ภารกิจชุบชีวิต 'มาเรียม' งานท้าทายของทีมสตัฟฟ์

September 12, 2019
by นฤมล ทับปาน, ภาพ : จรูญ ทองนวล, รชานนท์ อินทรักษา

ครั้งแรกของการสตัฟฟ์พะยูน ศาสตร์และศิลป์ที่ทำเพื่อมาเรียม และปลุกจิตสำนึกการอนุรักษ์ทะเลไทย

HIGHLIGHTS

  • หัวใจหลักของกระบวนสตัฟฟ์คือการรักษาหนัง ขจัดไขมันที่ชั้นผิวหนัง เพราะนั่นจะนำไปสู่การเน่าเปื่อย
  • พะยูนเป็นสัตว์ที่สตัฟฟ์ยาก เพราะเขาเป็นสัตว์น้ำและหนังไม่มีขน ซึ่งในประเทศไทยยังไม่มีตัวอย่างสตัฟฟ์พะยูนที่สมบูรณ์แบบ

 

...ภาพจำของพะยูนน้อย เพศเมียวัยราว 4-5 เดือน เกยตื้นที่อ่าวทึง-ปอดะ จังหวัดกระบี่

...ภาพเจ้าหน้าที่กับการอนุบาลพะยูน เพื่อคืนสู่ท้องทะเล ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่า หมู่เกาะลิบง จังหวัดตรัง แหล่งอาศัยของพะยูนมากที่สุดในประเทศไทย

...ภาพพะยูนน้อยหลับปุ๋ยในอ้อมกอดของหมอล็อต หมอสัตว์ป่าผู้ดูแล หรือจะเป็นภาพป้อนนม ป้อนอาหาร ล้วนเป็นภาพน่ารักๆ ขวัญใจชาวเน็ต

ก่อนจะเป็นภาพจำครั้งประวัติการณ์ เมื่อ ‘มาเรียม’ พะยูนน้อยผู้มีความสง่างามแห่งท้องทะเลไทย เกิดอาการช็อก ทีมสัตวแพทย์เข้าช่วยเหลือปั้มหัวใจกว่าครึ่งชั่วโมง แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตมาเรียมไว้ได้ เธอจากไปแล้วอย่างสงบ ในร่างพบถุงพลาสติกหลายชิ้นอุดตันลำไส้จนอักเสบ

และภาพต่อจากนี้ไปอีก 3 เดือน ทุกคนจะได้เห็นมาเรียมอีกครั้ง แม้จะไม่ใช่การกลับมาอย่างมีลมหายใจ แต่การปรากฏตัวครั้งนี้จะสร้างการตระหนักรู้เรื่องพลาสติก และปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ ด้วยวิธีการที่หลายคนคุ้นเคย ‘การสตัฟฟ์’ ทางเลือกในการเก็บรักษาสภาพสัตว์เพื่อใช้ในการศึกษา และอาจรวมถึง...เพื่อความทรงจำดีๆ เช่นในกรณีของมาเรียม

 

เทคนิคกายวิภาคศาสตร์

การสตัฟฟ์สัตว์หรือ Taxidermy เป็นเทคนิคหนึ่งของกายวิภาคศาสตร์เพื่อศึกษารูปร่างของสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ที่ใกล้เต็มทีกับคำว่า ‘สูญพันธุ์’

 

20190903165736167

วัชระ สงวนสมบัติ ผู้อำนวยการกองวัสดุอุเทศธรรมชาติวิทยา (อพวช.) 

“เป็นการรักษาสภาพสัตว์เสมือนจริง ไม่ใช่การดองอย่างที่หลายคนเข้าใจ เราเน้นความสมจริงทั้งขนาด แววตา และท่าทาง เช่น ท่าทางการล่าเหยื่อของเสือที่ดุดัน การตื่นกลัวของกวางผู้ถูกล่า ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้สัตว์ตัวนั้นสื่อสารอะไร” วัชระ สงวนสมบัติ ผู้อำนวยการกองวัสดุอุเทศธรรมชาติวิทยา (อพวช.) ชวนทำความเข้าใจการสตัฟฟ์สัตว์

เขาย้ำเสมอว่าการรักษาสภาพสัตว์ที่ว่าไม่ใช่การดองในขวดโหล ที่มีน้ำสีเหลืองกับร่างสัตว์ไร้ลมหายใจ ทว่าสภาพไม่ต่างจากศพ ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและเป็นพื้นฐานของการเก็บรักษา โดยใช้สารเคมีเป็นตัวช่วย เช่น แอลกอฮอล์ ฟอร์มาลิน แต่ถึงอย่างนั้นการดองก็เป็นอุปสรรคต่อสัตว์ขนาดใหญ่ เพราะไม่สามารถหาภาชนะใส่ได้ ทางออกที่ดีที่สุดจึงเป็นการสตัฟฟ์นั่นเอง

 

20190903165552497

การดองสัตว์เพื่อการศึกษาและวิจัย

หัวใจหลักของกระบวนสตัฟฟ์คือการรักษาหนัง ทำความสะอาดทุกจุดซ่อนเร้น และที่สำคัญคือการขจัดไขมันที่ชั้นผิวหนัง เพราะนั่นจะนำไปสู่การเน่าเปื่อย ยากต่อการรักษาสภาพเดิม รวมทั้งกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ด้วย

 

20190903165552746

หนังสัตว์ที่แช่น้ำยาที่มีความเป็นกรด

ผอ.กองวัสดุฯ บอกว่าต้องเก็บหนังในตู้เย็นอุณหภูมิต่ำที่ -20 องศาเซลเซียส ถ้าไม่มีต้องแช่ในน้ำยาที่มีความเป็นกรด เพื่อลดการเติบโตของจุลินทรีย์ที่จะทำให้หนังเน่าได้ จากนั้นปั้นหุ่นสัตว์ โดยวัดขนาดตัวก่อนถลกหนัง เมื่อให้ได้ขนาดที่เราต้องการแล้ว จึงหล่อพิมพ์ปูนปลาสเตอร์ออกมา ก็จะได้หุ่นภายในไร้หนังหุ้มของสัตว์

ต่อไปคือการฟอกหนัง เพื่อรักษาสภาพหนังให้คงทน ไม่แตกพังง่าย ไม่ถูกแมลงกัดกิน เสร็จสรรพก็นำมาคลุมหุ่นที่ปั้นขึ้น จัดการเย็บด้วยเอ็นหรือด้ายที่มีความเหนียวมาก ซึ่งต้องใช้เทคนิคงานหัตถกรรมกับความปราณีตพอสมควร คอยดูตำแหน่งของลายบนตัวสัตว์ให้พอดีกัน 

“จะเห็นว่าการสตัฟฟ์สัตว์ นอกจากจะเป็นงานวิทยาศาสตร์ด้านกายวิภาคแล้ว ยังผนวกงานศิลปะเข้าไปด้วย นักสตัฟฟ์จึงต้องมีสองสิ่งนี้” 

 

พัฒนาการล้ำนำสมัย 

สำหรับเทคโนโลยีและพัฒนาการของสตัฟฟ์นั้น วัชระเล่าว่าสิ่งที่พัฒนาขึ้นคือวัสดุภายในที่ใช้ทำหุ่น และพวกสารเคมีต่างๆ ที่ใช้ในการรักษาสภาพหนัง ซึ่งการหล่อแบบด้วยปูนปลาสเตอร์เป็นเทคนิคเก่าที่พัฒนาจากดินเหนียว เนื่องด้วยมันหนักเกินไป จึงหันมาใช้ปูนปลาสเตอร์แทน และยังมีวัสดุเบากว่าที่เรียกว่า โพลิยูรีเทน(PU) วัสดุที่ใช้ทดแทนยางธรรมชาติ แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะประยุกต์ใช้ส่วนประกอบเพื่อความคงทนอย่างไรให้สมดุล 

บรรยากาศราวๆ 20 องศาเซลเซียสของห้องเย็นภายในอาคารปฏิบัติการ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ที่เก็บร่างสัตว์กว่า 10 ตัว ทั้งสัตว์บกน้ำ ทั้งหมดผ่านการสตัฟฟ์เรียบร้อย แต่สะดุดตาที่หมีขาวตัวมหึมา ไม่คิดเลยว่าของจริงจะขนาดตัวใหญ่ได้เพียงนี้

 

20190903165736986

ห้องเก็บรักษาสัตว์สตัฟฟ์

“สัตว์มีขนอย่างหมีขาวตัวนี้หลายคนอาจจะคิดว่าสตัฟฟ์ง่าย แต่ในความเป็นจริงแล้วยาก และเสียเวลากับการขจัดไขมันมาก” วัชระเอ่ยขึ้น

ไขมันที่หนาเตอะราว 2-3 นิ้ว ของเจ้าหมีขาวตรงหน้าท้าทายการแก้ปัญหาของทีมสตัฟฟ์อย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้จะผ่านการแช่น้ำยาหลายรอบ แต่ไขมันก็ไม่มีทีท่าว่าจะหลุดออกหมดเสียที วิธีบ้านๆ ที่เข้าใจได้ง่ายๆ อย่างน้ำยาล้างจาน จึงเป็นทางแก้ที่พวกเขานำไปใช้ขัดไขมันส่วนเกินออก จากนั้นแช่น้ำยาใหม่อีกรอบ ทำอย่างนี้สลับกันไปจนกว่าไขมันจะหมด ซึ่งความสนุกมันยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะไขมันที่ออกจากผิวหนังนั้นกลับติดไปทั่วขนยาวๆ คล้ายกับผมคนที่พันกันเป็นสังกะตังแทน พวกเขานั่งคิดกันว่าจะทำอย่างไร สุดท้ายจึงใช้ครีมนวดในการขจัดคราบไขมันที่พันกับเส้นขน โดยแช่ทิ้งไว้จากนั้นก็ช่วยกันแปรงขน และแล้วก็ได้ขนสัตว์ที่นุ่มไม่พันกัน

 

20190903165555107

สตัฟฟ์นก

หากถามว่าสัตว์ชนิดไหนสตัฟฟ์ยากที่สุด ผอ.กองวัสดุฯในฐานะทีมสตัฟฟ์บอกว่า น่าจะเป็นสัตว์ขนาดเล็ก เพราะต้องใช้ความละเอียดสูง สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดเล็กอย่างพวกหนู ก็ยังไม่ถือว่าเกินขีดความสามารถ แต่หากเป็นนกจะพลาดไม่ได้แม้แต่ขนเส้นเดียว เพราะเขาเป็นสัตว์ที่มีตำแหน่งขนที่ชัดเจนและเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ สวยงาม หากผิดตำแหน่งก็จะทำให้หุ่นตัวนั้นบิดเบี้ยวอย่างเห็นได้ชัด เพราะฉะนั้นจะพลาดไม่ได้

 

แผนสตัฟฟ์พะยูนตัวแรก

เมื่อได้รับมอบหมายให้สตัฟฟ์มาเรียม นอกจากการวัดขนาดตัว ถลกหนัง กำจัดไขมัน อีกส่วนสำคัญที่เขาบอกว่าท้าทายความคิดสร้างสรรค์มาก นั่นคือการออกแบบท่าทางให้มาเรียม  ซึ่งสภาพพะยูนน้อยมาเรียมตอนนี้ถูกผ่ามาค่อนข้างเยอะรอยแผลที่ท้องมีพอสมควร ครั้นจะให้นอนหงายแล้วดูดนิ้วจะต้องซ่อนแผลเยอะมาก จึงคิดว่าน่าจะเป็นท่ามาตรฐานอย่างท่าว่ายน้ำ ต้องรอดูว่าทีสตัฟฟ์จะมีวิธีการซ่อนแผลมาเรียมที่กลมกลืนได้หรือไม่

“หลักการที่เราวางแผนคือเบื้องต้นจะหล่อด้วยซิลิโคน ซึ่งจะเก็บรายละเอียดทุกอย่างของมาเรียมไว้ แล้วแบบซิลิโคนนี้สามารถผลิตตัวปลอมของมาเรียมได้อีกจำนวนมาก เพราะเขาเป็นที่ต้องการของหลายหน่วยงาน”

 

20190903165555564

อาคารปฏิบัติการ

วิธีการสตัฟฟ์พะยูน ใช้หลักกการเดียวกันกับการสตัฟฟ์สัตว์ทั่วไป แต่เนื่องจากเป็นสัตว์ลูกด้วยนมที่มีไขมันเยอะ ดังนั้นเมื่อขจัดแล้ว จำเป็นต้องเพิ่มไขมันเทียมแทรกเข้าไป เพื่อคงความชุ่มชื้น โดยอาบหนังด้วยพาราฟิน ที่เป็นส่วนผสมตัวเดียวกับที่ใช้ทาปาก-ผิว เพื่อลดความหยาบกร้าน แต่เพิ่มความชุ่มชื้นเข้าไปแทน

“อันนี้เป็นหลักการคร่าวๆ แต่ตอนทำจริงเราคงจะต้องคิดไปเรื่อยๆ เพราะว่าในทีมก็ยังไม่มีใครเคยทำพะยูนมาก่อน เนื่องจากว่าเป็นตัวอย่างที่หายาก ในประเทศไทยก็มีไม่กี่ตัวที่ทำ ซึ่งก็ยังไม่มีสัตว์ตัวไหนที่มีสภาพคงทน สวยงามนัก”

 

20190903165736505

สัตว์สตัฟฟ์

หากหลังจากการสตัฟฟ์แล้ว มาเรียมรวมถึงสัตว์ตัวอื่นๆ ได้รับการดูแลอย่างดีประหนึ่งไข่ในหิน พวกเขาจะสามารถอยู่ได้เป็นร้อยปี การดูแลหลังจากนี้จึงสำคัญไม่น้อยไปกว่าการทำให้สัตว์เสมือนจริงมากที่สุด โดยเทียบเคียงจากงานสตัฟฟ์ในต่างประเทศด้วย ซึ่งศัตรูตัวฉกาจของร่างสัตว์คือเหล่าแมลงที่จ้องกัดกิน เพราะมันยังมีส่วนเนื้อแขนขาและไขมันที่กินได้ หากกำจัดพวกนี้ได้จะช่วยยืดอายุ ไม่เพียงเท่านี้ยังมีหนูกับแมลงสาบ วนเวียนสร้างหายนะอยู่เนืองๆ เพียงแค่หนูมาลับฟันแทะๆ ที่ตัวหุ่น ก็สร้างความเสียหายขึ้นแล้ว และความชื้นก็มีส่วนในการเสื่อมสภาพของหนังสัตว์ เพราะจะทำให้เกิดเชื้อราตามมาทำลายผิวหนังในที่สุด ซึ่งสัตว์ไม่มีขนอย่างมาเรียมก็อาจจะทำให้เกิดรอยด่างของผิวหนังได้

ทีมสตัฟฟ์บอกว่าไม่ว่าจะกระบวนการไหนล้วนมีความยากในระดับที่ต่างกันไป ต้นทางก็ยาก ระหว่างทางก็ยาก และปลายทางในการดูแลก็เช่นกัน ถามว่าการสตัฟฟ์สัตว์นั้นสนุกอย่างไร สนุกในขั้นตอนไหนทีมสตัฟฟ์คงเป็นต้นทางในการเริ่มลงมือทำ เพราะต้องมานั่งออกแบบก่อนว่าจะทำให้ออกมาในทิศทางไหน ซึ่งจะรู้สึกดีและภูมิใจมากที่มันออกมาอย่างที่คิดไว้

 

20190903165553923

ขั้นตอนการหุ้มหนัง

การสตัฟฟ์พะยูนน้อยมาเรียมนับว่าเป็นเป้าสายตาของคนทั้งประเทศ เพราะนอกจากจะเป็นสัตว์ที่เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯทรงอุปถัมภ์และเป็นสัตว์สงวนแล้ว จากการรีเสิร์ชข้อมูลของทีมสตัฟฟ์พบว่า พะยูนเป็นสัตว์ที่สตัฟฟ์ยากอีกกลุ่มหนึ่ง เพราะเขาเป็นสัตว์น้ำและหนังไม่มีขนจึงดูแห้งกร้านเมื่ออยู่บนบก ซึ่งในประเทศไทยยังไม่มีตัวอย่างสตัฟฟ์พะยูนที่สมบูรณ์แบบ และมีตัวอย่างที่เก็บเพื่อการศึกษาทรัพยากรสัตว์น้อยมาก

 

มาเรียมตัวแทนที่น่า(รักษ์)

จากพะยูนขวัญใจคนไทย มาเรียมได้กลายเป็นสัญลักษณ์ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สะท้อนสภาพปัญหาการขยะพลาสติกในทะเลที่น่าเป็นห่วง 

“ส่วนหนึ่งของงานสตัฟฟ์สัตว์ที่ทางอพวช.ต้องการคือ อยากให้เห็นถึงความสำคัญในการเก็บรักษาทรัพยากรสัตว์ดีกว่าปล่อยทิ้งอย่างไร้ประโยชน์ ทำลายซากทิ้ง หรือว่าดองไว้ไม่น่ามอง และที่แย่ไปกว่านั้นคือการไม่คิดที่จะเก็บเลยด้วยซ้ำ ซึ่งการจะทำให้สัญลักษณ์นั้นๆ คงทนถาวรต้องใช้เทคนิคและวิธีการสตัฟฟ์สัตว์เป็นตัวช่วยสำคัญ”

 ถ้าเราลองไปสำรวจพิพิธภัณฑ์หรือว่าหน่วยงานที่ต้องดูแลรักษาทรัพยากรสัตว์ จะเห็นว่ายังขาดสิ่งเหล่านี้ ทั้งๆ ที่มีสัตว์สำคัญๆ ตายลงเรื่อยๆ มีสัตว์ที่จำเป็นต่อการศึกษาวิจัยตายลงเรื่อยๆ โดยที่เราไม่มีวิธีเก็บ ไม่มีกระทั่งที่เก็บ ดังนั้นเราจะเลือกวิธีการที่ง่ายที่สุด นั่นก็คือการกำจัดซากทิ้ง ด้วยเรื่องของกฎหมายในการครอบครองตัวอย่างสัตว์สงวน มาเรียมจึงเป็นสิ่งที่ทีมสตัฟฟ์ตั้งใจมาก เพราะพวกเขารู้ดีว่าไม่มีอะไรที่จะสื่อสารหรือสร้างการตระหนักได้ดีเท่ากับของจริง ถามว่าถ้ามาเรียมไม่ได้อยู่ในกระบวนการสตัฟฟ์เขาจะเป็นอย่างไร ซึ่งอาจจะถูกทำลายไปแล้วก็ได้ เขาจะอยู่เพียงในความทรงจำและความทรงจำเหล่านี้บางทีก็ต้องการของจริง เพื่อตอกย้ำภาพนั้น

 

20190903165735702

 

หลังจากนี้อีกประมาณ 3 เดือนเราจะได้เห็นการกลับมาของมาเรียมพะยูนน้อยในพิพิธภัณฑ์ไหนสักแห่งในประเทศไทย ซึ่งทีมสตัฟฟ์แง้มว่าได้สั่งทำดวงตามาเรียมจากต่างประเทศ เพราะนั้นเป็นหน้าต่างของดวงใจที่จะสื่อสารความสมจริงได้อย่างแยบยล โดยตอนนี้ มาเรียมยังอยู่ในขั้นตอนการวัดตัวเพื่อทำหุ่น

“นอกจากงานสตัฟฟ์สัตว์จะใช้ประโยชน์ทางด้านการศึกษาวิจัยได้แล้ว วัตถุประสงค์หลักจริงๆ คือเราจะสร้างจิตสำนึก สร้างแรงบัลดาลใจ สร้างความประทับใจกับสิ่งมีชีวิตชนิดนั้น และให้ความสำคัญกับความเหมือนจริง”

มาเรียมจะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่แสดงศักยภาพของหน่วยงานและการช่วยรักษาทรัพยากรสำคัญๆ ที่ยังเหลืออยู่ เพราะตอนนี้มาเรียมกลายเป็นสตอรี่หนึ่งของงานอนุรักษ์ในประเทศไทยไปแล้ว