‘อนิเมะญี่ปุ่น’ ไกด์หน้าใหม่แห่งเอเชีย

September 27, 2019
by ภานุพงศ์ วัฒนเสรีกุล

สถานที่ดังในอนิเมะหลายเรื่องอยู่ในดินแดนไกลมาก ไม่หวือหวา หรือไม่มีความน่าสนใจเหมือนในโลกมังงะ แต่แฟนคลับก็ตามไปเที่ยวเยอะมาก

HIGHLIGHTS

  • ทริปตามรอยโคนันเริ่มต้นมาจากในญี่ปุ่น แต่เอชไอเอสระบุว่า ได้รับกระแสเรียกร้องอย่างล้นหลามให้ไปจัดทัวร์โคนันจากแฟน ๆ ในไต้หวัน เวียดนาม และประเทศไทย ซึ่งมีสาวกติดตามซีรีส์นี้เป็นจำนวนมาก

 

  • ดูเหมือนว่าความสนใจที่เพิ่มขึ้นในวัฒนธรรมญี่ปุ่นและความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นระหว่างญี่ปุ่นกับจีน ทำให้ในที่สุด รัฐบาลปักกิ่งก็อนุญาตให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายในประเทศ และปรากฏว่าทำเงินไปแล้ว 480 ล้านหยวน (67 ล้านดอลลาร์) จนต้องมีการเพิ่มรอบฉาย

 ในขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไปเยือนญี่ปุ่นลดลงต่อเนื่องช่วงไม่กี่ปีหลังสุด แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ไม่น่าเป็นไปได้ก็ถือกำเนิดขึ้น ช่วยดึงดูดกลุ่มสาวก “มังงะ” และ “อนิเมะ” จำนวนมากจากทั่วเอเชีย

การเดินทางไกลไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งวัฒนธรรมสมัยนิยม หรือเรียกกันว่า “ป๊อป คัลเชอร์” แบบนี้มีชื่อในภาษาญี่ปุ่นว่า “เซจิ จุนเรย์” และขณะนี้ สาวกเริ่มแห่ไปยังสิงคโปร์และไต้หวันซึ่งเป็นสถานที่ที่ถูกอ้างถึงในมังงะหรืออนิเมะญี่ปุ่นบางเรื่อง

ข้อเท็จจริงที่ว่าสถานที่ดังในอนิเมะหลายเรื่องอยู่ในดินแดนแสนไกล ไม่หวือหวา หรือไม่มีความน่าสนใจเหมือนในโลกมังงะนั้น ไม่ได้บั่นทอนความมุ่งมั่นของคนกลุ่มนี้แต่อย่างใด

แฟนคลับอนิเมะต่างแสดงถึงความเต็มใจที่จะเดินทางไกลหรือเอาชนะความแออัดในเมืองใหญ่เพื่อคว้าโอกาสทองในการอัพเดทให้เหล่าผู้ติดตามสื่อสังคมออนไลน์ของพวกเขาเห็นภาพหลักฐานการดั้นด้นเดินทางของตนนั่นเอง

และรูปถ่ายที่พวกเขาเผยแพร่นั้นก็แทบจะถอดแบบมาจากฉากในมังงะหรืออนิเมะที่เป็นแรงบันดาลใจการเดินทางไกลของสาวกเหล่านี้

“ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน: ศึกชิงอัญมณีสีคราม” (Detective Conan: The Fist of Blue Sapphire) ซึ่งเป็นภาคล่าสุดและภาคที่ 23 ของภาพยนตร์ชุดยอดนิยมเรื่องนี้ เผยแพร่ในญี่ปุ่นเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และกวาดรายได้รวมไปกว่า 9,100 ล้านเยน (84.1 ล้านดอลลาร์) นับเป็นสถิติสูงสุดของซีรีส์โคนันด้วย

ที่สำคัญคือ ภาคนี้เป็นครั้งแรกที่ภาพยนตร์นักสืบจิ๋วใช้ต่างประเทศอย่างสิงคโปร์ เป็นสถานที่เดินเรื่อง นอกจากนั้น ภาพยนตร์ชุดนี้ยังเปิดตัวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง และที่อื่น ๆ ด้วย

ไกด์นำเที่ยวชื่อ “ไมเคิล” พานักท่องเที่ยว 3,000 คนไปยังสถานที่ต่าง ๆ ที่ถูกใช้เป็นฉากเดินเรื่องในเรื่องโคนัน เช่น น้ำพุที่อยู่ในฉาก “เอโดงาวะ โคนัน” ตัวเอกของเรื่องและ “จอมโจรคิด“ ตัวละครสำคัญอีกตัว ดื่มน้ำมะพร้าวกัน และสวนสาธารณะที่ ”เคียวโกคุ มาโคโตะ” และ “ซูซูกิ โซโนโกะ” นัดเจอกัน

ไมเคิลเริ่มทำงานไกด์ทัวร์นี้กับ “เอชไอเอส” บริษัทท่องเที่ยวชื่อดังของญี่ปุ่นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ทริปตามรอยโคนันเริ่มต้นมาจากในญี่ปุ่น แต่เอชไอเอสระบุว่า ได้รับกระแสเรียกร้องอย่างล้นหลามให้ไปจัดทัวร์โคนันจากแฟน ๆ ในไต้หวัน เวียดนาม และประเทศไทย ซึ่งมีสาวกติดตามซีรีส์นี้เป็นจำนวนมาก

แนวคิดหนึ่งของเซย์จิ จุนเรย์ คือ พวกเขาส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างแฟน ๆ ผ่านโซเชียลมีเดีย รูปภาพตัวละครและรูปถ่ายการเดินทางไปยังสถานที่ในภาพยนตร์มักถูกแชร์โดยแฟนคลับจำนวนมากผ่านทั้งเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม

โคซุเกะ ซูซูกิ ซึ่งดูแลการจดทะเบียนลิขสิทธิ์จากบริษัททีเอ็มเอส เอ็นเตอร์เทนเมนท์ สตูดิโออนิเมะของญี่ปุ่น รับผิดชอบการโปรโมทการ์ตูนโคนันภาคล่าสุดในต่างประเทศ กล่าวว่า เขารู้สึกประหลาดใจกับผลกระทบด้านการท่องเที่ยวอันมหาศาลนี้

“ผมบอกได้เลยว่า มีแม้กระทั่งคนที่เดินทางไปสิงคโปร์ด้วยตัวเองเพื่อไปเยือนสถานที่ที่อยู่ในเรื่องโคนัน” ซูซูกิเผย

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีสาวกอีกหลายคนที่อาจจะเดินทางไปสิงคโปร์ในช่วงหลายเดือนข้างหน้า และขณะนี้ โคนันกำลังฉายอยู่ในประเทศจีน

เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา “สปิริเต็ด อะเวย์” ภาพยนตร์อนิเมชั่นจากสตูดิโอจิบลิ ซึ่งเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซดีกรีชนะรางวัลออสการ์ของ “ฮายาโอะ มิยาซากิ”เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในจีนเป็นครั้งแรก หรือ 18 ปีหลังจากเปิดตัวครั้งแรกในญี่ปุ่น

ดูเหมือนว่าความสนใจที่เพิ่มขึ้นในวัฒนธรรมญี่ปุ่นและความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นระหว่างญี่ปุ่นกับจีน ทำให้ในที่สุด รัฐบาลปักกิ่งก็อนุญาตให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายในประเทศ และปรากฏว่าทำเงินไปแล้ว 480 ล้านหยวน (67 ล้านดอลลาร์) จนต้องมีการเพิ่มรอบฉาย

ชุดโปสเตอร์อย่างเป็นทางการที่ออกแบบใหม่โดยศิลปินชาวจีน “เชา เต้า” มีส่วนช่วยให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จในจีน การอ้างอิงตัวละครและฉากต่าง ๆ อันทรงพลัง สร้างกระแสฮือฮาได้อย่างมากทั้งในจีนและญี่ปุ่น

การเปิดตัวของสปิริเต็ด อะเวย์ในจีน ยังทำให้ “จิ่วเฟิ่น” เมืองไหล่เขาในไต้หวัน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงไทเป กลับมาเป็นจุดสนใจอีกครั้ง โดยเชื่อกันว่าเมืองดังกล่าวเป็นแรงบันดาลใจสำหรับการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้

แม้ว่ามิยาซากิออกมาปฏิเสธอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างจิ่วเฟิ่นกับสปิริเต็ด อะเวย์ แต่เมืองแห่งนี้ก็ยังดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากได้อยู่ดี

ฤดูร้อนที่ผ่านมา เมืองจิ่วเฟิ่นซึ่งอยู่เหนือทะเลจีนตะวันออก ดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนได้อย่างล้นหลาม แม้ว่ารัฐบาลแดนมังกรสั่งห้ามไม่ให้ชาวจีนไปเยือนเกาะไต้หวันก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ปักกิ่งยังอนุญาตการเดินทางแบบส่วนตัวไปไต้หวันซึ่งได้รับการรับรองจากทางการก่อนวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา เช่นเดียวกับการเดินทางแบบกรุ๊ปทัวร์

ร้านน้ำชา “อา-เหม่ย” ซึ่งมีรูปลักษณ์ภายนอกบางส่วนงดงามคล้ายกับโรงอาบน้ำของ “ยูบาบะ” แม่มดจอมละโมบในสปิริเต็ด อะเวย์ สร้างบรรยากาศชวนขนลุกและลึกลับในยามค่ำคืน เมื่อมีแสงจากโคมไฟสีแดงส่องสว่างภายนอกตัวอาคาร

เดือนสิงหาคม เมืองจิ่วเฟิ่นและบันไดอันสูงชันในเมืองเล็ก ๆ นี้ ยังคงต้อนรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่แห่แหนมาถ่ายรูปด้วยสมาร์ทโฟนของตน พร้อมกับเช็คอินในโซเชียลมีเดีย

ขณะที่รัฐบาลจังหวัดทตโตริของญี่ปุ่นออกแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยว จังหวัดนี้เป็นสถานที่เกิดและโตของ 2 ตำนานอย่าง “โกโช อาโอยามะ” ผู้สร้างซีรีส์โคนัน และ “ชิเงรุ มิซุกิ” นักวาดการ์ตูนผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นที่รู้จักจากมังงะเรื่อง “อสูรน้อยคิทาโร่”

ในปีงบประมาณนี้ รัฐบาลทตโตริได้ออกตั๋วเดินทางระยะสั้นที่เปิดทางให้นักท่องเที่ยวจากฮ่องกง ไต้หวัน และเกาหลีใต้ เดินทางไป-กลับด้วยค่าใช้จ่ายที่ลดลง นอกจากนั้น รัฐบาลยังเชิญเหล่าบล็อกเกอร์ชื่อดังชาวไต้หวันมาเยือนท้องถิ่นด้วย

IMG_8806""""""""""""""""""

หมายเหตุ : แปลและเรียบเรียงจากนิกเกอิ