ปั้น ‘ธรรมนูญสุขภาพ’ ช่วยลดขยะอ่าวนาง

August 15, 2019

ชาวอ่าวนาง จังหวัดกระบี่ เอือมระอาปัญหาขยะมูลฝอยเกลื่อนเมือง จึงสร้าง “ธรรมนูญสุขภาพ” หวังใช้เป็นเครื่องมือสร้างกติกาหนุนเสริมการทำงานของท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร  “ธรรมนูญเขยื้อนขยะ สร้างสุขภาวะคนอ่าวนาง” ณ ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ เพื่อติดตามดอกผลจากการใช้เครื่องมือธรรมนูญสุขภาพระดับตำบลหนุนเสริมการทำงานขององค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง (อบต.อ่าวนาง) ในการจัดการปัญหาขยะมูลฝอยในพื้นที่ท่องเที่ยวชื่อดัง    

 อรพรรณ ศรีสุขวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ระบุว่า ปัญหาขยะในตำบลอ่าวนางซึ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวชื่อดัง ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอีกด้วย ทำให้ชุมชนท้องถิ่นลุกขึ้นมาหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกันด้วยจิตสาธารณะ และนำเครื่องมือสร้างการมีส่วนร่วมอย่าง “ธรรมนูญสุขภาพ” เข้ามาใช้จนประสบผลสำเร็จ

 อรพรรณ บอกว่า แม้ที่ผ่านมาทาง อบต.อ่าวนาง จะใช้ทุกวิถีทางในการแก้ไขปัญหา ทั้งการออกเทศบัญญัติหรือกฎกติกาต่างๆ แต่ด้วยสิ่งเหล่านั้นถูกกำหนดมาจากภาครัฐหรือท้องถิ่น จึงแตกต่างกับธรรมนูญสุขภาพฯ ที่มีลักษณะเป็นกฎกติกาเหมือนกันแต่เกิดจากทุกคนในชุมชนมาตกลงร่วมกัน ดังนั้นธรรมนูญสุขภาพจึงนับเป็นอำนาจอ่อนของชุมชนที่ทุกคนมองเห็นปัญหาร่วมกัน

 “เมื่อเกิดข้อตกลงร่วมจนเป็นกติกาสังคมขึ้นมาแล้ว ท้องถิ่นก็ได้นำกติกาสังคมนั้นไปยกระดับเป็นเทศบัญญัติที่ทุกคนยอมรับ ซึ่งเท่ากับอำนาจอ่อนและอำนาจแข็งได้เคลื่อนพร้อมกัน ตรงนี้ก็จึงนำมาสู่ผลิตผล นั่นคือรูปธรรมในการแก้ไขปัญหา”

 

ธรรมนูญสุขภาพฯ เป็นเครื่องมือที่ให้บทบาทแก่คนทุกคน สอดคล้องกับวิถีชีวิตและธรรมชาติของแต่ละคน ดังนั้นทุกคนในสังคมไม่ว่าจะเป็นคนเล็กคนน้อยก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบร่วมกัน เช่น ชาวบ้านก็ต้องเอาขยะมาวางทิ้งตามเวลาที่กำหนด ต้องมัดปากถุงและแยกขยะ ขณะที่ซาเล้งก็ได้มาเป็นจิตสาธารณะที่ดูแลเรื่องขยะ รวมถึงดูแลเรื่องความปลอดภัยของสังคมบนเนื้องานที่ตนเองทำอยู่ หรืออย่างเช่นชาวเรือหางยาว ก็ใช้บทบาทของตนเองในการสร้างจิตสำนึกให้นักท่องเที่ยวด้วย ทั้งนี้ ปัญหาขยะไม่ใช่เพียงเรื่องเศษผงที่ทิ้งอยู่ข้างทาง แต่เป็นเรื่องการจัดการเชิงระบบที่ใหญ่มาก เห็นได้จากการให้ความสำคัญทั้งในส่วนของสมัชชาสุขภาพจังหวัดกระบี่ และยังถูกกำหนดเป็นยุทธศาสตร์และนโยบายของจังหวัดด้วย ส่วนภาควิชาการก็ได้เข้ามาสนับสนุนองค์ความรู้ พัฒนานวัตกรรม เช่น การทำถนนจากอิฐบล็อกจากพลาสติก ซึ่งทั้งหมดมีส่วนหนุนเสริมและสร้างความมั่นใจให้กับพื้นที่เป็นอย่างดี

“จังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญจะต้องเผชิญกับปัญหาขยะอย่างแน่นอน จากนี้จึงเป็นความท้าทายของคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชนเขต 11 ซึ่งทำงานครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัดที่มีแนวชายหาดทางภาคใต้ ว่าจะสามารถนำพื้นที่ต้นแบบอย่างตำบลอ่าวนาง ไปเรียนรู้และขยายผลเพื่อรับมือกับปัญหาในพื้นที่อื่นๆ ได้อย่างไร”

S__43589701

ด้าน ปรีชา ปานคง ชาวบ้านตำบลอ่าวนาง และผู้ประกอบการกลุ่มน้ำหมักชีวภาพ เปิดเผยว่า หากย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ภาพของตำบลอ่าวนางจะเต็มไปด้วยความสกปรกเลอะเทอะ ขยะเต็มสองข้างทาง บางครั้งก็มีการเผาขยะริมถนน ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากจะสรุปปัญหาของตำบลอ่าวนาง พบว่ามี 3 เรื่องใหญ่ๆ ได้แก่ ทิ้งขยะไม่เป็นเวลา ทิ้งขยะเรี่ยราด และปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเล

ที่ผ่านมา อบต.อ่าวนาง พยายามรณรงค์ให้ชาวบ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ด้วยการให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะ จัดทำโครงการแลกขยะกับเครื่องอุปโภคบริโภคในครัวเรือน ตลอดจนสร้างสถานีขยะเป็นจุดทิ้งขยะขนาดใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ปัญหาเบาบางลง

“ยอมรับว่า อบต.อ่าวนาง ทำงานอย่างจริงจังมาก แต่ชาวบ้านไม่ยอมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ปัญหาขยะจึงคงอยู่มาเป็นสิบปี จนกระทั่งเกิดสมัชชาสุขภาพจังหวัดกระบี่และมีการนำเรื่องนี้เข้าไปพูดคุย ก่อนจะเกิดการผลักดันให้ตำบลจัดทำธรรมนูญสุขภาพขึ้นมา”

ในช่วงแรกของการจัดทำธรรมนูญสุขภาพ ชาวบ้านยังไม่ค่อยเข้าใจ ไม่รู้ว่าจะทำไปทำไม แต่เมื่อผู้นำชุมชนได้เอ่ยปากชักชวนต่อๆ กันไปเรื่อยๆ ก็เริ่มมีคนมาเข้าร่วมมากขึ้น ทั้งกรรมการหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้าน หน่วยราชการ โรงเรียน ผู้นำศาสนา ผู้ประกอบการ ห้างร้าน ชมรมสามล้อ กลุ่มเรือหางยาว ฯลฯ เมื่อคนเข้าร่วมมากขึ้นก็เริ่มมองเห็นปัญหาร่วมกัน สุดท้ายก็พร้อมใจกันปฏิบัติตามข้อกำหนดในธรรมนูญสุขภาพฯ”

“ผู้ที่เข้าร่วมในกระบวนการจัดทำธรรมนูญสุขภาพฯ เริ่มตระหนักรู้และได้กลับไปดำเนินการตามบทบาทและความถนัดของตัวเอง โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการจัดการขยะ อย่างผมถนัดเรื่องทำน้ำหมักชีวภาพก็สนับสนุนในส่วนนี้ กลุ่มเรือหางยาวก็ไปกำหนดมาตรการของเขา เช่น เฝ้าระวังนักท่องเที่ยวให้นำขยะกลับมาทิ้งบนฝั่ง หรืออย่างผู้ประกอบการก็มีการจัดการ เรื่องการคัดแยกขยะ การจัดการน้ำเสีย เป็นต้น รวมถึงต่อยอดการทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน เช่น กิจกรรม Big Cleaning Day ประจำเดือน”          

7D4A8262_1

 พันคำ กิตติธรกุล นายก อบต.อ่าวนาง กล่าวว่า ปัจจุบันตำบลอ่าวนางมีปริมาณขยะมูลฝอยเฉลี่ยวันละ 65-70 ตัน คิดเป็นกว่า 50% ของขยะทั้งหมดในจังหวัดกระบี่ โดยระหว่างปี 2558-2560 อบต.อ่าวนาง ต้องสูญเสียงบประมาณในการจัดการไม่ต่ำกว่าปีละ 28 ล้านบาท

สำหรับต้นทางของขยะ มาจากคนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมา อบต.อ่าวนาง ได้มุ่งเน้นแก้ไขกับคนในพื้นที่เป็นลำดับแรก เช่น รณรงค์ให้เก็บกวาด แจกถังขยะตามครัวเรือน สร้างจุดทิ้งขยะ แต่ที่สุดแล้วก็ไม่สามารถควบคุมขยะได้ เนื่องจากประชาชนยังขาดจิตสำนึกและไม่ยอมทำตามกฎหมาย ทาง อบต.อ่าวนาง จึงปรับแนวคิดด้วยการใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคมมาจัดการขยะ