ออกแบบความสุขให้คุกหญิง

November 21, 2019
by นฤมล ทับปาน

พลังสร้างสรรค์ของสถาปนิกรุ่นใหม่ที่ช่วยเปลี่ยนภาพเรือนจำอันอับทึบให้เป็นพื้นที่ดีต่อใจ

HIGHLIGHTS

 

  • จำนวนผู้ต้องขังหญิงในประเทศไทยอยู่ที่ 47,162 ราย หรือประมาณ 12.84 เปอร์เซ็นต์ของผู้ต้องขังทั้งหมด แม้จะมีจำนวนน้อยกว่าผู้ต้องขังชายหลายเท่า แต่เรือนจำที่สร้างขึ้นเฉพาะผู้หญิงกลับมีไม่เพียงพอ
  • ทำให้ไทยติด top 10 ของปัญหาคนล้นคุก ซึ่งสะท้อนกลับมายังสถาปัตยกรรมที่รองรับได้ไม่เพียงพอ สถาปัตยกรรมจึงมีความสำคัญในการที่จะเยียวยาจิตใจผู้คนในนั้น

 

 

แม้โลกหลังกำแพงสูงและลวดหนามติดกระแสไฟฟ้า จะเต็มไปด้วยกฎระเบียบและขีดกำจัดในการใช้ชีวิต แต่กลับเป็นพื้นที่ที่ผู้คนเข้าออกกันเป็นว่าเล่น หน้าเก่าไปหน้าใหม่มา หรือหน้าเดิมๆ ก็ยังคงวนเวียนเข้าออกราวกับว่าเรือนจำเป็นบ้านหลังที่สอง จนทำให้พื้นที่จองจำนั้นไม่เพียงไร้อิสรภาพแต่หนาแน่นเกินกว่าจะรับไหว โดยเฉพาะกับนักโทษหญิงซึ่งต้องกลายเป็นผู้ใช้เรือนจำมือสอง ทุกข์ของพวกเธอถูกทบเป็นสองเท่าของโทษทัณฑ์ที่ควรได้รับ

 

ข้อมูลจากเว็บไซต์กรมราชทัณฑ์ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา จำนวนผู้ต้องขังหญิงในประเทศไทยอยู่ที่ 47,162 ราย หรือประมาณ 12.84 เปอร์เซ็นต์ของผู้ต้องขังทั้งหมด แม้จะมีจำนวนน้อยกว่าผู้ต้องขังชายหลายเท่า แต่เรือนจำที่สร้างขึ้นเฉพาะผู้หญิงกลับมีไม่เพียงพอ เป็นเหตุให้มีการนำเรือนจำชายที่ถูกโละทิ้งมาแปรสภาพสำหรับผู้ต้องขังหญิง โดยไม่เอื้อต่อการใช้ชีวิต ทั้งห้องน้ำ ที่หลับนอน รวมถึงพื้นที่ทำกิจกรรมต่างๆ 

 

S__415171391

 

นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่าง คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ หรือ ICRC กับคณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT) ในการจัดทำหลักสูตรการออกแบบเรือนจำสำหรับผู้ต้องขังหญิงให้กับนักศึกษาในระดับชั้นปีที่ 2 ซึ่งนอกจากจะได้มีการจัดแสดงผลงานของนักศึกษาไปแล้ว นักศึกษา 2 คน ยังได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการประชุมการออกแบบและก่อสร้างอาคารสถานควบคุมแห่งเอเชีย ครั้งที่ 8 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

 

การประชุมการออกแบบสถานคุมขังแห่งเอเชีย ครั้งที่ 8 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

การประชุมการออกแบบสถานคุมขังแห่งเอเชีย ครั้งที่ 8 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

  • เรือนจำเปลี่ยนชีวิต

“คนล้นคุก เกิดจากการสร้างพื้นที่เพื่อให้คนอยู่รวมกัน ยกตัวอย่างประมาณ 500 คน แต่ในความเป็นจริงมีคนต้องใช้ชีวิตอยู่ในนั้นเป็นสองถึงสามเท่า จะเห็นได้ว่าการแก้ปัญหาที่จะเอาคนใส่เข้าไปแล้วใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดสามารถที่จะเรียนรู้ผ่านฟังค์ชันอื่นได้ เพราะการเอาคนแปลกหน้ามาอยู่รวมกัน พื้นที่ที่พวกเขาต้องแชร์กัน เป็นการมองที่ว่างให้เป็นโอกาส เพื่อสร้างพื้นที่ที่จะปฏิสัมพันธ์กันได้” อาจารย์สุนารี ลาวัลยะวัฒน์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษา อธิบายถึงแนวคิดในการออกแบบเรือนจำ พร้อมชี้ให้เห็นว่ารูปแบบการใช้ชีวิตของคนแต่ละเพศแตกต่างกัน จำเป็นต้องพิจารณาถึงรายละเอียดปลีกย่อยด้วย

 

ที่สำคัญยังมีเรื่องของข้อกำหนดกรุงเทพ (Bangkok Rules) ของ TIJ ที่เน้นการปรับปรุงกระบวนการทำงานในเรือนจำ และโปรแกรมสำหรับผู้ต้องขังตั้งแต่กระบวนการแรกรับ การปรับปรุงสภาพจิตใจและทัศนคติ การเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัวผู้ต้องขัง โดยการทำให้เรือนจำเป็นสถานที่เปลี่ยนชีวิตอย่างแท้จริง ซึ่งพยายามที่จะเข้าไปปรับปรุงเรือนจำหลายๆ แห่งทั่วประเทศ 

 

1

ฮวาเวียร์ คอร์โดบา ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมสาธารณสุขส่วนภูมิภาคเอเชีย (ICRC) - อาจารย์สุนารี ลาวัลยะวัฒน์ และนักศึกษาปีที่ 2 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

“จากข่าวที่ว่าประเทศไทยติด top 10 ของปัญหาผู้ต้องขังล้นคุก จึงเกิดเป็นคำถามว่า ตัวเรือนจำที่เป็นสิ่งอำนวยความสะดวก และเป็นงานสถาปัตยกรรมในวันนี้เป็นอย่างไร ตอบโจทย์แล้วหรือไม่ เหตุใดผู้คนจึงยินดีกลับเข้ามาใหม่ ถ้าอย่างนั้นสถาปัตยกรรมก็มีความสำคัญในการที่จะเยียวยาจิตใจผู้คน” อาจารย์สุนารี  ชวนตั้งคำถาม

 

ทว่า กว่าจะหาคำตอบได้นั้นถือเป็นเรื่องท้าทาย เพราะหากจะสร้างภาพจำใหม่ให้กับเรือนจำ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากกรมราชทัณฑ์และกระทรวงยุติธรรม เพื่ออำนวยความสะดวกในการเก็บข้อมูลจากสถานที่จริง รวมถึงการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมจากคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เพื่อลบภาพเรือนจำแห่งความมืดมิด เปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับสถานที่แห่งนี้ 

 

“จากที่ได้เข้าไปเก็บข้อมูลในกรมราชทัณฑ์ ข้างในมันไม่ได้แย่อย่างที่คิด มีสังคมมีชุมชนขนาดย่อมอยู่ในนั้น เพียงแค่ไม่มีอิสรภาพ แต่จะมีกิจกรรมช่วยให้ผู้ต้องขังได้ผ่อนคลายหรือได้บำบัดจิตใจ มีห้องสมุดให้ได้หาความรู้เพิ่มเติม มีการสอนวิชาชีพ” เพียงขวัญ เศรษฐกร หรือ ‘น้ำ’ นักศึกษาปีที่ 2 คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ เล่าถึงความรู้สึกหลังมีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมความเป็นอยู่ในเรือนจำ ซึ่งต่อมาได้นำมาใช้เป็นพื้นฐานในการออกแบบเรือนจำหญิง

 

"การทำทางเชื่อมที่บิดโค้ง ที่มีต้นไม้ตลอดทาง หลังคามีแสงลอดผ่าน สีสันไม่หนักไปทางขาวดำ อย่างน้อยๆ ก็ช่วยลดความตึงเครียดจากการถูกจองจำในสถานที่นี้ได้ แน่นอนว่ามันมีกฎ มีข้อระเบียบที่จะต้องปฎิบัติอย่างเคร่งครัด แต่สถาปัตยกรรมสามารถช่วยได้”  อาจารย์สุนารี ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ

 

ผลงาน จังหวะชีวิต

ชื่อผลงาน : จังหวะของชีวิต "The rhythm of mortal" ของ เพียงขวัญ เศรษฐกร, ชญาดา ณิชาภัทร์นารากุล และพรรษณี ปัทมวิสุทธิ์

 

  • ออกแบบบำบัดทุกข์

เปลี่ยนลูกกรงแนวตั้งแบบเดิมๆ ให้เอียงเล็กน้อย แน่นอนว่ามันทำหน้าที่ให้คนด้านในออกมาไม่ได้ แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือมันดีต่อใจ หรือเปลี่ยนเป็นแผงกันแดดก็เก๋ไปอีกแบบ เพิ่มต้นไม้อีกนิด ใส่แปลงผักเข้ากับพื้นที่ตัวอาคารอีกหน่อย ศึกษาทิศทางลมเพื่อการถ่ายเทที่ดีของอากาศ รวมถึงแสงแห่งความหวัง 

 

“ผู้ต้องขังก็เหมือนคนที่เดินในป่าแห่งความมืด ถ้ามีแสงเขาก็จะเดินไปตามแสงนั้น คือแสงทำหน้าที่นำทางเป็นความหวังที่จะหลุดพ้นจากการจองจำ มิติของแสงนั้นมีความหวัง แสงอาจไม่ได้มาจากหน้าต่างที่เป็นแนวนอนเท่านั้น แต่แสงสามารถมาได้จากหลายทิศทางผ่านช่องเล็กๆ วันเวลาที่เปลี่ยนไปแสงก็เปลี่ยนแปลง และมีปรากฏการณ์ที่ซ่อนอยู่” อาจารย์สุนารี อธิบายถึงแนวคิดในการออกแบบของนักศึกษาที่ให้ความสำคัญกับ ‘ใจ’ และต้องการให้สถาปัตยกรรมเป็นเครื่องมือในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับผู้ต้องขัง

 

IMG_2909

ชื่อผลงาน : Mind Reflection "สะท้อนจิต-ใจ" ของ กีรติกร โชติธนวิชช์, เพลงพร ชาตินรินทร์ และเอมมิลี โวลด์

หลังจากที่มีการแสดงผลงานออกแบบเรือนจำของนักศึกษาปี 2 ทั้ง 48 คน เมื่อกลางปีที่ผ่านมา อาจารย์สุนารีบอกว่า กระแสตอบรับค่อนข้างดี มีเรือนจำพิเศษธนบุรีติดต่อเข้ามาเพื่อให้ออกแบบปรับปรุงพื้นที่เรือนจำ จึงเปิดเป็นหน่วยงานขนาดย่อมที่ช่วยเหลือยกระดับความเป็นมนุษย์ในสังคม ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการขอรับบริจาคเศษกระเบื้องจากไซต์ก่อสร้าง เพื่อที่จะนำมาออกแบบพื้นใหม่ให้กับเรือนจำพิเศษธนบุรี โดยมีผู้ต้องขังเป็นกำลังสำคัญในการพลิกโฉมเรือนจำครั้งนี้

 

“นอกเหนือจากการเรียนรู้เรื่องการออกแบบเพื่อแก้ปัญหาแล้ว การทำให้เด็กมีความตระหนักรู้กับสังคมไม่เมินเฉยกับความต้องการของคนในสังคม เราเชื่อว่าสถาปัตยกรรมมันแก้ปัญหา แต่ว่าเราก็ไม่จำเป็นต้องมีแต่ความรู้ เราสามารถมีส่วนอื่นที่แคร์สังคมด้วย” อาจารย์สุนารี ย้ำถึงวัตถุประสงค์ที่ชวนนักศึกษาทำโครงการออกแบบเรือนจำครั้งนี้

 

  • โมเดลเรือนจำหญิง

 

ภาพจำของคุกในความทรงจำของหลายๆ คนคงหนีไม้พ้น กรงเหล็กหนาเตอะ แข็งแรง กำแพงสูงปิดมิดชิด

 

เพียงขวัญ เศรษฐกร(น้ำ) - กีรติกร โชติธนวิชช์(สรัย) สองนักศึกษาจากตัวแทนจาก KMUTT

เพียงขวัญ เศรษฐกร(น้ำ) - กีรติกร โชติธนวิชช์(สรัย) สองนักศึกษาจากตัวแทนจาก KMUTT

“แล้วใครกันเป็นคนกำหนดว่าจะต้องเป็นกรงแบบนี้เท่านั้น” กีรติกร โชติธนวิชช์ หรือ‘สรัย’นักศึกษาปีที่ 2 คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT) ตั้งคำถาม แม้จะไม่ได้คำตอบ แต่เธอและเพื่อนๆ นักออบแบบรุ่นใหม่ก็ฉีกกฎเกณฑ์โครงสร้างจำเจของเรือนจำไปแล้ว นอกจากการออกแบบจะต้องนึกถึงการใช้ได้จริง ความปลอดภัย และการใช้ชีวิตของผู้ต้องขัง แต่ตัวผู้คุมเองก็ควรได้รับการดูแลเช่นกัน

 

ยกตัวอย่างผลงานที่ชื่อว่า 'พื้นที่สีเขียว ปลูกผักแนวตั้ง' จากการออกแบบของ ชิดชญา เดชเฉลิมวงศ์ และ สุธีรา ทัพทวี ที่เน้นเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเรือนจำโดยใช้การปลูกผักแนวตั้งสอดแทรกเข้าไปในพื้นที่อาคาร

 

ผลงาน พื้นที่สีเขียว ปลูกผักแนวตั้ง

ชื่อผลงาน : พื้นที่สีเขียว ปลูกผักแนวตั้ง

"การเปลี่ยนคุกชายให้เป็นคุกหญิง ห้องน้ำก็ต้องเปลี่ยน ต้องมีการแดนแยกของผู้สูงอายุกับผู้พิการ ซึ่งหลายประเทศสนใจการออกแบบของเราและมองว่าสามารถนำมาปรับใช้ได้จริง นอกจากนี้เรายังได้รู้อะไรที่เราไม่เคยรู้จากประเทศอื่นๆ มองว่าเป็นโอกาสดีที่เราได้ไปแลกเปลี่ยนการออกแบบคุกกับอีกหลายประเทศ" สรัย ตัวแทนนักศึกษาออกแบบเรือนจำหญิงที่ได้ไปร่วมประชุมการออกแบบสถานคุมขังแห่งเอเชีย ครั้งที่ 8 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กล่าวเพิ่มเติม

 

จากการลงพื้นที่จริงเก็บข้อมูลต่างๆ เพื่อนำมาออกแบบนั้น ทำให้ทีมออกแบบเห็นปัญหาของเรือนจำหญิงในบ้านเราชัดเจนขึ้นมา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือปัญหาเรื่องของการออกไปแล้วกลับเข้ามาใหม่ ซึ่งเป็นปัญหาสังคมที่สะท้อนกลับมายังงานสถาปัตยกรรมที่รองรับได้ไม่เพียงพอ ไม่ได้เกิดจากการดูแลที่ไม่ถูกต้อง

 

“ปัญหาใหญ่ที่ผู้ต้องขังหญิงเจอคือ ความเครียดและการเป็นโรคซึมเศร้า จึงหาทางออกด้วยการใช้สถาปัตยกรรม” สรัย แสดงความคิดเห็น

“ถ้ามีการเยียวยาเขา เปลี่ยนทัศนคติเขา ให้เขารู้สึกดีขึ้นแล้วใช้ชีวิตในสังคมต่อได้ มีโอกาสสูงที่เขาจะไม่กลับมาทำผิดซ้ำอีก” น้ำ อธิบายเสริม

 

S__4151714311

 

ฮวาเวียร์ คอร์โดบา ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมสาธารณสุขส่วนภูมิภาคเอเชีย (ICRC) มองว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากที่สถาปนิกในอนาคตเหล่านี้ สามารถออกแบบตามคอนเซ็ปต์ที่เอามนุษย์เป็นหัวใจในการสร้างผลงาน เพราะสุดท้ายมนุษย์ก็เป็นคนใช้สิ่งที่ตัวเองออกแบบ ซึ่งมันสามารถช่วยฟื้นฟูผู้ต้องขังสู่สังคมได้

 

เรือนจำอาจไม่ใช่บ่อขยะรอการกำจัด คนในนั้นไม่ได้เป็นคนไม่ดีเสมอไป แต่มันเกิดขึ้นจากความผิดพลาด ทุกคนควรได้รับโอกาสที่จะกลับเข้ามาในสังคมอีกครั้ง

 

“หน้าที่ของนักออกแบบอย่างเรา ก็คือทำให้โครงสร้างพื้นฐานตอบโจทย์การใช้ชีวิตในนั้น และเยียวยาจิตใจเขาได้บ้าง ซึ่งนี่ไม่ใช่โปรเจคที่มีอะไรหรูหรา เพียงแต่พยายามมองในเรื่องของมนุษย์และฟังค์ชั่นในการแก้ปัญหา ซึ่งมหาวิทยาลัยเป็นตัวกลางในการเชื่อมองค์กรที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน เพื่อนำไปสู่การหาทางออกร่วมกันในการแก้ปัญหานี้”

 

“อย่าลืมว่าทุกคนทำผิดได้ และควรจะได้รับโอกาสในการกลับตัว ได้รับการบำบัดและเยียวยาจิตใจ เราขอเพียงแค่ 1 คนหรือ 1เปอร์เซ็นต์ ถ้าเราได้ช่วยเหลือจากสิ่งที่เราทำ สามารถที่จะทำให้ทุกคนก้าวข้ามอคตินี้ สถาบันการศึกษาก็มองว่า นี่เป็นครีเอทีฟอีกประเภทที่เราควรให้ความสนใจ” อาจารย์สุนารีทิ้งท้าย

 

IMG_3084