‘บางุน’ ขุมทรัพย์ขยะบนเกาะชวา

September 5, 2019
by  ภานุพงศ์ วัฒนเสรีกุล (ภาพ : เอเอฟพี)

หมู่บ้านเล็กๆ ในอินโดนีเซีย นำขยะมาสร้างมูลค่าได้ดีทีเดียว

HIGHLIGHTS

  • ขยะเหล่านี้อาจสร้างรายได้ให้เธอเพียงวันละ 2-3 ดอลลาร์ แต่บางครั้งก็พบของมีค่าซ่อนอยู่ในกองขยะเหมือนกัน อย่างเงินตราต่างประเทศที่มีรอยตำหนิ เช่น ธนบัตรดอลลาร์ ยูโร และปอนด์
  • ปัจจุบัน อินโดนีเซียถือเป็นผู้สร้างขยะทะเลรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก เป็นรองเพียงจีนเท่านั้น และรัฐบาลจาการ์ตาเองก็ให้คำมั่นว่าจะลดขยะพลาสติกในแหล่งน้ำประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2568

 

ในขณะที่รัฐบาลทั่วโลกกำลังหาวิธีการรับมือหายนะจากขยะพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง แต่สำหรับชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่งบนเกาะชวาของอินโดนีเซีย ขยะเหล่านี้เปรียบเสมือน“ขุมทรัพย์อันล้ำค่า”

เคมัน หนึ่งในชาวบ้านหลายคนในหมู่บ้านบางุน ที่หาเลี้ยงชีพด้วยการตรากตรำตากแดดเก็บขยะพลาสติกจากแหล่งทิ้งขยะในท้องถิ่นไปขาย รายได้ส่วนนี้ทำให้เขาสามารถส่งเสียค่าเล่าเรียนของลูก ๆ ได้

“ผมมีลูก 3 คน ทุกคนเรียนระดับมหาวิทยาลัยแล้ว” ชายวัย 52 ปีเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีอย่างภาคภูมิใจขณะยืนบนกองขยะสูงระดับข้อเท้า 

“ทั้งหมดนี้เป็นไปได้ เพราะอาชีพเก็บขยะไปขายที่ผมทุ่มเทอย่างหนัก”

ประมาณ 2 ใน 3 ของผู้อยู่อาศัยในหมู่บ้านบางุนเลี้ยงชีพด้วยการคุ้ยขยะพลาสติก เช่น ขวด ฉลาก และถ้วย เพื่อนำไปขายให้กับบริษัทท้องถิ่น และหลังจากจีนสั่งห้ามนำเข้าขยะจากต่างประเทศเมื่อต้นปี กองขยะในพื้นที่แห่งนี้ก็เพิ่มมากขึ้น

บางุนเป็นหนึ่งในชุมชนยากจนหลายแห่งบนเกาะชวาที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในอินโดนีเซีย ผู้อยู่อาศัยในหมู่บ้านแห่งนี้ ยังชีพจากการขุดหาขยะ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากชาติตะวันตก รวมถึงสหรัฐ อังกฤษ และเบลเยียม เช่นเดียวกับตะวันออกกลาง

การตัดสินใจของจีน อดีตยักษ์ใหญ่ด้านการรีไซเคิลระดับโลก ที่ห้ามนำเข้าขยะจากต่างแดน ส่งผลให้อุตสาหกรรมรีไซเคิลเกิดความปั่นป่วนไปด้วย และกลายเป็นว่าขยะปริมาณมหาศาลก็ไหลทะลักสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้แทน

ข้อมูลจากกลุ่มรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม “กรีนพีซ” ระบุว่า การนำเข้าขยะพลาสติกของอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากหลัก 10,000 ตันต่อเดือนในช่วงปลายปี 2560 มาอยู่ที่ 35,000 ตันต่อเดือนเมื่อปลายปีที่แล้ว

แต่ตัวเลขดังกล่าว ก็เป็นสัญญาณเตือนว่า ความรุ่งเรืองของการนำเข้าขยะพลาสติกนี้ ย่อมมาพร้อมกับ“ต้นทุน” ด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน มูฮาร์รัม อาธา รัสยาดี นักรณรงค์ด้านพลาสติกของกรีนพีซ อินโดนีเซีย เผยว่า สถานการณ์นี้ยิ่งเลวร้ายกว่าเดิมนับตั้งแต่รัฐบาลจีนสั่งห้ามนำเข้าขยะ

 

ขยะไร้ค่าแต่กำไรงาม

ในแต่ละวันมีรถบรรทุกขยะมากถึง 40 คันเข้าออกหมู่บ้านบางุนเพื่อนำขยะไปเทรวมกันบริเวณนอกทุ่งขนาดใหญ่นอกบ้านเรือน ซึ่งกลายเป็นกองภูเขาขยะ บางครั้งสูงเท่ากับหลังคาบ้าน

บรรดานักกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมเผยว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีโรงงานกระดาษเพียงไม่กี่แห่งที่รับซื้อขยะ ซึ่งมักมีการผสมขยะกระดาษที่นำเข้ามาอย่างถูกกฎหมายด้วยจากหมู่บ้านแห่งนี้

ชาวบ้านที่นี่มีวิธีการหาขยะแตกต่างกันไป บางคนใช้มือเปล่า บางคนใช้เครื่องมือ เช่น คราดและพลั่ว และบ่อยครั้งที่สวมเครื่องป้องกันเท่าที่พอหาได้อย่างหน้ากากผ้าถูก ๆ

ปูมิสนา ชาวบ้านอีกคนซึ่งนั่งอยู่ท่ามกลางขยะกองพะเนิน ใช้มือเปล่าคุ้ยขยะตรงหน้าเธอและทำการแยกประเภทขยะอย่างอะลูมิเนียม ขวดและถ้วยพลาสติก ออกจากกัน

ขยะเหล่านี้อาจสร้างรายได้ให้เธอเพียงวันละ 2-3 ดอลลาร์ แต่บางครั้งก็พบของมีค่าซ่อนอยู่ในกองขยะเหมือนกัน อย่างเงินตราต่างประเทศที่มีรอยตำหนิ เช่น ธนบัตรดอลลาร์ ยูโร และปอนด์

“ฉันกำลังหาเงินไว้สำหรับซื้อของ จ่ายค่าเทอมและค่าอาหารให้ลูก ๆ” หญิงวัย 35 ปี เผยขณะเลือกขยะพลาสติกใส่ในตู้คอนเทนเนอร์ 3 ตู้

แม้หลายฝ่ายเป็นกังวลว่า การเก็บขยะปริมาณมหาศาลจะสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมของชุมชน หรือทำให้สุขภาพชาวบ้านเสี่ยงอันตราย แต่เอ็ม อิคซาน ผู้นำหมู่บ้านบางุน ปฏิเสธข้อกังวลนี้ และบอกว่า ขยะที่รีไซเคิลไม่ได้จะถูกขายให้กับโรงงานเต้าหู้ที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งจะนำขยะเหล่านี้ไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในเตาเผา

“ขยะพวกนี้ทำกำไรอย่างมากให้กับบรรดาลูกบ้านของผม และยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วย” อิคซานระบุ

 

พลิกวิกฤติเป็นโอกาส

บรรดานักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเห็นต่างกับเรื่องนี้ โดยบอกว่า ขยะพลาสติกที่รีไซเคิลไม่ได้มักถูกเผาในเวลากลางคืน สร้างควันพิษกระจายไปทั่วชุมชน ขณะที่ไมโครพลาสติกหรือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เล็ดลอดลงสู่แหล่งน้ำต่าง ๆ ในท้องถิ่น

ปัจจุบัน อินโดนีเซียถือเป็นผู้สร้างขยะทะเลรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก เป็นรองเพียงจีนเท่านั้น และรัฐบาลจาการ์ตาเองก็ให้คำมั่นว่าจะลดขยะพลาสติกในแหล่งน้ำประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2568

“ปัญหานี้ให้บทเรียนราคาแพงกับเรา ทั้งสำหรับสุขภาพและคนรุ่นลูกหลานของเรา ในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม” ปริกี อาริซันดี นักสิ่งแวดล้อมเจ้าของรางวัลโกลด์แมน ไพรซ์จากกลุ่มเอ็นจีโอ “อีโคตัน” กล่าว 

“ไม่ใช่แค่หมู่บ้านบางุนเท่านั้น เรายังมีอีก 5 หมู่บ้านในจ.ชวาตะวันออก ที่ถูกใช้เป็นแหล่งทิ้งขยะ”

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลอินโดนีเซียได้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังการนำเข้าขยะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามออกจากภาพลักษณ์ที่เป็นแหล่งทิ้งขยะสำหรับต่างชาติ โดยมีการส่งตู้คอนเทนเนอร์บรรจุขยะของใช้ภายในบ้าน ขยะพลาสติก และวัตถุอันตรายที่ละเมิดกฎการนำเข้า กลับไปยังประเทศต้นทาง เช่น ฝรั่งเศส ฮ่องกง ออสเตรเลีย และสหรัฐ

ขณะเดียวกัน พื้นที่อื่น ๆ ของอินโดนีเซียก็เริ่มใส่ใจปัญหาขยะพลาสติกกันมากขึ้น

ในเมืองสุราบายา เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ รณรงค์ให้ผู้โดยสารรถบัสประจำทางท้องถิ่น สามารถนำขยะพลาสติกที่รีไซเคิลได้มาแลกตั๋วโดยสารฟรี ขณะที่เกาะบาหลี แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ออกกฎแบนพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งในพื้นที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของชาวบ้านในหมู่บ้านบางุนกลับเห็นตรงกันข้าม...

“สำหรับที่นี่ ขยะเป็นเหมือนกับขุมทรัพย์” เคมันเผย “ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะหลังจากเรานำขยะไปตากแดดตอนเช้าและแยกประเภทแล้ว มันก็จะถูกแปลงเป็นเงินในตอนเย็นไงครับ”

.............................

ทีี่มา : เอเอฟพี