สบัดผ้าหน้าฝน ริมโขงเชียงคาน

August 10, 2019
by นฤมล ทับปาน

Everyway is runway สบัดผ้าท้าแดดหน้าฝน จนริมโขงต้องลุกเป็นไฟ กับหนึ่งเมืองรองสุดฮิปในอีสานที่หลายคนบอกว่าต้องแวะมาสักครั้งอย่างเชียงคาน

เชียงคานเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเลย นอกจากจะมีถนนคนเดินยามเย็นให้ทอดน่องชิวๆ แล้ว ที่นี่ยังมีแหล่งต้นน้ำของผ้าฝ้ายทอมือสวยๆ ให้ได้จับจอง วัฒธรรมไทดำสุดคลาสิกที่พร้อมให้เรียนรู้ และอาหารพื้นเมืองที่รอให้เราไปชิมถึงถิ่น

แม้แดดเมืองไทยจะทำให้เชื่อได้ยากว่า เรายังคงอยู่ในฤดูกาลแห่งความอุดมสมบูรณ์ สีเขียว ไอดิน และกลิ่นฝน ทว่าความชุ่มฉ่ำอาจมาในรูปแบบของความสุขและครบรสของการเดินทางท่องเที่ยวในครั้งนี้ที่ ททท. ชวนเก็บกระเป๋าพกร่มสีสด แว่นตาแนวๆ พร้อมผ้าพื้นเมืองในตู้เสื้อผ้าสักผืน กับแคมเปญ ‘นุ่งสยามสามฤดู’ มุ่งหน้าสู่แดนอีสานแหล่งวัฒนธรรมริมโขง

 

lookbook นุ่งสยาม_๑๙๐๗๒๖_0011

 

ผ้าฝ้ายเมืองเลย

ปักหมุดกันที่แรกพาทุกคนไปตามหาแหล่งผลิตผ้าฝ้ายทอมือสีธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์กับกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาป่าหนาด ที่อยู่ห่างจากถนนคนเดินเพียง 11 กม. นอกจากจะเป็นศูนย์เรียนรู้ผ้าทอที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยังมีมิตรภาพดีๆ จาก โสภา คุ้มคำ หรืออี๊ด ประธานกลุ่ม ยิ้มต้อนรับแขกผู้มาเยือนอย่างเต็มใจ

ไม่ว่าจะภูมิภาคไหนต่างก็มีภูมิปัญญาที่น่าสนใจให้ค้นหา เรียนรู้ และสืบทอด ไม่ว่าจะการทอผ้า เกษตรกรรม วัฒนธรรม หรืออาหาร เช่นเดียวกับบ้านนาป่าหนาดแห่งนี้ที่มีภูมิปัญญาการทอผ้าฝ้าย กรรมวิธีตั้งแต่การปลูกฝ้าย เก็บฝ้าย ปั่นฝ้าย จนถึงการทอเป็นผ้าหนึ่งผืน ล้วนสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

 

บ้านป่าหนาด_๑๙๐๗๒๖_0003

 

เธอเล่าว่า เหตุนี้เองที่ผลักดันให้เกิดศูนย์แห่งนี้โดยการรวมตัวของชุมชนทอผ้าเมื่อปี 2543 ด้วยความหวังเล็กๆ ให้เด็กรุ่นใหม่รู้จักผ้าไทดำที่เป็นอัตลักษณ์ของบ้านเกิด เรียนรู้และเข้าใจวิถีชีวิตดั้งเดิมที่สมัยก่อนลูกสาวของบ้านทุกคนจะต้องทอผ้าเป็น แม้จะเป็นอุบายแกมบังคับไปเสียนิด แต่จุดประสงค์หลักก็เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาการทอผ้า โดยมียายแป้นแม่ของเธอเป็นเสาหลักในการรวมตัวนี้

หลังจากที่มีการทอผ้าในชุมชนกันมากขึ้น ก็นำไปสู่การขายที่ดูเหมือนว่าจะมีความต้องการมากขึ้นเช่นกัน ในกระบวนการผลิตจึงต้องเพียงพอควบคู่ไปกับคุณภาพด้วย

“ตอนนี้กำลังการผลิตฝ้ายเองในชุมชนแห่งนี้ไม่เพียงพอ จำเป็นต้องรับมาจากที่อื่น ซึ่งก็ไม่ใช่ที่ไหนไกล เป็นหมู่บ้านใกล้เคียง หรือชุมชนในจังหวัดเลย ตอนนี้เรามีสมาชิกด้วยกัน 20 คน แต่มีคนทอเพียง 4 คนเท่านั้น และยังมีกลุ่มเครือข่ายอีก 3 กลุ่ม ในชุมชนใกล้เคียง”

แม้ความหวังเล็กๆ ของคนทอผ้าจะริบหรี่ แต่ก็พอมีหนทางให้ไปต่อ เพราะเด็กๆ ในชุมชนยังให้ความสนใจ เพียงแค่ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กในครอบครัวที่ทอผ้าอยู่แล้ว เห็นแม่ปั่นฝ้าย จับกี่ทอผ้าตั้งแต่เด็กจนเกิดความผูกพัน อย่างลูกสาวของเธอ ในวัย 23 ปี บัณฑิตป้ายแดงที่กลับมาต่อยอดธุรกิจทอผ้านี้ สร้างการสื่อสารใหม่ๆ ดึงดูดความสนใจ ที่คนยุคก่อนอาจจะทำได้ไม่ดีพอ ถือเป็นการทำงานที่เติมเต็มช่องว่างระหว่างวัยได้อย่างลงตัว

 

บ้านป่าหนาด_๑๙๐๗๒๖_0013 - Copy

ฝ้าย

 

สำหรับแคมเปญ ‘นุ่งสยามสามฤดู’ จิราณี พูนนายม ผู้อำนวยการกองตลาดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า เน้นสร้างการรับรู้ในการแต่งผ้าไทยในแบบประยุกต์ ปลุกกระแสด้วย Influencer และ Micro influencer นำเสนอไปยังกลุ่มเป้าหมายจำนวน 1 ล้านคน โดยเริ่มคิกออฟด้วยการจับมือกับ ‘แพรี่พาย’ ผู้นำเทรนด์ในการแต่งผ้าไทย ดึงคนให้ออกเดินทางเที่ยวเมืองไทยประยุกต์การแต่งกายให้ทันสมัยใส่ได้ทุกฤดูกาล ผ่าน VLOG จำนวน 5 คลิป 5 ภูมิภาค ในช่องทาง Youtube ของเธอ ล่าสุดได้เผยแพร่ในส่วนของภาคเหนือกับภาคอีสานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งกระแสตอบรับดีทีเดียว ด้วยยอดวิวหลักแสนต้นๆ สร้างการรับรู้ได้อีกมุมหนึ่ง

“สำหรับคอนเซ็ปที่เลย เมืองรองที่มีความโดเด่นและเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ซึ่งภาคอีสานเราพยายามเสนอการท่องเที่ยวหน้าฝน ความโดดเด่นของวัฒนธรรมพื้นถิ่น แหล่งผ้าพื้นเมือง นำไปสู่การเรียนรู้ถึงแหล่งผลิต พร้อมจับจ่ายสินค้าเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยมีไมโครอินฟูเอ็นเซอร์ท้องถิ่นที่จะมาอินสปายการแต่งตัว นอกจากนั้นยังได้เที่ยวที่ต่างๆ ในจังหวัดเลยด้วย”

 

1

 

ทั้งยังร่วมมือกับสไตลิสต์เมืองไทยออกแบบและมิกซ์แอนท์แมท์ซ์ผ้าไทยให้ดูทันสมัย เหมาะแก่การสวมใส่ในทุกโอกาส สร้างแรงบันดาลใจในการแต่งผ้าไทยให้เก๋ไก๋ไปอีกแบบ

ผ่าน Look Book-นุ่งสยามสามฤดู จำนวน 3,000 เล่ม และยังต่อยอดสู่กิจกรรมที่จะส่งเสริมให้ออกเดินทางท่องเที่ยวผสมผสานกับแฟชั่นผ้าไทยในกลุ่มผู้หญิงรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น โดยจับมือกับพันธมิตร ผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ทและร้านอาหารต่างๆ ทั่วประเทศ มอบส่วนลดพิเศษสูงสุดกว่า 50% โดยสามารถใช้ได้ตั้งเดือนกรกฎาคม - ธันวาคม 2562สอบถามเพิ่มเติมที่ ททท.จังหวัดลยโทร. 0-4281-2812, 0-4281-1405

 

บ้านป่าหนาด_๑๙๐๗๒๖_0009 - Copy

ไทดำ+workshop_๑๙๐๗๒๖_0001

 

แบรนด์คันทรี่ที่ฝรั่งหลงใหล

ชาวต่างชาติเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่ขับเคลื่อนผ้าฝ้ายไทดำ จากการมาเที่ยวตามชุมชนวัฒนธรรม ได้เห็นกรรมวิถีการทอผ้า เห็นสินค้าแล้วก็ซื้อเป็นของฝากกลับไป จากปากต่อปาก จากมือต่อมือ ส่งต่อไปเรื่อยๆ จนเป็นที่นิยมอย่างมาก ซึ่งสินค้านั้นมีหลากหลายให้เลือกสอย ไม่ว่าจะเป็นผ้ารองจาน ผ้าปูกลางโต๊ะสวยๆ ที่เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ ผ้าฝ้ายลายไข่แมงดา ผ้าพันคอสีดอกฝ้าย ผ้าพันคอฝ้ายย้อมคราม ผ้าลายขิดจากฝ้ายร้อยเปอร์เซ็นต์ ผ้าลายเกล็ดเต่าผสมผสานกับลายจันทร์แปดกลีบ ซิ่นขั้นผ้าฝ้าย และซิ่นในตำนานอย่างซิ่นนางหาญ นอกจากช้อปในแหล่งต้นน้ำแล้ว ยังมีช่องทางออนไลน์ให้เลือกซื้อและติดตามคอลเล็คชั่นใหม่ๆ กันด้วย กับเพจ Facebook : Taidamweaving

“สินค้าทุกชิ้นทางเราออกแบบเอง ไม่มีรับออกแบบตามความต้องการลูกค้า เพราะเรากลัวว่าถ้าทำตามความต้องการของคนสิบคน อาจไม่ใช่สิ่งที่เราถนัดนัก เงินเป็นปัจจัยสำคัญก็จริง แต่การทำงานที่รักด้วยจิตวิญญาญที่ได้คุณภาพที่สุดเป็นสิ่งที่เราพึงปรารถนา” เธอเล่าถึงความตั้งใจจริงในการสืบสานงานทอผ้า

อะไรคือความพิเศษของฝ้ายที่ทำให้เราต้องซื้อ ประธานกลุ่มตอบอย่างมั่นใจว่า คุณสมบัติของฝ้ายเป็นสิ่งที่พิเศษมากๆ ยิ่งใส่ยิ่งนิ่ม แถมกันแสง เมื่อโดนแดดตัวผ้าจะเย็นและระบายอากาศได้ดี เมื่อถึงคราหน้าหนาวก็ปรับตัวให้อุ่นได้อย่างเหลือเชื่อ เรียกว่าเป็นผ้าที่ปรับตามสภาพอากาศของประเทศไทยได้ดีทีเดียว

นอกจากนี้สีธรรมชาติที่ว่า มาจากฝ้ายพันธุ์พื้นเมืองที่ให้สีน้ำตาล ขาว และเขียว เป็นเส้นใยธรรมชาติที่สร้างสีสันงดงามด้วยตัวเองอย่างประหลาด

 

ไทดำ+workshop_๑๙๐๗๒๖_0004 

 

ไทดำวัฒนธรรมงามเหลือ

ถัดมาไม่ไกลนักกับพิพิธภัณฑ์ไทดำ เรือนไม้ใต้ถุนสูง มุงหลังคาโค้งทรงกระดองเต่า แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมอีกแห่งของบ้านนาป่าหนาด แต่ยังไม่ทันได้รับข้อมูลใดๆ เสียงกรดในกระเพาะก็ทำหน้าที่หลั่งอย่างรู้งาน มื้อเที่ยงนี้จึงฝากท้องไว้กับเชฟบ้านนา พร้อมฟัง ดร.เพชรตะบอง ไพศูนย์ คณะกรรมการที่ปรึกษา หรือพ่อใหญ่แห่งกลุ่มชาติพันธุ์ไทดำไปพลางๆ มาถึงชุมชนทั้งทีถ้าไม่ลิ้มรสมือของคนท้องถิ่นเห็นทีจะว่ามาไม่ถึง อย่างจุ๊บผักจะคล้ายๆ กับอ่อมไก่ของอีสานหรือห่อหมกของภาคกลาง เพียงแต่เสริฟแห้งและไม่มีกะทิเท่านั้นเอง อีกอย่างอร่อยไม่แพ้กันคือแจ่วตาแดง หรือน้ำพริกตาแดงดีๆ นี่เอง แต่รสชาติจะเผ็ดกว่าและไม่หวานเท่า มาพร้อมผักดิบ ผักลวกกินแกล้มกัน

พ่อใหญ่เล่าว่า ที่นี่เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เมื่อปี 2555 จากความสงสัยว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหน จึงศึกษาเมื่อ 23 ปีก่อนจนได้รู้ว่าเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ไทดำ มีดินแดนอยู่ที่สิบสองจุไท ตอนใต้ของจีน ตอนเหนือของลาว และตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนาม เข้ามาในไทยสมัยรัชกาลที่ 5 ครั้งสงครามฮ่อผู้คนต่างอพยพหนีตายกันมาอยู่ที่ลพบุรี ก่อนจะย้ายมาเชียงคานในปัจจุบัน

 Super model_๑๙๐๗๒๖_0173 

“เราไม่ได้มุ่งจะทำธุรกิจ เพียงแต่ต้องการรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมเป็นหลัก สร้างประสบการณ์ร่วมกับคนในพื้นที่ ได้ย้อนอดีตกับความเป็นไทดำแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายแบบโบราณ อาหาร การละเล่นต่างๆ รวมไปถึงวิถีชีวิตที่ยังคงไว้เป็นหนึ่งเดียวในภาคอีสาน”

นอกจากนั้นหมู่บ้านไทดำแห่งนี้ยังเป็นโฮมสเตย์ 30 หลัง ที่รองรับแขกได้ 300 คนสำหรับทริป 2 วัน 1 คืน ในราคา 600 บาทต่อคน สิ่งที่จะได้รับคือ อาหารเย็นพร้อมพิธีสู่ขวัญแบบไทดำ กับอาหารเช้าพร้อมนั่งอีแต้นสัมผัสวิถีชุมชนไทดำราว 1 ชม. สนใจโทร. 083-3322828, 084-9250771

 

 ไทดำ+workshop_๑๙๐๗๒๖_0008

บรรยากาศเชียงคาน_๑๙๐๗๒๖_0010

 

ผ้าพื้นถิ่นในมือสไตลิสต์ไทย

กินมื้อเที่ยงเสร็จสรรพก็ย้ายตัวไปยังใต้ถุนเรือนใกล้ๆ กับกิจกรรมเวิร์คชอปแต่งผ้าไทยไปเลย โดยวิทยากรสุดแซ่บ กรรณิการ์ แสงจันทร์ หรือตุ้ม สไตลิสต์ผู้หลงไหลในผ้าไทย เจ้าของแบรนด์ Made By Hotcake

เธอหอบความสามารถในการดีไซน์ผ้ามุ่งหน้าขึ้นดอยไปพัฒนาผ้าให้ชาวเขาเกิดแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการทอผ้า โดยมีความลำบากระหว่างทางเป็นอุปสรรคที่ท้าทาย แต่ความงดงามของผ้าที่อยู่ตรงหน้าเธอช่วยคลายความเหน็ดเหนื่อยไปได้เยอะ และความหลงใหลนี้เองทำให้ความคิดสร้างสรรค์ของเธอพุ่งพล่านสุดขีด ไม่เฉพาะผ้าจากบนยอดดอย แต่ว่าผ้าของแต่ละที่มีความงามในแบบฉบับของใครของมัน ที่เธอปณิธานกับตัวเองว่าต้องไปดูถึงแหล่งผลิตให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

สไตลิสต์สาวเล่าว่า ต้นฉบับของผ้าเลยจะทำจากฝ้าย นั้นหมายความว่าดินที่นี่ดีปลูกฝ้ายได้ ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์วิจัยฝ้ายอยู่ที่นครสวรรค์ มาวิจัยพันธุ์ฝ้ายเมืองเลยเพื่อกระจายเมล็ดพันธุ์ และในฐานะคนเมืองเลยเธอมองว่าไทดำก็เป็นวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง อย่างตำนานของซิ่นนางหาญที่เล่าต่อๆ กันมาว่าทอถึง 3 คนด้วยกัน 2 คนแรกที่ทอตายก่อน คนที่สามจึงอธิฐานว่าถ้าทอเสร็จจะถวายให้กับผีบ้านผีเรือนจึงเป็นที่มาของซิ่นนางหาญ ซึ่งการจะนำมาทำให้สนุกนั้นค่อนข้างยาก เธอจึงเลือกที่จะมิกซ์กับผ้าฝ้ายไทดำ

 

Super model_๑๙๐๗๒๖_0099 - Copy

 

นอกจากเรื่องการอนุรักษ์ผ้าแล้ว ยังมีคนเลยอีกหลายคนที่กลับสร้างอาชีพในบ้านเกิด เพราะฉะนั้นกลุ่มคนรุ่นใหม่มีความสำคัญมากต่อชุมชน เธอเองก็อยากสร้างส่งเสริมผ้าพื้นเมือง และยังมีผ้าในประเทศไทยที่รอให้เราไปเรียนรู้ รอให้เราลองหยิบจับมาใส่ได้ง่ายๆ

“ผ้าไหมพุมเรียงจากสุราษฐ์ธานี มาเจอกับผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติจากอีสาน และผ้าฝ้ายสีธรรมชาติจากเมืองเลย จะเห็นว่าภายในหนึ่งชุดนี้มีผ้าไทยถึงสามจังหวัดด้วยกัน” เธอเล่าถึงหนึ่งในชุดจากโปรเจ็คนุ่งสยามสามฤดูให้ฟังอย่างเต็มใจ

ก่อนจะลาแสงสุดท้ายของวันไปกับภารกิจสนุกๆ มิกซ์แอนท์แมทซ์ผ้าไทย โพสต์ท่าถ่ายภาพริมโขงแบบฉบับของตัวเอง ประหนึ่งว่านี่คือรันเวย์ โดยช่างภาพระดับโลก โต้ วิรุนันท์ ชิตเดชะ Leica Thailand Ambassador การันตีฝีมือภาพถ่ายภาพจาก Cannes Lion ซึ่งแต่ละคนต่างโพสต์แบบไม่มีใครยอมใคร เพราะมีสไตล์ลิสต์สาวสุดแซ่บกำกับอยู่ใกล้ๆรู้ตัวอีกทีก็หมดเวลาสนุกๆ ที่ริมโขงเสียแล้ว

 

ถ่ายแฟชั่นby virunan_๑๙๐๗๒๖_0002

 

ถ่ายแฟชั่นby virunan_๑๙๐๗๒๖_0004

 

ไม่ว่าจะฤดูไหน เลยก็ยังมีเสน่ห์ที่น่าค้นหา มีรอยยิ้มแห่งความหวังของคนท้องถิ่นที่จะสืบสานภูมิปัญญาดั้งเดิมให้คงอยู่

 

lookbook นุ่งสยาม_๑๙๐๗๒๖_0007

 

เจนเนอเรชั่นใหม่ของผ้าไทย

เพราะผ้ามีอะไรสนุกๆ ให้เราเล่นได้อีก ตุ้ม กรรณิการ์ ผู้เป็นสไตลิสต์เล่าอย่างหมดเปลือกถึงผ้าพื้นเมือง ที่คนรุ่นใหม่จับต้องได้โดยหมดยุคของคำพูดที่ว่า แต่งผ้าไทยแล้วเฉยหรือผ้าไทยใส่ได้แค่บางโอกาส

เริ่มกันที่ผ้าบาติกน้ำเต้าหู้ จากอำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ผ้าบาติกที่เขียนโดยน้ำเต้าหู้ ไอเดียช่วยลดสารเคมี รักษ์สิ่งแวดล้อม ใส่แล้วสวยด้วย ปลอดภัยด้วย

เรื่องเล่าของผ้าหมักโคลนเจ้าพระยาแห่งสิงห์บุรี ที่เกิดจากความบังเอิญในช่วงที่น้ำท่วมหนักมาก ผ้าถุงของแม่หมักอยู่ในโคลนนาน จนน้ำลดลูกสาวไปหาเจอ ด้วยความเสียดายจึงเอาไปซักหวังนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ปรากฏว่า ผ้าถุงของแม่นิ่มมาก

ผ้านวมฝ้ายจากเพชรบูรณ์ เจ้าของแบรนด์ทำผ้านวมออแกนิค ปลูกฝ้ายเองมีลูกค้าที่เขาจะไปต่างประเทศแล้วอยากหาเสื้อผ้าอุ่นๆ ติดไปด้วยเจ้าของแบรนด์จึงแปลงโฉมผ้านวมฝ้ายหนาๆ เป็นแจ็คเก็ตเก๋ๆ ที่ให้ความอบอุ่นในต่างแดนได้

ผ้าฝ้ายผักตบชวา ที่ผ่านการวิจัยมาแล้วว่าเข้ากันได้อย่างลงตัว จากผักตบชวาในอยุธยาที่ลอยเกลื่อนในช่วงน้ำท่วม พลิกแพลงนำมาทอร่วมกับฝ้าย

ผ้าใยกัญชง จากกลุ่มชาวเขาเผ่าม้ง ที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ งานแฮนด์เมดจากเส้นใยกัญชง ที่มีคุณสมบัติดูดสารพิษในร่างกาย และให้ความอบอุ่นเมื่อสวมใส่ ส่วนใหญ่เป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ จากตัวใยกัญชง ส่วนสีอื่นๆ ก็ย้อมด้วยวัตถุดิบธรรมชาติด้วยสีดอกทองกวาวและน้ำขี้เถ้า และด้วยความประณีตของการผลิต จากเปลือกไม้ที่ค่อยๆ ฉีกเป็นเส้นทีละเส้นๆ แล้วเอาไปทอ จึงใช้เวลานาน ทำให้ผ้าใยกัญชงมีราคาที่ค่อนข้างสูง และใยกัญชงเหล่านี้มีอายุยืนถึงร้อยปี พอซักไปเรื่อยๆ หน้าจะบางลง และนิ่มกว่าผ้าลินินเป็นไหนๆ

ผ้าไหมมัดหมี่ลายสร้อยดอกหมากลายเก่าแก่ของบรรพบุรุษ จากมหาสารคาม ประกายแวววับเมื่อตัวผ้าต้องกับแสงแดด และเมื่อครั้นอยู่ในร่มผ้าผืนนี้กลับเปลี่ยนเป็นอีกสีหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในความมหัศจรรย์ของผ้าไทย

ผ้าสองวัฒนธรรม อย่างผ้าจวนตานี จากจังหวัดปัตตานี ที่เกิดจากการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในการค้าขายของจีนกับอินเดีย ด้วยกรรมมิธีมัดหมี่แบบไทยๆ ชายผ้าทั้งสองด้านทอเป็นผืนเดียวกัน มีแถบริ้วลวดลายวางเป็นแนวแทรกระหว่างผืนผ้า บริเวณท้องผ้าใช้สีม่วง เขียว ฟ้า น้ำตาล เป็นหลัก ส่วนชายผ้าทั่วไปจะใช้เฉดสีแดง

จะเห็นได้ว่าดิน ฟ้า อากาศ และวัฒธรรม มีผลต่อสีสันและลายผ้าในแต่ละภูมิภาค

 

lookbook นุ่งสยาม_๑๙๐๗๒๖_0005 - Copy

 

ปิดท้ายทริปนี้อย่างสมบูรณ์กับทริคในการมิกซ์แอนท์แมทซ์ผ้าไทยง่ายๆ สร้าง Everyday Look ประยุกต์ผ้าไทยเก๋ๆ จากสไตลิสต์สาวคนเดิม

“หากเรามีเสื้อคลุมย้อมครามสักตัว ในวันที่ต้องไปประชุม เราอาจจะแมทซ์กับเดรสแขนกุดธรรมดาๆ วันที่เราต้องไปวัดกับแม่ เราอาจใส่ตัวเดิมกับกางเกงขายาวสีขาว หรือในวันสบายๆ ที่อยากจะออกไปจิบกาแฟชิวๆ ที่คาเฟ่ปลายนาสักแห่ง กับเพื่อนๆเราลองจับคู่เสื้อตัวเดิมกับยีนส์ขาดๆ ก็น่ารักไปอีกแบบ คือเสื้อตัวเดียวสามารถแมทซ์ได้หลายสไตล์มากๆ ถ้าเรารู้จักนำมาใช้”

และหากเบื่อกางเกงยีนส์ตัวเก่า ลองเอาเศษผ้าที่เหลือจากการตัดชุดมาเย็บเข้ากับกระเป๋ากางเกงด้านหลัง เพิ่มความเก๋ของกางเกงตัวเก่า ที่มีตัวเดียวในโลก

 

 บรรยากาศเชียงคาน_๑๙๐๗๒๖_0007