกันระหว่างเพื่อนร่วมสังฆะ มีวันเวลาในการภาวนาวิถีแห่งสติ เหมือนวลีที่หลวงปู่เขียนไว้ว่า “solid as a mountain” (หนักแน่นดั่งภูผา) มีความหมายว่า

“เมื่อเราดำรงชีวิตอย่างมีสติ ดูแลตนเองอย่างดี

เราจะรู้สึกมั่นคง สงบสุข และสมบูรณ์พร้อม

เราจะมีพลังที่จะทำงานเพื่อเกื้อกูลผู้คนรอบตัวเรา

และช่วยให้โลกใบนี้มีความผาสุกยิ่งขึ้น”

“ความสุขของคนๆ นั้น ก็คือ ความสุขของทุกคน การดูแลซึ่งกันและกันทำให้ได้เห็นความเบิกบานของคนอื่น และเป็นความเบิกบานของเราด้วย การสร้างสังฆะก็คือ การที่เรามีพลังที่จะโอบกอดซึ่งกันและกัน ไม่ใช่แค่เรื่องความสุข เวลาที่เรายากลำบาก ก็มีพลังช่วยเหลือกัน เวลาอยู่ร่วมกันเป็นชุมชน ไม่ใช่ว่ามีความสุขอย่างเดียว ก็มีความเศร้า ความทุกข์เหมือนกัน เราก็ต้องอยู่ร่วมกัน เพื่อที่จะก้าวต่อไป “ พระธรรมจารย์ Phap Trach เปรียบเปรยความรักต่างมิติให้ฟัง

-3-

ส่วนความรักที่มีต่อคนรอบข้าง ท่านบอกว่า ถ้าเรามีความรักในตัวเอง เราก็สามารถจะเผื่อแพร่ความรักให้คนอื่นได้

“ตอนนี้ปัญหาความทุกข์ของคนส่วนใหญ๋เป็นปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ คนเราไม่รู้จะอยู่ร่วมกันยังไง เวลาเราอยู่ร่วมกันในชุมชน เราได้เรียนรู้กันและกัน เมื่อเราประสบความสำเร็จ เราก็นำสิ่งเหล่านั้นมาสู่โลกภายนอก ” พระธรรมจารย์ Phap Trach กล่าว       

และเวลาที่มีการจัดภาวนาในประเทศต่างๆ ท่านมีหน้าที่ดูแลระบบเครื่องเสียงในการบรรยายธรรมให้หลวงปู่ พระธรรมจารย์ Phap Trach บอกว่า แม้เวลาที่หลวงปู่ไม่พูด แต่สัมผัสได้ถึงความรัก

 “หลวงปู่มีการดำรงอยู่ที่งดงามและมหัศจรรย์มาก ขณะที่นั่งอยู่กับหลวงปู่ ท่านไม่ต้องพูดอะไร และเราก็ไม่ต้องพูด เราแค่อยู่ตรงนั้นกับท่าน คำสอนก็จะหลั่งไหลมาสู่ตัวเรา ฉันได้อยู่ตรงนั้นกับหลวงปู่แล้วดื่มชาร่วมกัน ขณะที่หลวงปู่ดื่มชา เวลาที่ฉันมองไปที่ดวงตาหลวงปู่ ฉันก็เห็นความรัก

ช่วงเดือนแห่งความรัก คุณก็แค่อยู่ตรงนั้นกับคนที่เรารัก แล้วก็ทำอะไรบางอย่างง่ายๆ ร่วมกัน ดื่มชาหรือทานอาหารร่วมกัน แต่ให้อยู่ตรงนั้นจริงๆ แล้วมองตาซึ่งกันและกันก็เพียงพอแล้ว”

การฝึกปฏิบัติรักที่แท้ตามวิถีหมู่บ้านพลัม...“การรักก็คือ การอยู่ตรงนั้น เรารู้ว่าคนที่เรารักอยู่ตรงนั้นเสมอ เพื่อเรา เมื่อไหร่ก็ตามที่เราต้องการเขา หายใจเข้า ฉันรู้ว่าเธออยู่ตรงนั้น หายใจออกฉันมีความสุข...”

ส่วนภิกษุสงฆ์อีกรูป พระธรรมจารย์ Phap Nguyen เล่าหลังจากเสร็จภารกิจนำชมนิทรรศการภาพลายพู่กันของหลวงปู่ติช นัท ฮันห์ ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ว่า

"ตอนนั้นฉันไม่มีความสงบภายใน เงิน ชื่อเสียง เซ็กส์สามารถนำความสุขมาได้ชั่วขณะเดียว แต่ไม่ได้ทำให้รู้สึกเติมเต็มข้างใน มีแค่การปฏิบัติภาวนาเท่านั้น” 

ก่อนบวช ท่านเคยทำงานซื้อขายหุ้นที่วอลล์สตรีทในอเมริกา เคยเป็นหนุ่มที่ทำงานหนัก เพื่อแสวงหาอำนาจและเงินทอง แต่กลับพบว่า ไม่ได้ทำให้ชีวิตมีความสุข

 “ฉันก็ทำตามความฝันแบบคนอเมริกัน คือ ต้องมีการศึกษาที่ดี มีงานดีๆ บ้านใหญ่ๆ ถ้าจะมีแบบนั้นต้องทำงานหนัก เวลามีบ้านสวยๆ แต่ไม่มีเวลาอยู่ในบ้าน บ้านก็มีไว้แค่กลับมานอน ส่วนรถสวยๆ ก็แค่ใช้ขับออกไปทำงานและกลับบ้าน เวลาส่วนใหญ่ใช้ไปกับการหาเงินมาจ่ายค่ารถค่าบ้าน " พระธรรมจารย์ Phap Nguyen เล่าถึงชีวิตช่วงยี่สิบปลายๆ และเมื่อทำงานมาหลายปี ก็นึกสงสัยว่าจุดมุ่งหมายของชีวิตคืออะไร

“ถ้าไม่มีความทุกข์แบบนั้น ก็จะไม่สามารถทำให้ฉันเป็นเช่นวันนี้ เหมือนธรรมะบรรยายที่ว่า “ไม่มีโคลนตม ไม่มีดอกบัว” นั่นก็คือ ไม่มีความทุกข์ ความสุขก็ไม่มี หากเราไม่เคยมีความหิว เราคงไม่รู้ถึงความสุขจากการมีอาหารรับประทาน เมื่อเราสามารถตระหนักรู้ เข้าใจและแปรเปลี่ยนความทุกข์ของรา เราจะสัมผัสได้ถึงความสุขภายในอันลุ่มลึก”

-4-

ส่วนเส้นทางที่ทำให้ท่านมาพบรักแท้ที่หมู่บ้านพลัม มาจากการอ่านหนังสือหลวงปู่ ติช นัท ฮันห์ ยิ่งอ่านยิ่งอยากทดลองปฏิบัติ จึงเดินทางมาที่หมู่บ้านพลัม

 “เวลาที่เราป่วยก็ต้องหาทางรักษาตัวเอง ต้องหาหมอ หายา เวลาเราทุกข์มากๆ เราก็ต้องหาทางที่จะหลุดจากทุกข์นั้น ตอนนั้นก็นึกถึงหลวงปู่ติช นัท ฮันห์ หาข้อมูลหมู่บ้านพลัม แล้วอ่านหนังสือที่ท่านเขียน หลังจากอ่านหนังสือเป็นปีๆ ก็ตัดสินใจบวชที่หมู่บ้านพลัม เพราะบางทีสิ่งที่เราได้ยินและเห็นผ่านหนังสือและออนไลน์ มันอาจไม่ใช่ความเป็นจริงก็ได้ ฉันไปทดสอบสามวัน ก็เข้าใจว่าใช่ละ และได้พบมิติทางจิตวิญญาณ

ทำให้รู้ว่าความสงบคืออะไร เมื่อเรามีความสงบสันติภายในแล้ว เราก็ไม่มีความต้องการอย่างอื่นอีกต่อไป เพราะเราพบความสุขตรงนั้น ฉันได้เรียนรู้ว่าความสุขไม่ใช่สิ่งที่เราต้องทำงานหนัก แต่เราต้องบ่มเพาะภายใน  สิ่งที่เรียบง่ายก็ทำให้เรามีความสุขได้”

ความสุขง่ายๆ ที่ท่านกล่าว ก็คือ คนเราสามารถนั่งเฉยๆ และเบิกบาน หรีือเดินช้าๆ ก็สามารถมีความสุขตรงนั้นได้ ไม่ต้องไปที่ไหน หรือทำอะไร ไม่ต้องมีเงินมากมายหรืออำนาจ 

"เราสามารถนั่งและเบิกบานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระอาทิตย์ขึ้นและตก แล้วอยู่ตรงนั้น ไม่ต้องมีเพื่อนมากมาย ไม่ต้องมีชื่อเสียง เพราะเราพอใจกับสิ่งที่เรามีอยู่ ” พระธรรมจารย์ Phap Nguyen กล่าว และบอกว่า 8 ปีที่แล้ว ก่อนที่จะมาเป็นพระ ตอนนั้นทำงานซื้อขายหุ้นอยู่ที่วอลล์สตรีท อเมริกา ชีวิตรวดเร็วและวุ่นวายมาก แต่ตอนนี้เข้าใจดีว่าชีวิตวุ่นวายเป็นยังไง เมื่อได้พบกับการปฏิบัติและสังฆะ  ก็สามารถจัดการกับความทุกข์และผ่านความทุกข์มาได้

เหมือนเช่นที่หลวงปู่บอกว่า เราสามารถนั่งนิ่งๆ เบิกบานกับการดื่มชา ถ้าเราสัมผัสการดื่มชา เราก็จะเห็นก้อนเมฆของเราได้ 

“เมื่อเหตุปัจจัยพร้อม เมฆจะแปรเปลี่ยนเป็นฝน หิมะ หรือน้ำชาที่เธอกำลังดื่ม เมฆไม่เคยเกิดขึ้นมาและไม่เคยหายไปไหน ด้วยปัญญารู้แจ้งถึงการไม่ยึดติดในรูปลักษณ์ และเข้าถึงการเป็นดั่งกันและกันของสรรพสิ่ง ที่ว่าไม่มีสิ่งใดเกิด ไม่มีสิ่งใดตาย เธอจะเห็นว่าชีวิตทั้งมวลล้วนสืบเนื่องอยู่ในรูปลักษณ์ต่างๆ และเธอจะได้พบภาวะแห่งการไร้ความกลัวอันวิเศษ"

 ...................

หมายเหตุ

เอื้อเฟื้อการแปลภาษาโดย วรุณวาร สว่างโสภากุล

 c_1

วงกลมแห่งเซนในนิทรรศการ

 """"""""""""""

เปิดอ่าน 1,198