ถึงคราวต้องซ่อมแซม มหาวิหาร นอร์ทเทอร์ดาม

October 14, 2019
by สาริมา

การซ่อมมหาวิหารว่าจะทำยังไง ยังไม่มีข้อสรุป มีผู้เสนอให้ใช้ไม้จากทะเลสาบในประเทศกาน่าซ่อมแซม แต่หลายฝ่ายก็ห่วงว่าจะกระทบต่อระบบนิเวศวิทยา

IMAGE: ดีไซน์ของสถาปนิกเบลเยี่ยม  

HIGHLIGHTS

  • จเพลิงไหม้ในครั้งนั้นสร้างความเสียหายอย่างหนัก ทำให้บริเวณยอดแหลมของอาสนวิหารพังลงมา กระจกสีเรื่องราวของพระเยซูและคริสต์ประวัติ งานแกะสลักไม้และภาพวาดเก่าแก่  ็ได้รับความเสียหาย เหลือทิ้งไว้เพียงโครงเหล็ก

  • บริษัทคีธ กราชิ ได้ยื่นข้อเสนอนี้กับรัฐบาลฝรั่งเศสแล้ว โดยกล่าวว่า การใช้ไม้จากทะเลสาบนี้จะช่วยซ่อมแซมให้มหาวิหารนอร์ทเทอร์ดามกลับไปเป็นเหมือนเดิมก่อนโดนไฟไหม้ เมื่อตอนสร้างมหาวิหารฯ ศตวรรษที่ 12 มีการตัดไม้ประมาณ 1,300 ต้น ส่วนใหญ่เป็นไม้โอ๊ค เพื่อทำกรอบและยอดของมหาวิหาร การตัดไม้กินอาณาเขต 131.5 ไร่หรือสนามฟุตบอล 26 สนามเลยทีเดียว

 

ถึงแม้เวลาจะผ่านมากว่าครึ่งปีแล้วก็ตาม แต่คนทั่วโลกก็ยังคงจำได้ดีกับเหตุการณ์ไฟไหม้นอร์ทเทอร์ดาม มหาวิหาร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ตั้งอยู่ใจกลางของนครปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้เป็นอย่างดี เพลิงได้ลุกไหม้ในช่วงเย็นของวันที่ 15 เมษายน ขณะกำลังมีการซ่อมแซมปรับปรุงตัวอาคารของมหาวิหารฯ ที่มีอายุกว่า 850 ปี ภาพของกลุ่มควันที่พวยพุ่งเหนืออาคารสไตล์กอธิคเก่าแก่ถูกถ่ายทอดไปทั่วโลกและสามารถเห็นได้จากทุกมุมของปารีส ผู้คนทั่วโลกต่างเศร้าสลดกับเพลิงไหม้ครั้งนั้น

โบสถ์ของมหาวิหารแห่งนี้ ถือกันว่าสวยงามที่สุดในลักษณะกอธิคแบบฝรั่งเศส ใครที่ไปเยือนปารีส ก็จะต้องไปถ่ายรูปกับมหาวิหารแห่งนี้ ส่วนคนที่เข้าไปข้างในก็จะตื่นตาตื่นใจกับความสวยงามของประติมากรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน้าต่างประดับกระจกสี ซึ่งได้รับอิทธิพลจากศิลปะแบบ Naturalist

เพลิงไหม้ในครั้งนั้นสร้างความเสียหายอย่างหนัก ทำให้บริเวณยอดแหลมของอาสนวิหารพังลงมา กระจกสีเรื่องราวของพระเยซูและคริสต์ประวัติ งานแกะสลักไม้และภาพวาดเก่าแก่  ็ได้รับความเสียหาย เหลือทิ้งไว้เพียงโครงเหล็ก

เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ประกาศจะให้มีการซ่อมแซมบูรณะมหาวิหารฯ ให้สวยงามกว่าเดิมภายในเวลา 5 ปี ซึ่งตรงกับช่วงที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่กรุงปารีสในปี 2567

ตอนนี้หลายฝ่ายในฝรั่งเศสยังถกเถียงกันอยู่ว่า จะบูรณะให้มหาวิหารกลับมาเป็นเหมือนเดิม หรือเปลี่ยนไปเป็นแบบใหม่ไปเลย เงินบริจาคก็ยังคงหลั่งไหลมาจากหลายแห่งทั้งจากในฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา 

บริษัทคีธ กราชิ ทิมเบอร์ รีคอร์ฟเวอรี่ (Kete Krachi Timber Recovery) ในประเทศกาน่า ประเทศเล็กๆ และยากจน ทางตะวันตกของทวีปแอฟริกามีข้อเสนอที่สร้างความประหลาดใจให้กับหลายคน บริษัทนี้ไม่ได้ต้องการบริจาคเงิน แต่เสนอขายไม้ซุงให้ เพื่อนำมาใช้ในการบูรณะ โดยไม้ดังกล่าวมาจากป่าไม้เขตร้อนที่จมอยู่ใต้น้ำในทะเลสาบวอลล์ต้ามากว่า 54 ปีหรือตั้งแต่ปีพ.ศ. 2508 ทะเลสาบแห่งนี้กว้างกว่า 8,500 ตารางกิโลเมตรและได้ชื่อว่า เป็นแหล่งน้ำที่ใหญ่ที่มนุษย์สร้างขึ้น

บริษัทนี้ซึ่งได้รับสัมปทานจากรัฐบาลกาน่า เพื่อนำไม้ขึ้นมาจากทะเลสาบเชื่อว่า การใช้ไม้เก่าใต้น้ำนี้ในการซ่อมแซมจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าไปตัดไม้มาใหม่ ผู้บริหารบริษัทนี้ปฏิเสธการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ไม้นี้ไม่แข็งแรงพอที่จะนำมาใช้ เพราะอยู่ใต้น้ำมานานเกินไป 

“ไม้พวกนี้อยู่ในสภาพดีกว่าที่คิด เพราะมันถูกเก็บรักษาไว้และป้องกันการเน่าสลายด้วยสภาพของทะเลสาบและเริ่มที่จะกลายเป็นฟอสซิล” 

ผู้เชี่ยวชาญบางคนชมเชยว่า เป็นทางออกที่ชาญฉลาดมาก แต่ก็มีคนเตือนว่า อาจมีผลกระทบเสียหายกับระบบนิเวศวิทยาตามมาภายหลัง

บริษัทคีธ กราชิ ได้ยื่นข้อเสนอนี้กับรัฐบาลฝรั่งเศสแล้ว โดยกล่าวว่า การใช้ไม้จากทะเลสาบนี้จะช่วยซ่อมแซมให้มหาวิหารนอร์ทเทอร์ดามกลับไปเป็นเหมือนเดิมก่อนโดนไฟไหม้ เมื่อตอนสร้างมหาวิหารฯ ศตวรรษที่ 12 มีการตัดไม้ประมาณ 1,300 ต้น ส่วนใหญ่เป็นไม้โอ๊ค เพื่อทำกรอบและยอดของมหาวิหาร การตัดไม้กินอาณาเขต 131.5 ไร่หรือสนามฟุตบอล 26 สนามเลยทีเดียว

เบอทรอง เดอ ฟาดู รองประธานมูลนิธิพาร์ทริมวน ซึ่งเป็นกลุ่มอนุรักษ์ของฝรั่งเศสกล่าวว่า ฝรั่งเศสไม่มีต้นโอ๊กที่มีขนาดใหญ่และอายุมากพอเหมือนกับที่ใช้ตอนสร้างโครงสร้างมหาวิหารฯ เมื่อ 850 ปีที่แล้วอีกแล้ว ฟรานซิส คาลิสซิ ประธานและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท คีธ กราชิ กล่าวว่า เขาเห็นด้วยที่เดอ ฟาดูกล่าว 

“เราไม่คิดว่า ฝรั่งเศสมีต้นโอ๊กปริมาณเพียงพอสำหรับการสร้างมหาวิหารฯ ขึ้นมาใหม่ ในทางตรงข้ามไม้ใต้น้ำของเราเป็นไม้เนื้อแข็งของแอฟริกาที่เหมือนกับต้นโอ๊ก มันน่าจะมีความแน่นตั้งแต่ 650-900 ลูกบาศก์เมตร ทำให้เหมาะกับการบูรณะ” คาลิสซิ ให้สัมภาษณ์บีบีซี

บริษัท คีธ กราชิ ได้เริ่มนำไม้ซุงที่ตัดจากทะเลสาบวอลต้าด้วยเครื่องจักรบังคับทางไกลโดยใช้วิดีโอ โซน่าและจีพีเอสช่วยในการทำงาน ไม้ส่วนใหญ่ส่งออกไปยุโรป แอฟริกาใต้ เอเชียและตะวันออกกลาง 

หากรัฐบาลฝรั่งเศสเห็นด้วยกับข้อเสนอของบริษัทคีธ กราชิก็จะต้องจ่ายประมาณ 50 ล้านเหรียญสหรัฐ ในตอนนี้ กระทรวงวัฒนธรรมของฝรั่งเศสได้เห็นด้วยในหลักการแล้ว

เจเรมี พาทรี-ไลตัส เจ้าหน้าที่ของกระทรวงวัฒนธรรม บอกว่า “ตอนนี้ เรายังไม่รู้ว่า ส่วนของมหาวิหารที่จะสร้างใหม่จะทำด้วยไม้หรือไม่ เรากำลังอยู่ในกระบวนการวางแผน การบูรณะจะเริ่มในทันทีที่ทุกอย่างลงตัวแล้ว เรารับพิจารณาทุกข้อเสนอ”

ดร. แคธี่ โอ๊กส์ (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) ผู้เชี่ยวชาญสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ศิลป์ของฝรั่งเศสและอังกฤษ มหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด เคยกล่าวว่า ไม้ซุงที่เสนอมานั้นเหมือนกับไม้โอ๊กพรุ (bog oak) ที่ใช้กันในการก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ในยุคกลาง ถึงแม้จะไม่เหมือนกับที่ใช้สร้างมหาวิหารฯ ในครั้งแรก ไม้โอ๊กพรุนี้อยู่ใต้น้ำมาเป็นเวลานานทำให้มันแข็งแรงและทนทานมากกว่า 

ในขณะเดียวกัน แอนดรูส์ วาวจส์ ผู้อำนวยการกลุ่มสถาปนิกทริสเติ้ลตันกล่าวว่า ข้อเสนอใช้ไม้จากกาน่านั้นเป็นทางออกที่ฉลาดมาก 

“ข้อเสนอเป็นทางแก้ปัญหาที่เยี่ยมมาก และยังเป็นการช่วยเศรษฐกิจของประเทศยากจนด้วย”

แต่ก็ยังมีคนที่กังวลเกี่ยวกับผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศวิทยาในพื้นที่ อาจเกิดขึ้นหลังจากการขุดไม้โอ๊กจากทะเลสาบ และการขนไม้ทางทะเลจากกาน่ามาที่ฝรั่งเศส รายงานในวารสารเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมกล่าวว่า การดึงต้นไม้จากพื้นทะเลสาบจะทำให้เกิดตะกอน สร้างปัญหามลพิษในน้ำ และกั้นแสงซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสิ่งมีชีวิตในน้ำ

ปัจจุบัน ต้นไม้ที่อยู่ใต้น้ำนี้เป็นที่อาศัยของปลาและสัตว์น้ำต่างๆ การดึงต้นไม้ขึ้นมาสามารถกระทบกับระบบนิเวศวิทยาและอุตสาหกรรมประมงของคนประมาณ 300,000 คนที่หากินด้วยการทำประมงที่นั่นได้

4 (1)สเตฟาน อานานนิ เจ้าหน้าที่โครงการของเฟรนด์ออฟเดอะเนชั่น ซึ่งเป็นเอ็นจีโอด้านสิ่งแวดล้อม บอกว่า การย้ายต้นไม้จากใต้น้ำจะทำให้จำนวนปลาในทะเลสาบลดลงอย่างมาก เพราะปลาใช้ต้นไม้เป็นที่เพาะพันธุ์ 

“การกระทำอย่างนั้นเป็นการทำลายที่อยู่อาศัยและที่วางไข่ของปลา ถ้าคุณลองได้คุยกับชาวประมงแถวนั้น เขาจะต้องโอดครวญอย่างแน่นอน”

ตอนนี้ รัฐบาลฝรั่งเศสเปิดให้มีการประกวดออกแบบส่วนยอดของมหาวิหารฯ ที่พังถล่มลงมา มีคนส่งประกวดจากทั่วโลก บางแบบก็แหวกแนวให้ทำด้านบนเป็นสวนน้ำ สวนลอยฟ้าหรือแม้แต่เป็นที่จอดรถ 

ส่วนแบบที่ว่ากันว่าเป็นตัวเก็งเป็นฝีมือของวินเซ็นต์ แคลเบาท์ สถาปนิกชาวเบลเยี่ยมที่หลายคนมองว่า สวยงามและเหมาะสมให้เป็นดีไซน์ใหม่ของมหาวิหารฯ แห่งนี้

""""""""""""

ภาพ : อีพีเอ-อีเอฟอี

 

5 (1)

(มหาวิหารก่อนไฟไหม้)