คนมันส์พันธุ์การ์ตูน

August 29, 2019
by นฤมล ทับปาน

ความในใจของนักเขียนการ์ตูนไทยที่ยังฝันถึงอนาคตอันสดใสของงานศิลปะที่ช่วยคืนความสุขให้สังคม

 

ประโยคที่ว่า ‘นักเขียนไส้แห้ง’ ยังคงใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย แม้กระทั่งในวงการการ์ตูนไทย ที่เคยรุ่งเรืองขีดสุดในยุคการ์ตูนเล่มละบาท ขายหัวเราะ-มหาสนุก ที่สร้างสีสันให้กับสังคมได้ไม่น้อย เพราะไม่ว่าปัจจุบันคุณจะเป็นแฟนวันพีช มาเวล หรือโคนัน ก็คงต้องผ่านตา ได้ยินแว่วๆ ผ่านหูกันบ้าง หรือจะเรียกว่าเติบโตมาในยุคที่การ์ตูนเหล่านี้เฟื่องฟูก็ว่าได้

สัมผัสแรกที่มือกับกระดาษสีนวลๆ สบายตาได้ต้องกัน สายตาไล่อ่านเนื้อเรื่องและภาพวาดในมือทีละหน้าๆ เราเริ่มอมยิ้มทีละนิด เริ่มขมวดคิ้วทีละหน่อย เริ่มมีน้ำซึมๆ ไหลออกตา พลิกอ่านไปมาจนจบเล่ม มันเป็นความรู้สึกของการอ่านการ์ตูนเล่ม ซึ่งปัจจุบันต้องยอมรับว่าพื้นที่นี้เริ่มลดลง แทนที่ด้วยแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่ช่วยให้การอ่านการ์ตูนของคุณง่ายเพียงปลายนิ้วคลิก ไม่ว่าจะเป็นเว็บคอมมิคหรือ LINE WEBTOON ซึ่งในอนาคต ช่องทางนี้นอกจากจะเป็นทางรอดแล้ว ยังอาจจะเป็นทางเลือกที่เปิดโอกาสให้นักเขียนการ์ตูนไทยได้สร้างชื่อเสียงในระดับสากล

 

ยุคทองการ์ตูนไทย

เพียงพิชญ์ ศาสตร์ศศิ หรือ มน เจ้าของนามปากกา ‘VICMON’ นักเขียนการ์ตูนที่มีผลงานภาพวาดปกนิยายแจ่มใสกว่า 300 เล่ม และผลงานรวมเล่มจากเว็บคอมมิค อย่างเรื่องสั้นที่ชื่อว่า RESTART สนพ.เนชั่น ลายเส้นสไตล์มังงะญี่ปุ่นปนกลิ่นอายความเป็นแฟชั่นนิดๆ พูดถึงยุคทองของการ์ตูนไทยไว้ในงาน ‘อวดของ : การจัดการสารสนเทศด้านศิลปวัฒนธรรม’ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศิลปากร หัวข้อ การ์ตูนไทยก้าวหน้า 

"ย้อนกลับไปสัก 20 กว่าปีได้ ที่การ์ตูนญี่ปุ่นเฟื่องฟูในบ้านเราขีดสุด พวกคอมมิคต่างๆ ตอนเด็กๆ เรามักจะอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นเป็นเล่มๆ กัน มีภาคต่อหลายต่อหลายภาค ผิดกับยุคก่อนหน้าที่เราจะหาอ่านการ์ตูนได้ตามคอลัมน์หนึ่งของนิตยสารและหนังสือพิมพ์ หรือการ์ตูนผีเล่มละบาทที่ฮิตมากในช่วงนั้น ซึ่งในความคิดของนักเขียนการ์ตูนเองมองว่า ที่การ์ตูนเริ่มหายไปอาจเป็นเพราะวิกฤตของหนังสือเล่มด้วย"

 

รูปลีด - บ้านการ์ตูนไทย

 

ความเป็นไทยในการ์ตูน

ธนิสร์ วีระศักดิ์วงศ์ หรือ ภูมิ เจ้าของนามปากกา ‘สะอาด’ นักเขียนการ์ตูนแนวปรัชญา สังคม การเมือง รวมถึงเรื่องไร้สาระที่น่าสนใจ เล่าว่า มีหนังสือวิชาการเล่มหนึ่งที่พยายามจะนิยามว่า อะไรที่เป็นไทยบ้าง โดยแบ่งประเภทของไทยที่เขาคิดว่าไทย แบบแรกคือไทยในรูปแบบของวัด ศิลปะ และจิตรกรรมฝาพนัง เป็นภาพจำของคนในสังคม เมื่อเราเสิร์ชคำว่า 'ไทย' ในกูเกิล สิ่งเหล่านี้ก็จะปรากฎมาเป็นอันดับต้นๆ ต่อมาเป็นยุคที่ไทยในเชิงชีวิตชนบทและวัฒนธรรม ซึ่งก็จะเริ่มจากอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ที่พรีเซนต์ความเป็นไทยในเชิงเด็กขี่ควาย แล้วมันก็ค่อยๆ ต่อยอดไปสู่ภาพวันสงกรานต์ การเข้าวัดทำบุญต่างๆ ภาพช้างเล่นน้ำที่จะสะท้อนถึงความเป็นไทยมากขึ้นในมุมมองของต่างชาติ ความเป็นไทยที่เชื่อมไปกับโลกาภิวัตน์ ซึ่งเป็นประสบการณ์ใหม่ที่พวกเขาไม่เคยเจอ คนไทยเลยพยายามพรีเซนต์ส่วนนี้ เพื่อให้ต่างชาติมาเที่ยวมากขึ้น

ส่วนความเป็นไทยที่สามมาจากหนังสือวลีไทยของฝรั่งคนหนึ่งที่เขาถ่ายทอดองค์ประกอบที่รู้สึกว่าสิ่งนี้คือไทยแลนด์โอนลี่ เช่น ภาพสายไฟฟ้าที่พันกันยาวเป็นโยชน์ รถตุ๊กตุ๊ก เสื้อวินมอเตอร์ไซค์ ถุงหูหิ้วที่ใส่น้ำพร้อมหลอดดูด ซึ่งนี่มันคือความเป็นไทยในชีวิตประจำวัน ซึ่งความเป็นไทยในงานการ์ตูนนั้นขึ้นอยู่กับรูปแบบด้วย อย่างญี่ปุ่นเขาก็จะมีความบ้องแบ๊ว จมูกเล็ก ตาโต และในหนังสือวลีที่พูดถึงตอนต้นนั้น เขารวมหนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาทไว้ในความเป็นไทยด้วย เพราะเขาสนใจ มันเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับเขา และให้นิยามว่านี่คือสิ่งหนึ่งที่สะท้อนความเป็นไทย แต่กลับเป็นสิ่งที่ไม่ได้ถูกนำเสนอโดยกระทรวงวัฒนธรรม

 

1

 

เมื่อพูดว่าอะไรคือความเป็นไทยไม่เป็นไทย มันจะเป็นด้านกลับของกันและกัน เพราะการจะนิยามว่าอะไรไม่เป็นชาติ ต้องนิยามให้ได้ก่อนว่าอะไรเป็นชาติ

“ผมก็เคยเสนอไปว่าถึงที่สุดแล้วการ์ตูนไทยเราจะมีศักยภาพที่จะก้าวไปขั้นนิยามได้ว่าการ์ตูนแบบไหนที่จะพรีเซนต์ความเป็นชาติได้ เช่นเดียวกับตัวแทนทีมชาติในการแข่งกีฬา ถ้าเราสามารถพรีเซนต์การ์ตูนผีเล่มละบาทสู่อุตสาหกรรมการ์ตูนทั่วโลกได้ ขายต่างชาติได้ ก็จะถือว่าเรานิยามได้แล้วว่าอะไรคือการ์ตูนไทย”

ข้อเสนอที่สะอาดพยายามสื่อสารนั้น คือความเป็นชาติในงานศิลปะมันจะมากับระบบอุตสาหกรรมที่ประสบความสำเร็จแล้ว เพราะการ์ตูนญี่ปุ่นหลากหลายก็จริง แต่ว่าแนวทางและรูปแบบที่ประสบความสำเร็จที่สุดก็คือ การขายกับเหล่าโอตะคุ หรือการ์ตูนฝั่งอเมริกาก็จะเป็นตัวแทนของซุปเปอร์ฮีโร่

“เราต้องมาคุยกันในอุตสาหกรรมการ์ตูนหรือภาครัฐว่าพร้อมที่จะสนับสนุนลายเส้นแบบนี้ เพื่อจะพรีเซนต์ต่อสากลหรือไม่ ซึ่งนี่ก็เป็นความพยายามของเหล่าแอนิเมชั่น ที่เขาพยายามจะพรีเซนคอนเทนท์ในแบบเอเชีย เพราะเขาต้องการไปขายนายทุนต่างชาติ เนื่องด้วยบ้านเราไม่มีทุนพอที่จะผลิตแอนิเมชั่น แต่ความเป็นไทยที่ต่างชาติสนใจ อาจจะไม่ได้ตรงกับความสนใจของคนไทยด้วยกันเอง เช่น แอนิเมชั่นรามเกียรติ์ เราจะไม่อินเท่าดูแอนิเมชั่นทอยสตอรี่” สะอาด กล่าว

 ท้ายที่สุดแล้ว คนอ่านอาจไม่ยึดติดว่าต้องอ่านการ์ตูนชาติไหน แต่สิ่งที่สำคัญคือ การ์ตูนเรื่องนั้นทำให้เขาตกหลุมรักตั้งแต่ปกแรกได้หรือไม่ นั้นคือการดึงดูดผู้อ่านด้วยวิธีโรแมนติกฉบับรักแรกพบ และเมื่อเปิดอ่านแล้ว เราสร้างจินตนาการให้เขาอินไปกับเรื่องนั้นได้มากน้อยแค่ไหน

 

นิทรรศการ.                                            นิทรรศการผลงานของนักเขียนการ์ตูนไทย ที่หอศิลป์

 

สื่อสารเพื่อสร้างสรรค์

“งานถ้ามันไม่ดีไม่ต้องทำ เสียเวลาว่าง เสียเวลาคนอ่าน” คำพูดหนึ่งในบทความการเป็นผู้เขียน ของ โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ ที่ทำให้เจ้าของนามปากกา VICMON ตั้งคำถามกับตัวเองว่า งานของเธอกำลังสร้างสารพิษกับสังคมหรือเปล่า

“ด้วยงานของเราตอนนี้ต้องอัพการ์ตูนทุกอาทิตย์ ยอมรับเลยว่าบางตอนที่เขียนไปมันยังไม่สนุกเท่าที่เราต้องการด้วยซ้ำ แต่เพราะมันต้องส่งแล้ว เราก็เลยรู้สึกเหมือนกันว่าเรากำลังสร้างขยะให้กับสังคมหรือเปล่า พอเราคิดได้ก็หยุดงานไปเลย 2 อาทิตย์ เพื่อรื้อโครงเรื่องใหม่ทั้งหมด เพราะรู้สึกว่างานยังไม่ดีพอ”

ในส่วนของสะอาดเขาพูดในมุมของการสร้างสรรค์ผลงานการ์ตูนภายใต้ความเป็นสื่ออย่างน่าสนใจ ด้วยความที่เขาเรียนด้านนี้มาทุกครั้งที่จะเขียนงานจึงคิดเสมอว่าสิ่งที่เขียนไปจะส่งผลกระทบอะไรกับสังคมบ้าง แต่ถ้าถามว่างานโดนด่าเยอะไหม ตอบได้เลยว่ามาก เพราะมันเป็นงานที่ให้อารมณ์ประท้วง มีการแสดงความคิดเห็นในแง่ลบกับนโยบายรัฐ ซึ่งไม่ว่าจะพูดในรูปแบบไหนย่อมมีฟีดแบคในแง่ลบอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองทำพลาดมาก คือการ์ตูนสารคดีเกี่ยวกับการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน

“ผมพูดในแง่ของคนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างเดียว ซึ่งเป็นปัญหาคลาสสิคระหว่างรัฐกับชุมชน แต่ผมไม่ได้ใส่อีกด้านที่บอกถึงข้อดีของถ่านหิน การ์ตูนจึงชัดเจนว่าผมเข้าข้างชุมชนโดยที่ไม่ได้ฟังความเห็นของรัฐมากพอ เพราะผมมองว่าถ่านหินเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่คนทั่วโลกเขาพยายามแบนมัน แต่ผมโดนกระแสตีกลับหนักมาก เขาอยากให้ผมเขียนขึ้นมาอีกเรื่องหนึ่งว่ามันมีข้อดีอย่างไร ซึ่งผมก็เข้าใจนะว่าในแง่ของสื่อเราต้องให้พื้นที่ต่อรองที่เท่าเทียมกว่านี้ ไม่ใช่ว่าจะไปด่าอะไรเขาก็ได้”

 

บนเวทีเสวนา

 

ไตรภัค สุภวัฒนา หรือ หมู นามปากกา PUCK นักเขียนการ์ตูนผู้สนใจประเด็นเรื่องเพศในสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรักในวัยเรียนหรือการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร โดยงานของเขามักพูดในแง่ของการประชดประชัด เสียดสีต่างๆ ซึ่งเขาเองบอกว่าอาจจะมือหนักไปหน่อย มันเลยออกมาเป็นภาพที่ค่อนข้างสื่ออย่างตรงไปตรงมา ครั้งหนึ่งเขาเอาลายการ์ตูนที่ค่อนข้างสื่อถึงเรื่องเพศไปทำเป็นเสื้อยืดขายในงานๆ หนึ่ง มีคุณแม่คนหนึ่งเขามองมาแต่ไกลด้วยสายตาสงสัยปนอาฆาต ก่อนที่จะพูดว่าลายเสื้อนั้นรุนแรงมาก ทำไมถึงทำลายแบบนี้ออกมา เขาหน้าชาไปพักหนึ่ง แล้วค่อยๆ อธิบายให้คุณแม่คนนั้นฟังว่ามีความเป็นมาอย่างไร

 “ทุกครั้งที่ผมทำงานจะมีเหตุผลรองรับงานของผมเสมอ มันไม่ใช่การระบายอารมณ์เพื่อความสะใจ ไม่ใช่การเสียดสีเพื่อความสนุกสนาน แต่มันจะมีบทความรองรับภาพนั้นๆ สุดท้ายมันก็คืองานศิลปะชิ้นหนึ่งศิลปะมันไม่ต้องเล่าด้านสวยงามก็ได้บางอย่างเราเรียนรู้จากความเจ็บปวด จากรอยแผล ซึ่งคนที่เล่าศิลปะในด้านที่สวยงามมีเยอะแล้ว ผมอยากจะเป็นคนหนึ่งที่ตีแผ่ด้านร้ายๆ เพื่อจะได้เกิดความหลากหลายในสังคม”

 

ความอึดอัดของคนวงใน

คำถามที่เหล่านักเขียนการ์ตูนเจอบ่อยๆ คงหนีไม่พ้นว่า "อยู่ได้ไหม" เช่นเดียวกับ มุนินทร์ สายประสาท หรือ เมษ์ นักเขียนการ์ตูนสาวมินิมอลลายเส้นน่ารัก เนื้อหาฟีลกู๊ดแต่ลึกซึ้งในทุกความสัมพันธ์ เจ้าของนามปากกา ‘มุนินฺ’ เธอมองว่าการทำงานคนเดียวสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยในด้านศิลปวัฒนธรรมยังไม่พร้อมและไม่ตอบโจทย์ตลาดอย่างประเทศญี่ปุ่น เกาหลี อเมริกา ไม่ได้มีทีมการผลิตที่สอดรับกับค่าตอบแทน ตรงนี้เลยเป็นคำถามเหมือนกันว่าการที่เราอยากทำให้เป็นเหมือนประเทศญี่ปุ่น แต่ศักยภาพเราเพียงพอแล้วหรือยัง นักเขียนไทยทำการ์ตูนออกมาปีละไม่กี่เล่ม ไม่เพียงพอต่อความต้องการของคนอ่าน ซึ่งเรากำลังพยายามคิดกันอยู่ว่าจะทำอย่างไรให้ผลิตการ์ตูนได้มากกว่านี้

 

ทิศทางสู่อนาคตอันสดใส

“มีการ์ตูนเล่มนึงที่เราส่งไปประกวดในต่างประเทศได้เหรียญทองแดง ซึ่งเป็นเล่มที่ไม่มีตัวหนังสือ เป็นแนวหนังสือเงียบที่เราทดลองทำ ชื่อเรื่องว่าประโยคสัญลักษณ์ ไม่ว่าจะชาติไหนก็เข้าใจได้โดยที่ไม่ต้องอ่านตัวหนังสือ เราไม่ได้ใส่องค์ประกอบหรือฉากเข้าไปมากนัก มันจึงเกิดการสื่อสารขึ้นระหว่างเรื่องกับภาพ สัมผัสที่ตัวละครสื่อถึงกัน” มุนินฺ แสดงความเห็น

นอกจากนี้หนังสือเล่มยังสามารถต่อยอดเป็นสติ๊กเกอร์ไลน์ได้ด้วย ซึ่งเธอบอกว่างานหลักๆ ที่ทำก็คือสติ๊กเกอร์ไลน์ บอกเลยว่าเป็นรายได้ที่ถือว่าดีทีเดียว

 

การ์ตูนมุนินฺ                                            ที่มา  Facebook  : cartoonmunin

นักเขียนการ์ตูนหนุ่มนามปากกา สะอาด มองว่าโอกาสมีมากขึ้นด้วยปัจจัย 2 อย่าง คือ อินเตอร์เน็ต การสร้างงานในโลกออนไลน์เปิดกว้างมาก มีโอกาสมากที่สำนักพิมพ์ในต่างประเทศจะเห็นผลงานของเรา และอีกหนึ่งปัจจัยคือ พื้นที่ วัฒนธรรม รวมถึงวิถีชีวิตของเรา เป็นสิ่งที่ฝั่งตะวันตกให้ความสนใจ ซึ่งก็จะมีสำนักพิมพ์ฝรั่งเศสเขาพยายามเปิดโอกาสซื้อลิขสิทธิ์งานหนังสือของนักเขียนการ์ตูนไทยไปแปล และพยายามจะเปิดรับอาชีพนี้อยู่เรื่อยๆ

ส่วนตัวเขามองว่ามันจะต้องมีคอนเทนต์จำนวนมหาศาลที่พรีเซนต์ความเป็นตัวเรามากพอ และเข้าถึงตลาดคนต่างชาติจนถึงขั้นที่เขาจะมาเที่ยวประเทศไทย มาดูเสาไฟฟ้าหน่อยว่าเหมือนในการ์ตูนไหม อยากมาลองกินผัดกะเพราหน่อยว่ามันจะอร่อยเหมือนที่ในการ์ตูนเขียนหรือเปล่า ซึ่งตรงนี้จะต้องมีการทำงานร่วมกันมากขึ้นของหลายๆ ส่วนที่เกี่ยวข้อง ต้องมีการวางแผน มีกระบวนการที่ชัดเจน

ทางออกบนเส้นทางสายการ์ตูนไทยท่ามกลางวิกฤติหนังสือเล่มจึงยังมองเห็นความเป็นไปได้อยู่ในแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่จะต่อยอดให้นักอ่านอยากเก็บการ์ตูนเล่มเป็นของสะสม