รักษ์โลกแบบ'แม็กกี้ คิว' ดาราฮอลลีวู้ด

November 7, 2019
by เพ็ญลักษณฺ์ ภักดีเจริญ

เป็นนักแสดงมากฝีมือ และเป็นมังสวิรัติมานานกว่า 20 ปี นอกจากนี้ยังทำงานเพื่อสิ่งแวดล้อม

HIGHLIGHTS

  • “ในการผลิตสินค้าของเราจะใช้ขยะพลาสติกเป็นพันๆ ตัน แพ็กเกจของเราไม่ต้องมีฉลากที่โยนทิ้ง ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติเราสร้างธุรกิจที่มีความยั่งยืน”

 

 

“ฉันเป็นมังสวิรัติมา 20 กว่าปี ฉันเติบโตบนเกาะ(ฮาวาย) ก็เลยเข้าใจเรื่องธรรมชาติ และมีความเชื่อว่า การผลิตเนื้อสัตว์ ทำให้โลกเกิดมลภาวะ" แม็กกี้ คิว  (Maggie Q) นักแสดงฮอลลีวู้ด นักกิจกรรม และนักธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม กล่าวบนเวที ดราก้อนฟลาย 360 ซัมมิท (Dragonfly 360 Summit) เวทีที่อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม โดยเฉพาะเรื่องความเสมอภาคระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย รวมถึงประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

แม็กกี้ บินมาพูดเรื่อง การเป็นนักกิจกรรมเพื่อสังคมบนเวทีแห่งนี้โดยเฉพาะ 

เธอเป็นนักแสดงดังคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในฮอลลีวู้ด มีผลงานแสดงมากมาย อาทิ Mission: Impossible III, Divergent และซีรีส์ Nikita ฯลฯ  เธอเคยเป็นแบบในภาพยนตร์โฆษณาของ องค์กร PETA (People for Ethical Treatment of Animals) โดยเปลือยกายปิดส่วนสงวนด้วยผัก เพื่อรณรงค์ให้คนเปลี่ยนมาเป็นมังสวิรัติ เลิกทรมานสัตว์และช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อม

บนเวทีดราก้อนฟลาย เธอเล่าถึงความไม่เท่าเทียมของผู้หญิงและชายในวงการบันเทิง และการทำงานเพื่อสังคม

“ ตอนที่ฉันเป็นนักแสดง คนให้คุณค่าฉันน้อยกว่านักแสดงชาย คนไม่ได้ให้ความเคารพ แต่มองว่าการเป็นผู้หญิงดูด้อยค่ากว่า ฉันต้องต่อสู้กับเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะผู้หญิงชาวเอเชียมักถูกสอนให้อดทนรับความทุกข์ยาก และไม่ลุกขึ้นสู้ยืนหยัดเพื่อตัวเอง แม้เสียงของพวกเราจะดังไม่เท่าผู้ชาย แต่ผู้หญิงก็ต้องส่งเสียงต่อไปเรื่อยๆ”

หลายปีที่แม็กกี้พยายามยืนหยัดด้วยฝีมือการแสดง เธอ บอกว่า นักแสดงหญิงมากมายในฮอลลีวู้ดต้องแลกกับบางอย่าง เพื่อที่จะไต่เต้าไปสู่ความสำเร็จ ทั้งๆ ที่รู้ว่า ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง

“ถ้าอยากก้าวหน้าในฮอลลีวู้ด บางทีนักแสดงหญิงก็ต้องแลกเปลี่ยนบางอย่างกับผู้กำกับชาย มีวงจรอุบาทก์เกิดขึ้นมากมาย ฉันพยายามต่อสู้กับเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ ไม่ใช่เพื่อฉันอย่างเดียว แต่ฉันอยากต่อสู้เพื่อคนรุ่นหลังด้วย และไม่ใช่ว่าฉันอยากรวยและประสบความสำเร็จ ฉันคิดว่า ไม่ใช่ว่าผู้หญิงจะไม่มีทางเลือก ”

เมื่อมีโอกาสเป็นนักแสดงฮอลลีวู้ด เธอจึงใช้โอกาสเหล่านี้สร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคม โดยเฉพาะเรื่องความไม่ยุติธรรมและเรื่องสิ่งแวดล้อม 

      “ในฐานะที่เราทำงานตรงนี้ จึงอยากสร้างแรงขับเคลื่อนให้ผู้หญิงทุกคน ลุกขึ้นมาแสดงศักยภาพของตนเอง ถ้าเรารู้สึกว่าสิ่งที่กำลังเผชิญมันไม่ถูกต้อง และไม่ยุติธรรม เพราะในความเป็นจริงไม่มีใครที่เหนือกว่าคุณ ไม่มีใครที่คุณต้องอิจฉา มีเพียงคนที่มีความเป็นผู้นำและกล้าที่จะแสดงออกอย่างแข็งแกร่งเท่านั้นเอง”

กว่า 20 ปีที่เธอเป็นมังสวิรัติ ทำงานรณรงค์ทั้งเรื่องการอนุรักษ์ทะเล สัตว์ และรณรงค์เรื่องสิทธิและความเสมอภาพ

"เพราะฉันอยากเห็นคนเมืองให้ความสำคัญกับมหาสมุทร ฉันรักธรรมชาติมาก แต่ฉันก็เข้าใจคนที่เติบโตในเมือง ถ้าจะไปบอกว่าทำไมพวกคุณไม่เข้าใจว่าทะเลสำคัญ เราก็ต้องทำให้พวกเขาเห็น ไม่ใช่ว่าทุกคนจะรู้ว่าสิ่งนี้มีค่า ฉันคิิดว่าการเป็นนักกิจกรรม ก็เหมือนการจ่ายค่าเช่าที่เราอยู่บนโลกใบนี้ 

ดังนั้นเวลามีงานแสดงเข้ามา ฉันจะคิดตลอดว่า นั่นเป็นเรื่องดีต่อโครงการที่เราทำ ฉันจะได้พูดถึงเรื่องนั้นด้วย เพราะโอกาสเข้ามาแล้ว เมื่อเสียงของเราดัง คนก็จะเข้าใจมากขึ้น ฉันชอบประโยคหนึ่งของนักประพันธ์คนหนึ่งบอกว่า “มนุษย์เรามาอยู่บนโลกใบนี้ มีสุขภาพที่ดีและสติปัญญา ก็ควรให้อะไรกลับคืนโลกบ้าง” อย่างการบริโภคและการปฎิบัติต่อคนอื่นเป็นสิ่งที่เราเลือกได้ ทุกครั้งที่เรากิน ทุกวันที่เราออกเสียง การตัดสินใจของเรา บางทีคนคิดว่าไม่สำคัญ แต่จริงๆ แล้วสำคัญมาก”

ด้วยเหตุผลดังกล่าว เธอจึงหันมาทำธุรกิจที่สร้างความยั่งยืน เกี่ยวกับชุดออกกำลังกายที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิล

“ สิบปีที่แล้วฉันศึกษาและค้นคว้าเรื่องนี้ ตอนนั้นเทคโนโลยีผ้ายังไม่สามารถสร้างความยั่งยืนได้ ยังมีปัญหาเรื่องเส้นด้าย ก็เลยยังไม่ได้เริ่มทำ สองปีที่แล้วฉันก็เลยศึกษาอีกว่า ถ้าเอาขยะพลาสติกมาทำเป็นสินค้าสำหรับผู้หญิง เพราะทุกวันนี้ผู้หญิงเอเชียแต่งตัวเก่ง ขณะที่ในอเมริกา ผู้หญิงยังไม่ค่อยแต่งตัวมากเท่าไหร่ เพราะฉันอยากให้คนดูแลสุขภาพ ฉันก็เลยตั้งบริษัททำสินค้าจากพลาสติกรีไซเคิลจากตะวันออก โดยใช้เส้นด้ายจากแคลิฟอร์เนีย ตอนฉันไปเดินดูในโรงงาน ฉันคิดว่า พนักงานต้องทำงานในสถานที่มีอากาศถ่ายเทดีๆ พวกเขาต้องมีความสุข เมื่อฉันเป็นนักธุรกิจ ฉันก็เลยต้องรู้ทุกซอกทุกมุม เพราะคนงานเหล่านั้นจะทำให้ความฝันของฉันเป็นจริงในการทำพัฒนาพลาสติกรีไซเคิลเป็นเส้นด้ายผลิตสินค้าออกมา และธุรกิจต้องมีความโปร่งใสร้อยเปอร์เซ็นต์"แม็กกี้ เล่าและบอกว่า

“ในการผลิตสินค้าของเราจะใช้ขยะพลาสติกเป็นพันๆ ตัน แพ็กเกจของเราไม่ต้องมีฉลากที่โยนทิ้ง ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เราสร้างธุรกิจที่มีความยั่งยืน เพราะฉันก็เคยฟังผู้ประกอบการผู้หญิงเยอะแยะที่ต้องการความยั่งยืน เราก็อยากสร้างธุรกิจที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำหรับผู้หญิง”

 images (2)_1