11.59 โค้ดเนมสู่วันใหม่ของแบรนด์อายุ 144 ปี

January 14, 2019
by อาศิรา พนาราม

คุยกับ ฟรังซัว-อองรี เบนนาเมียส (Francois-Henry Bennahmias) ซีอีโอ ของโอเดอมาร์ ปิเกต์ กับการเดินทางครั้งใหม่ หลังจากที่ไม่ได้เปิดตัวนาฬิกาคอลเลคชั่นใหม่มาถึง 26 ปี

HIGHLIGHTS

  • โอเดอมาร์ ปิเกต์ แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติความเป็นมากว่า 144 ปี ที่อยู่กับความสำเร็จของรุ่นรอยัล โอ๊คมายาวนาน และไม่ได้เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่มาถึง 26 ปี ตอนนี้ถึงเวลาแล้ว
  •  CODE 11.59 เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2562 ในงาน Salon International de la Haute Horlogerie Genève (SIHH) 2019 ที่สวิตเซอร์แลนด์
  • ชื่อที่ถอดทุกอย่างเหลือเพียงรหัส สะท้อนวัฒนธรรมการรื้อเพื่อสร้างสิ่งใหม่ขององค์กร แม้จะมีประวัติศาสตร์ที่เป็นแบ๊คกราวนด์ที่แข็งแกร่ง แต่การก้าวไปข้างหน้าคือสิ่งสำคัญ
  • อาศัยนักออกแบบ 47 คนและช่างฝีมือหลายสิบชีวิต รวมถึงฟรังซัว - อองรี เบนนาเมียส ซีอีโอคือผู้ตัดสินใจในทุกรายละเอียดของชิ้นงาน

ที่หมู่บ้าน เลอ บราซูส์ (Le Brassus) แห่งวัลเลย์ เดอ ฌูส์ (Vallée de Joux) แคว้นโวด์ ประเทศสวิตเซอแลนด์ บ้านเกิดของโอเดอมาร์ ปิเกต์ แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 144 ปี และตอนนี้ก็เป็นแหล่งผลิตของนาฬิกาดังอีกหลายแบรนด์ ราวกับว่าหมู่บ้านในหุบเขาแห่งนี้ได้สะสมองค์ความรู้ของการผลิตนาฬิกาจักรกลมาอย่างเข้มข้น

Audemars_Piguet_CEO_Franย‡ois-Henry_Bennahmias_AP_House_HK_4_PR(CMYK)

เรามีนัดพูดคุยกับ ฟรังซัว-อองรี เบนนาเมียส (Francois-Henry Bennahmias) ซีอีโอ ของโอเดอมาร์ ปิเกต์ ที่สำนักงานในเลอ บราซูส์ ถึงการกลับมาทำในสิ่งที่ไม่ได้ทำมานาน กับการเดินทางครั้งใหม่ของแบรนด์ หลังจากที่ไม่ได้เปิดตัวนาฬิกาคอลเลคชั่นใหม่มาถึง 26 ปี หลังจากความสำเร็จของรอยัล โอ๊ค (Royal Oak) ซึ่งเปิดตัวในปี 1972 กับดีไซน์ตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยมยึดของด้วยสกรู ที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน มีการปรับแต่งดีไซน์เพิ่มลุคสปอร์ตจนได้มาเป็นรุ่น รอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ ในปี 1993 แต่นอกจากนั้นก็ไม่เคยมีไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ เมื่อพูดถึงแบรนด์นี้ คนที่ชื่นชอบนาฬิกาก็จะนึกถึงตัวเรือนแปดเหลี่ยมของรอยัล โอ๊คเท่านั้น และทางแบรนด์ก็อิงอาศัยความนิยมในรอยัล โอ๊คมายาวนาน

แต่กับยุคนี้ต้องทำมากกว่านั้น

เมื่อมีประวัติความเป็นมาเก่าแก่ การบันทึกประวัติศาสตร์จึงสำคัญมาก ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเก็บรักษาเอกสารและวัตถุต่างๆ ทุกอย่างของแบรนด์มากว่า 100 ปี มีนักประวัติศาสตร์ทำหน้าที่ศึกษาบันทึกต่างๆ เหล่านั้น เพื่อสร้างวิธีสื่อสารแบรนด์ในทุกมิติ โดยเฉพาะศิลปะ

20190114_200137

เราได้มีโอกาสชมส่วนหนึ่งของคอลเลคชั่นเอกสารและนาฬิกาเรือนสำคัญที่แสดงให้เห็นความกล้าของนักออกแบบและช่างทำนาฬิกาแต่ละยุค กับดีไซน์ไม่ธรรมดาที่ฉีกกฎมาตั้งแต่ยุค 1900’s ซึ่งยังเป็นนาฬิกาพกอยู่ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน บางคอลเลคชั่นก็ได้แรงบันดาลใจมาจากสเก็ตช์ของช่างทำนาฬิกาสมัยก่อน ที่ดีไซเนอร์แต่ละยุคหยิบมาใช้ นั่นเป็นวิธีหาแรงบันดาลใจในการออกแบบตัวเรือนใหม่ๆ แม้แต่รูปทรงแปดเหลี่ยมของรอยัล โอ๊ค ซึ่งมีดีไซน์ต้นฉบับจากเอกสารเก่าแก่ก็มีภาพร่างเอาไว้ โดยไม่มีชื่อกำกับว่าใครเป็นผู้วาด เมื่อได้เฌรัดล์ ฌองตา (Gérald Genta) นักออกแบบนาฬิการะดับตำนานหยิบจับขึ้นมาออกแบบ ก็กลายเป็นนาฬิกาขึ้นหิ้งไอคอน

20180928_121546

แต่กับการเดินทางครั้งใหม่ที่ซีอีโอผู้เข้ามารับตำแหน่งเมื่อ 6 ปีก่อนคิดอยู่ตลอดว่าต้องทำขึ้นมา คอลเลคชั่นนี้ต้องพูดถึงวันนี้ และพรุ่งนี้เท่านั้น ต้องไม่มองย้อนกลับไปยังวันวาน

ก้าวสู่วันใหม่

ฟรังซัว-อองรี เป็นคนที่มีพลังล้นเหลือ สมกับที่เคยเป็นนักกีฬากอล์ฟที่รั้งอันดับที่ 25 ใน French Golf Tour เขาเป็นชาวฝรั่งเศสที่เต็มไปด้วยแพชชั่น ก่อนหน้าจะมาทำงานที่โอเดอมาร์ ปิเกต์เมื่อ 25 ปีที่แล้ว เขาได้ผ่านงานกับแบรนด์ลักชัวรีมามากมาย การดูแลการปฏิบัติงานในภูมิภาคต่างๆ ทำให้เขาได้เดินทางเห็นโลกและวัฒนธรรมแตกต่างหลากหลาย เขาคือคนตัดสินใจคนสุดท้าย สำหรับทุกรายละเอียดของดีไซน์ที่จะนำไปสู่การเดินทางครั้งสำคัญ

Audemars_Piguet_CEO_Franย‡ois-Henry_Bennahmias_AP_House_HK_1_PR(CMYK)

“การออกแบบครั้งใหม่ในรอบ 26 ปีนี้ ไม่ใช่การเรียกร้องจากตลาด แต่เป็นวิสัยทัศน์ของบริษัทที่จะมองไปข้างหน้า และท้าทายตัวเอง และกับรอยัล โอ๊ค ซึ่งเป็นภาพลักษณ์สำคัญของบริษัท ที่กำลังจะมีอายุครบ 47 ปีในปีนี้ โดยมีการพัฒนามาเรื่อยๆ แต่เราต้องทำให้คนเห็นว่าเราทำอะไรได้มากกว่ารอยัล โอ๊ค และไม่ใช่แค่อะไรที่เปลี่ยนเพียงแค่รูปลักษณ์แรกเห็น แต่ต้องหมายถึงสิ่งที่อยู่ภายในนาฬิกาด้วย”

CODE 11.59 ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการต่อสาธารณชน เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2562 ในงาน Salon International de la Haute Horlogerie Genève (SIHH) 2019 ที่สวิตเซอร์แลนด์ ชื่อซึ่งเหลือเพียงโค้ดเนมกับรหัสตัวเลขคือความกล้าเปลี่ยนสู่ความร่วมสมัย ชื่อเป็นสิ่งสำคัญ ฟรังซัว-อองรีให้พนักงานทุกคนเสนอชื่อมาถึง 3 รอบ เขามองหาอะไรที่เป็นปัจจุบัน มองหาคำสั้นๆ อาจเป็นอิโมติคอน หรือโค้ด ที่คนรุ่นใหม่เข้าถึงง่าย

เลข 11.59 สื่อความหมายได้ 2 อย่าง ตรงตัวเลยก็คือ 1 นาทีก่อนที่เกมจะเริ่มต้น และก่อนเที่ยงคืน 1 นาที ซึ่งแทนการเข้าสู่วันใหม่ การถอดทุกอย่างเหลือเพียงรหัสตัวเลขสะท้อนวัฒนธรรม Disrupt ที่กำลังเกิดขึ้นกับทุกอุตสาหกรรม

เรียบแต่ลึก

นาฬิกาตัวเรือนกลมที่ดูเรียบตั้งใจสื่อถึงความร่วมสมัย ไม่มีอะไรเด่นปังสะดุดสายตา แต่เมื่อมองลงไปในรายละเอียดของนาฬิกาที่ถูกส่งมาอยู่ในมือและคำอธิบายแล้ว รายละเอียดต่างๆ ค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้น

“สำคัญที่สุดคือเราต้องการเป็นแบรนด์ที่ and ไม่ใช่ or เวลาเราจะทำอะไรให้เป็นที่สุด รู้ว่าเราจะทำอะไรอย่างไร มันจะเต็มไปด้วย and ไม่ใช่ or ซึ่งในนาฬิการุ่นนี้จะเห็น and เต็มไปหมด เช่น Tradition and Contemporary / Mechanism and Technology และอีกหลายอย่างที่จะได้ค้นพบ แม้รูปลักษณ์จะดูเรียบง่ายมากก็ตาม”

เขาบอกว่า เป้าหมายแรกเวลาออกแบบนาฬิกาใหม่คือ จะต้องไปให้ถึงที่สุดสำหรับทุกมิติของงานฝีมือ ไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้เห็นองค์ความรู้ทุกอย่างที่ทางแบรนด์มีอยู่ ในระดับที่ช่างฝีมือหรือซัพพลายเออร์ต้องบอกว่า “ไม่เอาแล้ว ไม่ทำแล้ว ที่คุณขอมันมากเกินไป” หรือแม้กระทั่งบอกว่าแบรนด์นี้ “ท้าทายอย่างบ้าคลั่งที่สุด” เท่าที่เคยทำงานมาเลย

ตัวอย่างเช่น หน้าปัดแลกเกอร์ที่เคลือบถึง 8 – 12 ชั้น โลโกที่เป็นโลหะเคลือบทองแผ่นบางเฉียบ ซึ่งไม่เพียงติดไปบนหน้าปัด แต่ต้องการยกให้ลอยขึ้นนิดๆ ด้วยขาเล็กๆ ขนาดเส้นผมด้านล่าง ก็ต้องใช้ฝีมือคำนวณน้ำหนักในการติดเพื่อให้แผ่นทองไม่บิดงอ เทคนิคการทำทองที่ไม่ธรรมดา

A_15210BC-OO-A321CR-01_megacloseup_PR(CMYK)

กระจกหน้าปัด 2 ชั้น ที่ชั้นหนึ่งโค้งจากเลข 6 ไป 12 อีกชั้นโค้งจากแลข 3 ไปหาเลข 9 ที่ไม่เพียงให้ความสวยงาม แต่ยังสร้างความแม่นยำในการดูเวลาไม่ว่าจะมุมไหน กระจกที่โค้งตามตัวเรือนก็ไม่ทำให้การมองบิดเบือน ส่วนขาตัวเรือนนั้นแม้จะเป็นพื้นที่เล็กๆ ก็ยังใส่รายละเอียด มีความโค้งและเจาะให้โปร่ง แล้วซ่อนสกรูแบบของ รอยัล โอ๊คอยู่ด้วย

ภายใต้ความเรียบที่ดูธรรมดามีรายละเอียดของงานฝีมือระดับสูง “นี่คือสิ่งที่เราขอจากช่างฝีมือระดับสุดยอด เหมือนถ้าขอให้ปิกาซโซวาดแอปเปิล แอปเปิลนั้นก็ต้องเพอร์เฟค เราขอให้ทำสิ่งที่เรียบง่าย แต่เพอร์เฟค ทำให้นาฬิกานี้ทำเลียนแบบยากมาก”

ส่วนกลไกลขับเคลื่อนซึ่งมี 3 ประเภทคือ ออโตเมติก โครโนกราฟ และตูร์บิญอง ก็เป็นแบบใหม่ทั้งหมด คือปรับปรุงจักรกลทุกอย่างให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อนึกถึงตอนที่ได้เข้าไปดูส่วนผลิตตัวเครื่องแล้ว ก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนาฬิการะดับนี้ถึงมีมูลค่าหลายล้าน การประกอบเครื่องซึ่งใช้มือคนทุกขั้นตอนควบคู่กับการวัดความแม่นยำต่างๆ ด้วยเทคโนโลยี ดูแล้วต้องกลั้นหายใจกันเลยทีเดียว

ฟรังซัว-อองรี ย้อนถามว่าคิดอย่างไรกับ CODE 11.59 เราและอีกหลายเสียงเห็นว่าเรียบกว่าที่คิด เมื่อนึกถึงว่าแบรนด์ไม่ได้เปิดตัวนาฬิกาไลน์ใหม่มา 26 ปีแล้ว แต่นี่เป็นงานที่เรียกร้องการดูในรายละเอียด เป็นงานที่มองไกลๆ อาจจะ ‘โอเค สวย’ แต่เมื่อได้มาวางอยู่ในมือพลิกดูให้ลึกเราจะเห็นทุกอย่างเผยออกมา และนั่นจับใจ

เขาบอกว่าเราเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำออกมา ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เหมือนที่ตอนไปขยายตลาดที่จีนเมื่อราว 7 ปีก่อน ซึ่งยากที่จะสำเร็จ ใครๆ ก็บอกว่าไม่มีทางขายรอยัล โอ๊คได้ในจีน แต่ถึงตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว กลายเป็นตลาดที่มีการเติบโต โลกมีการเปลี่ยนแปลงเสมอ

นาฬิกาที่ไม่แบ่งเพศ

โจทย์การออกแบบนาฬิกาครั้งนี้ ไม่มีคำว่าจะเจาะตลาดไหน ทำเพื่อใคร เปิดโจทย์อิสระเต็มที่ เมื่อดีไซเนอร์มาเสนอแบบพร้อมขายว่าถ้าเจาะตลาดนี้ต้องอย่างนี้ หรือในส่วนของนาฬิกาผู้หญิงนั้น... ฟรังซัว-อองรีจะบอกทันทีว่า ‘ไม่ ไม่ต้องคิดถึงเงื่อนไขเหล่านั้น’ อย่างเดียวที่ต้องคิดคือเราจะขายไปทั่วโลก ไม่ใช่นาฬิกาที่เจาะตลาดใดตลาดหนึ่ง หรือแบ่งชายหญิงอีกต่อไปแล้ว

A_26393BC-OO-A321CR-01_closeup_PR(CMYK)

ส่วนใหญ่นาฬิกาจะมีรุ่นสำหรับผู้ชายและผู้หญิง เพราะในอดีตนั้นส่วนแบ่งตลาดนาฬิกาของผู้ชายและผู้หญิงจะชัดเจน เป็นชาย 70 เปอร์เซ็นต์ หญิง 30 เปอร์เซ็นต์ แต่วันนี้ ไม่สามารถบอกได้ว่าผู้หญิงซื้อนาฬิกาผู้ชายเพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ แต่ที่แน่ๆ คือผู้หญิงซื้อนาฬิกาผู้ชายเยอะขึ้นมาก CODE 11.59 จึงไม่มีการออกแบบไลน์สำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ เป็นนาฬิกาสำหรับทุกเพศ ซึ่งนี่ก็มีผลถึงการออกแบบด้วย เพราะอย่างตัวเรือนที่โค้งเล็กน้อย ทำให้ถึงเรือนจะใหญ่แต่ใส่แล้วไม่ดูเทอะทะ แม้อยู่บนข้อมือเล็กๆ ของผู้หญิงก็ตาม

ทุกอย่างมีที่ทางของตัวเอง

ในฐานะซีอีโอ เขามักได้รับคำถามว่าใครคือลูกค้าของแบรนด์ ที่จริงแล้วเขาไม่ได้กำหนดกลุ่มอายุลูกค้า แต่ก็ได้เห็นลูกค้าอายุน้อยลงเรื่อยๆ

“เวลาผมพูดว่าเด็ก ก็หมายถึงเด็กอายุ 15 อายุ 17 ขอพ่อแม่ นาฬิกาเรือนแรกขอให้เป็นโอเดอมาร์ ปิเกต์ ไม่ได้ล้อเล่นนะครับ นี่คือสิ่งที่เจอจริงๆ ทั้งในอินโดนิเซีย ไทย สิงคโปร์ ผมขายนาฬิกาให้คนฮ่องกงอายุ 24 ปีมาแล้ว”

หรือแม้แต่คำถามว่าในที่สุดแล้วนาฬิกาหรูก็อาจล้มตาย เมื่อนาฬิกาอัจฉริยะมาแรง หรือเปล่า? ฟรังซัว-อองรี เห็นต่าง “ตราบใดที่เราทำในสิ่งที่เรา เราก็จะเป็นเราเป็นอย่างจริงแท้ ซึ่งจะย่อมมีคนในโลกนี้จำนวนหนึ่งที่ไม่ใช่คนจำนวนมาก แต่ก็มากเพียงพอที่จะมีความประทับใจกับงานฝีมือจริงๆ เช่นเดียวกับศิลปะ อาหาร ดนตรี กลไก หรืออะไรก็ตามที่เป็นงานฝีมือ และผมเชื่อจริงๆ ว่าจะมีอนาคตที่ดีสำหรับการทำนาฬิกา ต่อให้มีสมาร์ทวอชออกมาแค่ไหนก็ตาม”

A_15210BC-OO-A002CR-01_megacloseup_PR(CMYK)

เขายังเล่าให้ฟังว่า “เร็วๆ นี้ผมไปพูดที่วิทยาลัยศิลปะที่โลซานน์ มีนักศึกษาอายุประมาณ 19 – 21 ปี เข้าฟังราว 170 คน ผมเริ่มด้วยคำถามว่าใครสวมสมาร์ทวอชบ้าง คุณคิดว่ามีกี่คนที่ใส่? ไม่มีเลยสักคนครับ ก็เหมือนในโลกที่มีทั้งร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดและร้านมิชลินสตาร์ อย่างที่บอกมันคือ and ไม่ใช่ or โลกสองใบสามารถอยู่ด้วยกันได้”

ทั้งนี้เขาก็มองถึงการปรับตัวไปสู่อนาคต “เราอายุ 144 ปีแล้ว แต่เราก็ไม่สามารถอิงสิ่งที่เราจะทำจากนั่นทั้งหมด ตอนนี้เราต้องเป็นคนทำนาฬิกา 4.0 เราต้องคิดว่าจะเป็นอะไรในปี 2050 ยังต้องรอดู แต่เราก็มีเส้นทางที่เราคาดไว้ โดยมองไปข้างหน้า 5 – 10 ปี เรามองไปถึงวันพรุ่งนี้เสมอ”

ถามเขาว่ามีหลักการใดของแบรนด์ที่นำมาใช้ในคอลเลคชั่นใหม่นี้บ้าง

Being Hold” 2 คำเท่านั้น คือยืนหยัดในจุดยืนของตัวเอง

เหมือนที่เขาอุปมาถึงดีเอ็นเอของบริษัทโดยเล่าเรื่องการแข่งเรือรอบโลก “มีเรืออยู่ 20 ลำ 19 ลำมุ่งหน้าทิศตะวันออก อีก 1 ลำไปยังทิศตะวันตก ที่สุดแล้วก็สามารถไปรอบโลกได้เหมือนกัน เราคือเรือลำเดียวที่ไปทางตะวันตก และเราทำในแบบของเรา

“แม้ว่าอุตสาหกรรมจะยุ่งเหยิง แต่เราก็ยังยึดแนวทางของเรา และนั่นทำให้เรายืนหยัดมาได้”

A_15210OR-OO-A099CR-01_megacloseup_PR(CMYK)

เปิดอ่าน 909