‘begpackers’ ขอตังค์ไปเที่ยว

September 18, 2019
by มาริสา

นักท่องเที่ยวกลุ่มแบ็คแพ็คเกอร์ ที่หาเงินด้วยการขอทาน เพื่อซื้อความสุขในการเที่ยวรอบโลก และอาจนำไปสู่อาชญากรรม

HIGHLIGHTS

  • ภูมิภาคเอเชียเป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยวกลุ่มแบ็คแพ็คเกอร์ประเภทนี้ เพราะมีค่าครองชีพถูกและผู้คนเป็นมิตร

 

ภาพที่พวกเราเริ่มเห็นชินตากันในหลายประเทศ โดยเฉพาะในประเทศกลุ่มอาเซียนที่มีไทยเป็น 1 ในสมาชิกคือ ภาพของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศกลุ่มแบ็คแพ็คเกอร์ (Backpacker) ส่วนใหญ่ผิวขาวและมาจากประเทศกำลังพัฒนามานั่งเรี่ยไรเงินพร้อมป้ายที่เขียนจากลังกระดาษ ลายมือโย้เย้ ขอร้องให้ช่วยบริจาคเงินให้พวกเขา

ก่อนหน้านี้ เราจะเห็นว่า นักท่องเที่ยวที่มาขอเงินจะอ้างว่า ถูกขโมยพาสปอร์ตหรือข้าวของ ทำให้พวกเขาจำเป็นต้องออกมานั่งขอทานเพื่อหาเงินเดินทางกลับประเทศ แต่ในปัจจุบัน พวกเขาไม่ได้มีจุดประสงค์ในการขอเงินเหมือนเดิม พวกเขาบอกอย่างชัดเจนว่า ต้องการเงินเพื่อท่องเที่ยว เพื่อความสุขของตนเอง นักท่องเที่ยวรายหนึ่งเขียนบนป้ายว่า “เพื่อเดินทางรอบโลก”

 

download

 

นักท่องเที่ยวขาดเงินพวกนี้บางคนขอเงินดื้อๆ เลย บางคนนำข้าวของมาวางขาย ในขณะที่บางคนเล่นดนตรีหรือแสดงอะไรเล็กๆ น้อยเพื่อแลกเงิน ธรรมดาเราเรียกนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ว่า แบ็คแพ็คเกอร์ ซึ่งมักเดินทางและกินอยู่อย่างประหยัด พักโรงแรมถูกๆ และแต่งตัวเสื้อยืด กางเกงยีนส์

ปรากฏการณ์นี้ทำให้เกิดศัพท์ใหม่คือ ‘begpackers’ เกิดจาก backpacker+beggar (ขอทาน) นั่นเอง

เรื่องนี้กำลังกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันในโลกออนไลน์เพราะมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย รัฐบาลบางประเทศเริ่มตระหนักว่า เรื่องนี้สร้างปัญหาให้ประเทศนั้นๆ เมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา ทางการของเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ออกมาประกาศว่าจะจัดการกับนักท่องเที่ยวที่เข้ามานั่งเรี่ยไรเพื่อนำเงินบริจาคไปท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของบาหลีกล่าวว่า แบ็คแพ็คเกอร์ขอทาน เริ่มจากนักท่องเที่ยวออสเตรเลีย สหราชอาณาจักรและรัสเซีย

เซ็ตโต้ บูดิวาร์โดโย เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่บาหลีกล่าวว่า เจ้าหน้าที่จะยังไม่จับและเนรเทศนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ออกนอกประเทศ เนื่องจากอินโดนีเซียยังไม่ถือว่า การขอทานเป็นอาชญากรรม 

“เราทำได้เพียงรายงานพฤติกรรมของพวกนี้ไปยังสถานกงสุลหรือสถานทูตของพวกเขา เพื่อที่สถานทูตจะได้ดูแลคนของตนในขณะท่องเที่ยวอยู่ในบาหลีหรือส่วนอื่นๆ ของอินโดนีเซีย ตัวแทนทางการทูตของนักท่องเที่ยวเหล่านี้จะต้องมาดูแลแก้ไขปัญหาทางการเงินของพวกเขา”

เซ็ตโต้กล่าวว่า ในอดีตรัฐบาลอินโดนีเซียจัดหาอาหารและที่พักให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่มีเงิน ความช่วยเหลือนี้ถูกยกเลิกหลังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพบพฤติกรรมการขอทานหลอกลวงโดยชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น นักท่องเที่ยวที่มีปัญหานี้ส่วนใหญ่มาจากออสเตรเลีย อังกฤษและรัสเซีย

 

download (2)

 

ปัจจุบัน อินโดนีเซียเปลี่ยนการรับมือเรื่องนี้ใหม่ หากพบชาวต่างชาติคนใดขอทาน ก็จะจับส่งไปให้สถานกงสุลหรือสถานทูตของพวกเขาเป็นผู้ดูแลแทน

แบ็คแพ็กเกอร์ขอทานนี้ไปปรากฏตัวที่ดูไบซึ่งประชากรมีรายได้สูงติดอันดับโลกเช่นเดียวกัน นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ยอมเสี่ยงถูกจับกุม เพราะที่ดูไบ การขอทานเป็นเรื่องผิดกฎหมาย พวกนี้ก็พยายามหลีกเลี่ยงกฎหมายโดยเลือกคนที่ดูดีมีฐานะแล้วเข้าไปพูดคุย สร้างเรื่องราวว่ามีความทุกข์ยาก ความยากจนและต้องการเงินกลับประเทศ

ตำรวจเมืองดูไบให้สัมภาษณ์ว่า เงินที่พวกนี้ขอแต่ละครั้งนั้นสูงนับหมื่นๆ บาท บางคนหาเงินได้ถึงวันละ 80,000 บาทเลยทีเดียว พวกนี้เข้ามาที่ดูไบโดยใช้วีซ่าท่องเที่ยวที่อนุญาตให้อยู่ที่ดูไบได้ 3 เดือน

จากการสอบสวนพบว่า บางคนหาเงินได้เดือนละ 2 ล้านบาทเลยทีเดียว จุดทำเงินของพวกเขาคือ บริเวณหน้ามัสยิด โดยเฉพาะในวันศุกร์ซึ่งเป็นวันละหมาดและทำบุญของชาวมุสลิม

ตำรวจกล่าวว่า พวกนี้เข้าดูไบด้วยวีซ่าท่องเที่ยว บริษัทท่องเที่ยวพาพวกนี้เข้ามาโดยไม่เช็คอะไรเลย ถ้าคนกลุ่มนี้โดนจับ บริษัทท่องเที่ยวจะถูกปรับ 2,000 เดอร์แฮม (16,600 บาท) ถ้าทำผิดอีก บริษัทจะโดนแบล็คลิสต์ ตอนนี้ ดูไบกำลังกวาดล้างพวกขอทานต่างชาติอย่างเข้มข้น

 

download (3)

 

คงจำกันได้ว่า ในไทยเคยมีนักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน เบนจามิน โฮลส์ต ที่มาขอทานในไทยโดยใช้ความพิการของตัวเองเรียกร้องความสงสาร พร้อมทั้งอ้างว่าเงินและพาสปอร์ตหาย เรื่องราวของเขาถูกแชร์ในโลกออนไลน์ของไทยและทั่วโลก เขาได้รับเงินช่วยเหลือมากมายจากคนไทย แต่ภายหลังพบว่า ชายผู้นี้กำลังดื่มกินและสังสรรค์กับหญิงสาวมากหน้าหลายตาอยู่ที่บาร์แห่งหนึ่งในพัทยา เขาเองก็โพสต์ภาพพวกนี้ในเฟสบุ๊คของเขาเองอย่างสนุกสนาน เขาโดนขับออกจากไทยเพราะใช้วีซ่านักท่องเที่ยวที่ห้ามทำงาน ภายหลังเขาก็ปรากฏตัวในประเทศแถบเอเชียหลายประเทศ รวมทั้ง สิงคโปร์ มาเลเซีย กฎหมายไทยระบุว่า ถ้าจะทำการแสดงหรือโชว์ต้องมีใบอนุญาตด้วย

เมื่อเร็วๆ นี้ YouGov ซึ่งทำงานวิจัยด้านการตลาดของอังกฤษเผยวิจัยว่า คนไทยกว่า 50 เปอร์เซ็นต์มองนักท่องเที่ยวจอมขอนี้ในแง่ดี อาจจะเพราะคนไทยเป็นคนมีเมตตา ชอบให้ทาน

นักวิเคราะห์หลายคนเห็นตรงกันว่า ภูมิภาคเอเชียเป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยวประเภทนี้เพราะค่าครองชีพถูกและคนเป็นมิตร ไม่ชอบการเผชิญหน้าและโต้เถียง

เราคงต้องมาดูกันต่อไปว่า เมื่อนักท่องเที่ยวประเภทนี้ต้องเผชิญกับการกวาดล้างและจับกุมในหลายประเทศ พวกเขาจะยังดำเนินการหาเงินแบบง่ายๆ แบบนี้ต่อไปหรือไม่

download (4)