สุดขั้วเพื่อโลก ‘ร็อบ กรีนฟิลด์’

November 15, 2019
by กนกวรรณ เกิดผลานันท์

เชือหรือไม่ปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยเสียเงินแม้แต่สตางค์แดงเดียวซื้ออาหาร

HIGHLIGHTS

  • “ปีที่ผ่านมาผมปลูกและหาอาหารกินเอง 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีการเข้าร้านขายของชำ หรือร้านอาหาร ไม่เข้าบาร์ดื่มเบียร์ผมอยากสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนตั้งคำถามกับอาหารของตน จากนั้นเปลี่ยนแปลงการกิน เริ่มต้นจากปลูกสิ่งที่เป็นอาหารสนับสนุนเกษตรกรในท้องถิ่น และกินในวิธีที่ดีต่อโลก ต่อชุมชน และตัวเรามากขึ้น”
  • “ผมไปทะเลแล้วเก็บน้ำทะเลกลับมา ใส่เหยือกหรือขวดโหลแล้วนำไปตั้งเตาต้ม แค่นี้ก็ได้เกลือทะเลดีๆ เอาไว้ใช้”      

 

การใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่ต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่ทุกสิ่งที่เราใช้งานหรือรับประทานย่อมทิ้งรอยเท้าคาร์บอนเอาไว้ คนที่ต้องการยืดเวลาของโลกใบนี้ จำต้องปรับไลฟ์สไตล์ของตนให้ทำร้ายโลกน้อยที่สุด เช่น นักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมรายหนึ่งในสหรัฐนามว่า ร็อบ กรีนฟิลด์ 

 

กรีนฟิลด์ไม่อยากได้รถยนต์ส่วนตัว เมื่อต้องไปไหนมาไหนเขาใช้บริการแชร์รถ นี่เป็นหนึี่งในหลายๆ วิธีที่เขาพยายามลดรอยเท้าคาร์บอนที่ตนเองสร้างขึ้น เท่านั้นยังไม่พอกรีนฟิลด์ยังใช้วิธีอื่นๆ ที่สุดโต่งยิ่งไปกว่านี้ เชื่อหรือไม่ในปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยเสียเงินแม้แต่สตางค์แดงเดียวซื้ออาหาร

 

เขารับประทานเฉพาะสิ่งที่ปลูกได้เองในสวนของตนหรือสวนใกล้ๆ ที่สามารถหาได้ หรือสิ่งที่ฉกมาได้จากทางหลวง ใช่! “สัตว์ถูกรถชนตาย” เป็นทางเลือกหนึ่งของชายวัย 33 ปี เขาเป็นนักหาอาหารในเมือง

 

“ธรรมชาติเป็นสวน เป็นครัว และเป็นยาของผม” นักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมอธิบาย เขารับคำท้าให้รับประทานเฉพาะสิ่งที่หาได้ด้วยตนเองเป็นเวลา 1 ปี สิ้นสุดในวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา

 

กรีนฟิลด์เปิดตัวโครงการในออร์แลนโด เมืองหลวงสวนสนุกโลกกลางรัฐฟลอริดา มหานครใหญ่ที่มีประชากรราว 2.5 ล้านคน ดูๆ แล้วไม่น่าจะเป็นสถานที่ให้ล่าหรือหาอาหารได้ แต่สภาพอากาศแบบค่อนข้างร้อน ช่วยชดเชยข้อด้อยของบรรยากาศความเป็นเมืองได้เป็นอย่างดี 

 

“ปีที่ผ่านมาผมปลูกและหาอาหารกินเอง 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีการเข้าร้านขายของชำ หรือร้านอาหาร ไม่เข้าบาร์ดื่มเบียร์ผมอยากสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนตั้งคำถามกับอาหารของตน จากนั้นเปลี่ยนแปลงการกิน เริ่มต้นจากปลูกสิ่งที่เป็นอาหารสนับสนุนเกษตรกรในท้องถิ่น และกินในวิธีที่ดีต่อโลก ต่อชุมชน และตัวเรามากขึ้น” กรีนฟิลด์กล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพี

 

กรีนฟิลด์อาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ ที่สนามหญ้าหลังบ้านของใครสักคน เจ้าของที่ดินบอกว่าให้เขาใช้พื้นที่นี้ได้เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์โครงการ

 

ปกติกรีนฟิลด์เดินเท้าเปล่าและใส่เสื้อผ้าอย่างที่เห็นบ่อยๆ ในยูทูบ ในสารคดีว่าด้วยการหากินเองตลอด 1 ปีของเขา

 

“ผมคิดว่าร่างกายมนุษย์พัฒนาการดีมากมานานหลายหมื่นปีแล้ว และไม่เชื่อว่า ไนกี้จะเข้าใจประสบการณ์มนุษย์ทุกอย่างแค่ชั่วพริบตา” กรีนฟิลด์กล่าวถึงเหตุผลที่ไม่สวมรองเท้า 

 

หนุ่มรักษ์โลกรายนี้เปลี่ยนสนามหญ้าเป็นฟาร์มกลางเมือง มะละกอ กล้วย มันฝรั่งหวาน มะเขือยาว แตงกวา พริกไทย ในสวนกำลังงอกงามดี

 

เขาเก็บทุกสิ่งทุกอย่างรวมกันไว้ในครัวกลางแจ้ง ซึ่งเป็นที่สำหรับเก็บเสบียงกรัง ส่วนน้ำผึ้งเขาก็ผลิตเองจากรวงผึ้ง 4 รวง

 

ในเรื่องส่วนตัวอย่างการขับถ่าย กรีนฟิลด์สร้างสุขากลางแจ้ง ใช้ใบไม้แทนกระดาษชำระ “ใบไม้นุ่มนวลยิ่งกว่ากระดาษทุกชนิดที่ขายกันในร้าน” เจ้าตัวยืนยัน

 

ระหว่างที่พูดคุยกันนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจัดเลี้ยงด้วยเนื้อกวาง กะหล่ำปลีดอง มะละกอดิบ ขมิ้น พริกไทยแดง ผักชี กระเทียม ผักชีลาว เกลือทะเล ปรุงด้วยน้ำกะทิ

 

อาหารเช้าของเขาห่อด้วยใบมะรุม ที่มีสรรพคุณทางยามากมาย

กรีนฟิลด์พบร่างกวางตายบนถนนใน “วิสคอนซิน” รัฐบ้านเกิด ตอนที่เขาไปพักร้อนช่วงวันหยุดก็เลยนำมาทำอาหาร

 

ส่วนเกลือนั้น “ผมไปทะเลแล้วเก็บน้ำทะเลกลับมา ใส่เหยือกหรือขวดโหลแล้วนำไปตั้งเตาต้ม แค่นี้ก็ได้เกลือทะเลดีๆ เอาไว้ใช้”      กรีนฟิลด์เล่าต่อว่า เขาตัดสินใจใช้ชีวิตเรียบง่ายครั้งแรกในปี 2554 จากวันนั้นถึงวันนี้เขาดำรงชีวิตอย่างที่เรียกว่า “ชีวิตอเมริกันต้นแบบที่สวยงาม” เป้าหมายของเขาคือ “เป็นเศรษฐีเงินล้านให้ได้ภายในอายุ 30 ปี”

 

ปี 2557 เขายุบบริษัทมาร์เก็ตติงของตนเองทิ้ง สาธารณชนสนใจกรีนฟิลด์เมื่อปี 2559 ตอนที่เขานำขยะมาทำเป็นเครื่องแต่งกายแล้วเดินไปทั่วนิวยอร์ก เพื่อดึงดูดความสนใจให้ประชาชนตระหนักว่า ชาวอเมริกันทิ้งขยะปริมาณมหาศาลขนาดไหน

 

หลังจากนั้นเขาเริ่มทดลองหาอาหารในเมือง เพื่อสร้างความสนใจถึงความเป็นไปได้ในการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน เขามีรายได้จากค่าตัวในการออกไปปาฐกถาและขายหนังสือ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็มักไปพูดให้ฟรีๆ นับถึงวันนี้กรีนฟิลด์มีรายได้แค่ 9,760 ดอลลาร์ ปี 2561 รายได้รวมทั้งปีที่ 8,000 ดอลลาร์ ตัวเลขทั้งสองยังต่ำกว่าระดับความยากจนที่บุคคลใช้ชีวิตลำพังควรหาได้ที่ราว 13,000 ดอลลาร์อยู่มาก

 

 “สำหรับผมนี่เป็นการสำรวจลงลึกถึงอาหารของตัวเอง ทำความเข้าใจมัน พร้อมชักชวนผู้คนเดินไปด้วยกัน”กรีนฟิลด์กล่าว พร้อมเสริมว่า เขาบริจาคเงินที่หามาได้ส่วนใหญ่ให้กับ

 

องค์กรพัฒนาเอกชนหลายแห่ง แม้ว่าสื่อหลายแขนงรายงานเรื่องราวของเขา แต่ไม่ต้องการสร้างความร่ำรวยจากโครงการที่ทำ

 

“นี่เป็นเรื่องของการส่งสาร ผมไม่คิดว่าจะร่ำรวยได้จากสารที่ผมต้องการช่วยเหลือคนอื่นๆ ผมสร้างระบบที่ช่วยเหลือตนเองไม่ให้สูญเสียความตั้งใจดีๆ เหล่านั้นไป ผมเชื่อเรื่องการใช้ชีวิตสมถะ และไม่คิดว่าการมีเงินเยอะทำให้ใช้ชีวิตสมถะได้ง่าย”

 

กรีนฟิลด์เสร็จสิ้นภารกิจไปแล้วเมื่อวันอาทิตย์ (10 พ.ย.) ที่ผ่านมา เขายังไม่แน่ใจว่าจะทำอะไรต่อไป ตอนนี้ก็เลยวางแผนท่องเที่ยวรอบโลกไปพลางๆ ก่อน

กรีนฟิลด์2