เมื่อช้างเกี่ยวข้าว

November 13, 2019
by วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

เมื่อช้างถูกผลักออกจากป่า บุกรุกพื้นที่ไร่นา รวมถึงกรณีช้างทำร้ายคน คนทำร้ายช้าง เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

HIGHLIGHTS

  • พอได้ยินเสียงพวกเขาตื่นขึ้นมาก็พบว่าตกอยู่ในวงล้อมของช้างร่วมสามสิบตัว ต่างคนต่างหนีเอาตัวรอด ทั้งขึ้นที่สูง ปีนต้นไม้  สุดท้ายมีคนโดนช้างรุมกระทืบตายไปสามคน สองคนเป็นสามี ภรรยา ทิ้งลูกวัยขวบเศษไว้ ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านคนหนึ่งเอาปืนยิงช้างตายคาสวนในบ้าน ด้วยความโกรธแค้น

อากาศปลายฝนต้นหนาวในช่วงเวลานี้ หากออกไปตามท้องทุ่ง จะเห็นข้าวในท้องนาตั้งท้องสุกเหลืองอร่ามไปทั่วผืนนา ส่งกลิ่นหอมข้าวฟุ้งกระจายไปทั่ว 

 

ช่วงเวลานี้ ชาวนาทั่วประเทศอาจดีใจที่จะได้เก็บเกี่ยวผลผลิตกันสักที แต่สำหรับชาวนารอบ ๆ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอ่างฤาไน แถบจังหวัดฉะเชิงเทรา นอนหลับไม่เป็นสุข หายใจไม่ทั่วท้อง

 

ทุกวันนี้รอบ ๆ ป่าอ่างฤาไน มีช้างป่ามาอาศัยใช้ชีวิตในเรือกสวนไร่นาของชาวบ้านร้อยกว่าตัว ช้างโขลงนี้อาจจะเคยใช้ชีวิตในป่าอ่างฤาไน แต่หลายปีก่อน จากสภาพความแห้งแล้งในป่า อันเป็นผลกระทบจากโลกร้อน แหล่งน้ำและพืชอาหารในป่าขาดแคลนอย่างหนัก บีบบังคับให้ช้างป่าหลายโขลงต้องออกจากป่ามาหากินตามพืชสวนของชาวบ้าน  ชาวบ้านในเขตอำเภอท่าตะเกียบ อำเภอสนามชัย จังหวัดฉะเชิงเทรา รอบ ๆป่า มีอาชีพปลูกข้าว ทำไร่มันสำปะหลัง ไร่สับปะรด สวนปาล์ม ข้าวโพด สวนยางพารา 

 

ขณะเดียวกันทางการก็มาสร้างแหล่งน้ำให้ชาวบ้านหลายสิบแห่ง ช้างป่าจึงเริ่มออกมาหากินในป่า เริ่มออกมาหาอาหารและน้ำท่าอันสมบูรณ์ข้างนอก อยู่มานาน ๆ ช้างจึงได้ปรับตัวอาศัยอยู่ตามขอบป่าที่ติดกับไร่นาชาวบ้าน ไม่เข้าป่าอีกต่อไป

 

เมื่ออาหารดี น้ำไม่ขาด ช้างเหล่านี้จึงออกลูกออกหลานกันมากขึ้น จนปริมาณช้างรอบป่าเพิ่มต่อเนื่อง และช้างรุ่นใหม่ที่เกิดขึ้นมา จึงไม่รู้จักป่าอีกต่อไป เพราะเกิดในไร่สวนของชาวบ้าน จึงเติบโตและหากินจากพืชสวนแสนหวานอร่อยตลอดปีในบริเวณนี้ หมุนเวียนเปลี่ยนไปว่า ช่วงไหนผลผลิตพืชไร่อะไรจะออกมา เรียนรู้ว่าช่วงเวลาใด หัวมันสำปะหลังจะอวบใหญ่ หรือลูกสับปะรดจะมีน้ำหวานฉ่ำเต็มที่

 

พอตะวันพลบค่ำ ช้างป่านับร้อยตัวจะกระจายกันออกหากินในความมืด ใช้หู ตา และงวงดมกลิ่นหาอาหารแสนอร่อย เดินย่ำไปตามท้องไร่ท้องนา หากินกันทั้งคืน หากลงท้องนา จะเอางวงค่อย ๆ รูดรวงข้าวกินอย่างอ่อนโยน พอรุ่งเช้า สิ่งที่ชาวบ้านเห็นคือร่องรอยความเสียหายทั้งมวล

 

หลายอาทิตย์ก่อน ผู้เขียนมีโอกาสไปสำรวจความเสียหายของชาวบ้านในอำเภอท่าตะเกียบ พบรอยเท้าช้างจำนวนมากย่ำไปในไร่นา ถอนหัวมันสำปะหลังออกมากิน เศษซากเปลือกสับปะรดเกลื่อนพื้นดิน และขนุนลูกใหญ่ที่ถูกแกะกินเนื้อในไปเกือบหมด

 

คืนหนึ่งผู้เขียนติดตามเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าพวก “อนุรักษ์” ออกไปตามช้างป่า คอยกดดันไม่ให้ช้างลงมากินพืชไร่ของชาวบ้าน รวงข้าวสีเหลืองอร่าม ส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่ว ช้างป่าบางโขลงได้กลิ่นอาหารมื้อโอชะ รอคอยที่จะออกมา  ระหว่างทาง ช้างป่าออกมากินหัวมันสำปะหลัง หักต้นทิ้งข้างทาง เราพบชาวบ้านหลายคนเป็นเวรยามเฝ้าดูไร่นาของตนคอยไล่ช้าง 

 

คืนนั้นทั้งคืน เสียงโห่ร้องของชาวบ้าน แสงไฟฉายเป็นลำในความมืด  เสียงประทัดหรือระเบิดปิงปองจุดเป็นระยะ  ชาวบ้านไล่ช้างไม่ให้มาทางไร่นา และเสียงช้างร้องดังตอบโต้เป็นระยะ ชาวบ้านบางคน มาดักรออีกทาง ทั้งเปิดไฟฉาย สุมไฟให้ลุกโชน ไม่ให้ช้างลงไร่นา เฝ้ากันทั้งคืน เพราะรู้ว่าช้างหลายสิบตัวลงนาข้าว คือหายนะทั้งครอบครัว

 

ใกล้เที่ยงคืน ผู้เขียนผ่านที่นาอีกแปลง เห็นผู้หญิงคนเดียวสะพายย่ามยืนอยู่พร้อมไฟฉาย แกมาคอยไล่ช้างที่จะเข้ามานาข้าวของตัวเอง แกชี้ไปตรงที่ช้างเดินผ่านทุ่งนาไป ชาวนาหญิงตัวคนเดียววัยสี่สิบกว่า ต้องยืนเฝ้าไร่นาทั้งคืน คืนก่อน ช้างลงมากิน 70 ตัว

 

แกบอกว่าต้องอดหลับอดนอนทุกคืนมาเฝ้าคนเดียว เพราะสามีไม่อยู่ลูกต้องไปเรียนหนังสือแต่เช้า

ถามว่ามีอะไรเป็นอาวุธไล่ช้าง

แกเปิดย่ามให้ดู เป็นประทัดหรือลูกปิงปอง ร่วมสิบลูก

ถามว่ากลัวช้างไหม

“กลัวมาก แต่ต้องเสี่ยงออกมา เพราะหากไม่ออกมาไล่ช้างทุกคืน หมดตัวแน่”

 

ห่างออกไปไม่กี่กิโล เราได้ยินเสียงเครื่องจักรท่ามกลางความมืด พอขับรถไปใกล้จึงรู้ว่า เป็นเสียงรถเกี่ยวข้าวที่ปกติทำงานเกี่ยวข้าวกลางวัน แต่ต้องเร่งรีบมาเกี่ยวข้าวตอนกลางคืน ก่อนช้างจะมาเยี่ยมถึงที่นา เกี่ยวข้าวก่อนจะไม่มีข้าวให้เกี่ยว

 

 รุ่งเช้าห่างออกไปไม่กี่กิโลเมตรมีผู้พบศพชาวเขมรแรงงานสามศพกลางสวนป่ายูคาลิปตัส จากการสอบสวนพบว่าเป็นแรงงานรับจ้างตัดต้นยูคาลิปตัสและมาตั้งแคมป์กลางสวนป่ากันสิบกว่าคนใกล้กับทางเดินประจำของช้าง หรือด่านช้าง โชคร้ายคืนนั้นโขลงช้างไม่ต่ำกว่า 30 ตัวเดินผ่านบริเวณนั้น หมาที่ชาวเขมรเลี้ยงไว้ได้กลิ่นช้าง จึงวิ่งออกไปเห่าไล่ช้างทั้งโขลง ทำให้ช้างเกิดความเครียดจึงวิ่งออกมาไล่หมา

 

หมาจึงหนีไปหาเจ้าของที่แคมป์ พอได้ยินเสียงพวกเขาตื่นขึ้นมาก็พบว่าตกอยู่ในวงล้อมของช้างร่วมสามสิบตัว ต่างคนต่างหนีเอาตัวรอด ทั้งขึ้นที่สูง ปีนต้นไม้  สุดท้ายมีคนโดนช้างรุมกระทืบตายไปสามคน สองคนเป็นสามี ภรรยา ทิ้งลูกวัยขวบเศษไว้ ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านคนหนึ่งเอาปืนยิงช้างตายคาสวนในบ้าน ด้วยความโกรธแค้น

 

หลายปีที่ผ่านมา ความขัดแย้งระหว่างช้างกับชาวบ้านเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ปีนี้ ช้างโดนไฟฟ้าจากรั้วไฟฟ้าช็อต ตกน้ำ รถบรรทุกชน โดยยิงตายสิบกว่าตัว ในขณะที่คนถูกช้างเหยียบ กระทืบตายสิบกว่าชีวิตเช่นกัน

 

 คนกับช้างจะอยู่กันอย่างไร คำตอบยังล่องลอยในสายลม

..........................

คอลัมน์สมรู้ร่วมคิด ฉบับวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562