คลองเตยคลาสสิก

June 25, 2019
by นฤมล ทับปาน

ถ้าไม่ใช่เพราะดนตรีคลาสสิก เด็กๆ ในชุมชนคลองเตยแทบจะไม่มีทางเลือกอื่นๆ เลย

HIGHLIGHTS

  • จาก 'บ้านสรรเสริญ' สู่ ‘Music of Life’ มูลนิธิดนตรีเพื่อชีวิต ที่ดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือเด็กๆ ให้ได้เรียนดนตรีคลาสสิก โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ภายใต้โครงการของคริสตจักรอิมมานูเอลลูเธอร์แรน ที่อยู่ภายในชุมชนคลองเตย เพื่อหากิจกรรมให้เด็กๆ ในชุมชนบริเวณนั้นทำหลังเลิกเรียน
  • หลายคนอาจคิดว่าดนตรีเล่นเพื่อผ่อนคลาย เพื่อสนุกอย่างเดียว แต่สำหรับต้นกล้วย-วรินทร์ อาจวิไล คือทุกอย่างในชีวิต สามารถเปลี่ยนแปลงคนและให้อนาคตคนๆ หนึ่งได้ จากคนที่เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่  กลายมาเป็นครูต้นกล้วยในวันนี้ คนอาจมองภาพไม่ออกว่า ดนตรีจะเปลี่ยนแปลงคนๆ หนึ่งได้อย่างไร เขาคือบทพิสูจน์ที่เป็นรูปธรรมที่สุดแล้วว่า ดนตรีสร้างชีวิตที่ดีขึ้นให้กับเขาได้ ดนตรีพาเขามาไกลกว่าสิ่งที่เคยได้เห็น ได้เจอในสิ่งที่ไม่เคยเจอ ได้ไปในที่ที่ไม่เคยไป ได้ถ่ายทอดความรู้สึกผ่านบทเพลงให้ผู้ฟัง ได้ให้การศึกษา สร้างโอกาสที่ทำให้เราเทียบเท่ากับกับคนอื่นได้ 

 

 

จินตนาการไม่ออกเลยว่า จะได้ยินเสียงของดนตรีคลาสสิกดังก้องออกมาจากชุมชนคลองเตย และดังต่อเนื่องมานานเป็นเวลาสิบๆ ปี เพียงแต่เสียงนั้นถูกกลบด้วยภาพจำที่ว่า ชุมชนแห่งนี้เป็นด้านมืดของสังคม ทั้งภาพความแออัดและสิ่งแวดล้อมที่สุ่มเสี่ยงเป็นภัยต่อเยาวชน ภาพลบที่กลบเสียงสะท้อนแห่งความหวัง ความสุข และโอกาสที่เด็กคนหนึ่งจะเติบโตอย่างสมบูรณ์ที่สุด 

หากคุณลองเดินเฉียดเข้าไปยังชุมชนคลองเตย ในซอยอุทัยฟาร์มราวๆ ร้อยเมตร ช่วงห้าโมงเย็นของทุกวัน แล้วเอียงหูฟังอย่างตั้งใจ จะได้ยินเสียงไวโอลินที่กำลังบรรเลงบทเพลงคลาสสิกเคล้าไปกับเครื่องดนตรีชนิดอื่น สลับกับเสียงหัวเราะของเด็กๆ กลุ่มหนึ่ง เรากำลังพูดถึงวงดนตรีคลาสสิกในชุมชนคลองเตยที่ชื่อว่า ‘อิมมานูเอลออร์เคสตรา’ (Immanuel Orchestra) ที่มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของเด็กในชุมชนแห่งนี้

 

เด็กๆ ในวงอิมมานูเอลอร์เคสตรา

 

-1-

ย้อนไปเมื่อ 18 ปีที่แล้ว ชุมชนน้องใหม่ คลองเตย เป็นแหล่งเพาะกล้าขั้นดีของนักดนตรีหนุ่มวัย 27 ปี วรินทร์ อาจวิไล หรือพี่ต้นกล้วยของเด็กๆ ที่ผันตัวเองมาเป็นครูสอนดนตรี อาชีพที่ตัวเขาเองก็ไม่ได้ชื่นชอบเท่าไหร่นัก

การโคจรมาเจอกันของพี่ต้นกล้วยกับดนตรีคลาสสิก ดังพรหมลิขิตที่พาเขาเดินทางไปสู่เส้นทางดนตรี ทุกอย่างเริ่มต้นที่ ‘บ้านสรรเสริญ’ สถานที่เรียนดนตรีที่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 2000 เป็นโครงการหนึ่งของคริสตจักรอิมมานูเอลลูเธอร์แรน ที่อยู่ภายในชุมชนคลองเตย เพื่อหากิจกรรมให้เด็กๆ ในชุมชนบริเวณนั้นทำหลังเลิกเรียน

 

DSC_0340

 

“เรามีโอกาสได้เรียนดนตรีผ่านมิชชันนารีชาวนอร์เวย์ท่านหนึ่งที่ชุมชนน้องใหม่คลองเตย ก็เป็นที่ที่เราโตมาตั้งแต่เด็ก ตอนนั้นอาจารย์เขาก็พยายามหาเด็กไปเรียนดนตรี เดินมาตามชุมชนไปเรื่อยๆ จนมาเจอเรากับเพื่อน เลยได้มีโอกาสได้เรียน ครั้งแรกเขาก็ยื่นไวโอลินให้เราเลย ตอนนั้นก็รู้สึกว่าไวโอลินเป็นเครื่องดนตรีที่เท่ดี แล้วดูแพงด้วย แต่พอลองเล่นกลับรู้สึกว่าเสียงมันหนวกหูน่ารำคาญ ก็เลยเรียนแบบไม่ได้มีเป้าหมายอะไร จนวันหนึ่งก็ล้มเลิกไป เพราะเล่นเท่าไหร่ มันก็ไม่เป็นเพลงสักที่” ต้นกล้วย เล่าถึงการพบกับครั้งแรกของเขาและดนตรีคลาสสิก

หลังจากที่หยุดไป 8 เดือน ต้นกล้วยกลับไปที่นั่นอีกครั้ง เขาเห็นเพื่อนที่เริ่มเรียนดนตรีมาพร้อมกันสามารถเล่นได้เป็นเพลง ด้วยความที่เป็นคนชอบเอาชนะ จึงขออาจารย์กลับมาเรียนอีกครั้ง และตั้งใจทำให้ได้ เพื่อที่จะตามเพื่อนให้ทัน ซ้อมจนก้าวนำคนอื่นได้

 

-2-

กระทั่งตอนมัธยมปีที่ 3 ภาพยนตร์เรื่อง Season change รักโรแมนติกของเด็กมัธยมกับความฝันในการเป็นนักดนตรีมืออาชีพ ก็เข้ามาเป็นแรงบันดาลใจและเป้าหมายในการเดินทางสายดนตรีอย่างจริงจังของต้นกล้วย Season change ในความคิดของเขาจึงเป็นมากกว่าหนังที่ดูเพื่อความสนุก เช่นเดียวกับดนตรีที่เป็นมากกว่าความบันเทิง

“หนังเรื่องนี้ทำให้เราได้รู้ว่าดนตรีของโลกภายนอก มันไม่ได้มีแค่เรา ไม่ได้มีแค่ยามาฮ่า ไม่ได้มีแค่ KPN ที่เป็นโรงเรียนสอนดนตรี แต่มีโรงเรียนดนตรีจริงๆ ที่จบมาเป็นนักดนตรีจริงๆ นั่นคือ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เราก็ตั้งใจว่าจะไปเป็นเหมือนในหนังเลย ที่เข้ามาเรียนเตรียมมหิดล ด้านดนตรี ตั้งแต่ม.4-ม.6” น้ำเสียงหนักแน่น ภายใต้คำว่า จริงๆ ของเขา เพื่อตอกย้ำความตั้งใจที่เด็ดเดี่ยว

ทว่าภาพยังไม่ทันได้ฉายก็ถูกหักมุม เพราะเขาสอบผ่านเพียงภาคปฏิบัติ แต่ไม่ผ่านภาคทฤษฎี นั่นก็เท่ากับว่าสอบไม่ติด

“เราก็กลับมาต่อสายวิทย์จนจบมัธยมปีที่ 6 แล้วค่อยสอบเข้ามหาวิทยาลัยนั้นอีกครั้ง โชคดีที่มีมิชชันนารีอีกคนชาวฟินแลนด์เข้ามาพอดี ซึ่งเขาเป็นนักไวโอลินมืออาชีพ ยิ่งเปิดโลกดนตรีของเราให้กว้างขึ้นในระดับโลก นั่นก็ยิ่งทำให้เราอยากเล่นดนตรีจริงจังเข้าไปอีก ก็เรียนกับเขาตลอด 3 ปีแถมฟรีด้วย”

ในที่สุดเขาก็สอบเข้าดุริยางคศิลป์ได้อย่างที่ตั้งใจ แต่หลังจากนั้นอาจารย์คนนั้นก็กลับประเทศไป ราวกับพระเจ้าส่งเขามาเพื่อสอนี่ต้นกล้วยโดยเฉพาะ และอาจารย์ที่สอนไวโอลินคนนี้นี่เองที่เป็นแรงบันดาลใจในการเล่นดนตรีของเขา รวมทั้งเป็นตัวอย่างของการให้ที่แท้จริง

 

-3-

หลังจากเรียนจบได้มีโอกาสเล่นดนตรีในวง Thailand Philharmonic Orchestra วงดนตรีมืออาชีพระดับประเทศและรายได้ดี ที่จะสร้างความมั่นคงให้กับเขาและครอบครัว ในขณะที่อีกด้านของความฝันก็มีเด็กมาเรียนดนตรีที่บ้านสรรเสริญมากขึ้น แต่กลับมีอาจารย์สอนอยู่คนเดียว เขาจึงถูกชวนให้มาช่วยสอน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นครูสอนดนตรีอย่างเต็มตัว

“ตอนนั้นเราช่วยสอนได้อาทิตย์ละครั้ง เพราะงานของเราก็ยังต้องทำด้วย ช่วงที่มาช่วยสอนก็เป็นช่วงเดียวกับที่มีการสอบตัวจริงของวงที่ทำงานอยู่ ซึ่งเราดันไม่ติด เลยลองมาช่วยอาจารย์สอนโดยจ่ายเงินเป็นชั่วโมง เราก็ทุ่มเทในการสอน ใช้ความรู้ทั้งหมดที่เรียนมา ถ่ายทอดให้เด็ก อะไรที่ที่นี่ไม่มีเราก็มาเติมให้ จนเขาก็ไม่มีเงินพอที่จะจ่ายให้เรา จึงเสนอเป็นเงินเดือนให้ แน่นอนว่ามันไม่ได้เยอะมาก ถ้าเทียบกับที่วงนั้น แต่มันคือความภาคภูมิใจที่ได้ส่งต่อสิ่งที่เรามีให้กับเด็กๆ”

 

บรรยากาศการซ้อม1

 

จนเกิดเป็นวงออร์เคสตร้าขึ้นในปี 2015 โดยใช้ชื่อว่า ‘อิมมานูเอลออร์เคสตร้า’ ตามชื่อคริสตจักร 4 ปีที่ผ่านมา ต้นกล้วย ทีมงานทุกคน รวมถึงเด็กๆ ต่อสู้กันมาโดยตลอด ทั้งจัดคอนเสิร์ตเพื่อระดมทุน และหลายครั้งก็ขาดทุน ทำอย่างไรที่จะให้คนสนับสนุนและมั่นใจว่า เงินทุนจะถึงเด็กจริงๆ ความคิดที่จะเปิดเป็นมูลนิธิจึงได้เริ่มขึ้น และเป็นรูปเป็นร่างสดๆ ร้อนๆ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา กับ ‘Music of Life’ มูลนิธิดนตรีเพื่อชีวิต ดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือเด็กๆ ให้เรียนดนตรีที่โรงเรียนแห่งนี้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และในอนาคตอาจจะมีมูลนิธิเช่นนี้เพิ่มขึ้นในชุมชนอื่นๆ

แม้ที่นี่จะไม่ได้เป็นโรงเรียนอย่างสมบูรณ์แบบตามหลักกระทรวงศึกษาธิการ แต่ระบบการสอนที่ต้นกล้วยและคนอื่นๆ ช่วยกันสร้างขึ้น กลับแข็งแรงเทียบเท่ากับหลักสูตรการศึกษาทั่วไป มีการจัดตารางเรียน ทั้งเรียนเดี่ยว รวมวงเล็ก รวมวงใหญ่ ทฤษฎีดนตรี และร้องประสานเสียง ซึ่งตอนนี้ต้นกล้วยบอกว่า มีถึง 4 วง ด้วยกันตามลำดับของความยาก D คือขั้นเริ่มต้น, C, B และ A  คือขั้นแอดวานซ์ รวมถึงมีการสอบวัดระดับ เก็บสถิติการมาเรียน เพื่อประเมินพัฒนาการของเด็กแต่ละคน และตอนนี้มีเด็กนับร้อยชีวิตตั้งแต่ 7 ขวบ ไปจนถึง 20 ปี ที่เรียนดนตรีคลาสสิก

 

-4-

แน่นอนว่าการเริ่มต้นย่อมเป็นเรื่องยาก แต่นั่นก็ไม่ทำให้เด็กๆ ที่นี่ถอดใจไปเสียก่อน อย่าง ธิญลักษณ์ ธงทวัฒน์ หรือโฟม ที่เติบโตมากับบ้านสรรเสริญและวงอิมมานูเอลออร์เคสตรา เธอเรียนไวโอลินมาตั้งแต่อนุบาลจนตอนนี้ 20 ปี และก็ยังเรียนอยู่ เพราะดนตรีให้ทั้งโอกาส ประสบการณ์ ให้เราได้เดินทางไปในที่ที่ไม่เคยไป ให้เราได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

“ช่วงแรกที่มีการสอนดนตรีบ้านสรรเสริญ ไม่ค่อยมีใครไปเรียน อาจารย์ที่เป็นมิชชันนารีเขาก็ไปตามเด็กๆ ถึงบ้าน ตอนนั้นยังกล้าๆ กลัวๆ ที่จะลอง แต่สุดท้ายก็ลองไปจับไปเล่นกัน แล้วก็ชอบ และดีที่พ่อแม่เข้าใจ เพราะว่าเรียนฟรีด้วย แล้วเป็นดนตรีคลาสสิกอีก มันไม่ใช่ง่ายที่เราจะได้เรียนดนตรีคลาสสิกแบบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลยสักบาท”

และ นที จันทร์หา หรือบีม หนุ่มน้อยวัย 11 ปี ที่เป็นมือไวโอลินของวง A ขั้นแอดวานซ์ ของวงอิมมานูเอลออร์เคสตรา ที่เริ่มจากการตามมาดูพี่ๆ ในวงเล่นตั้งแต่อนุบาล ด้วยความอยากรู้อยากลอง จึงขออาจารย์เล่น 

เราถามบีมว่าไวโอลินเล่นยากไหม เขาตอบด้วยสีหน้าที่จริงจังว่า ยากครับ แต่ไม่เกินความสามารถที่เขาจะเล่นได้

“เริ่มแรกต้องฝึกใช้โบก่อน ก็คือการจับไม้ที่ใช้สีให้ถูก จากนั้นก็ฝึกสี ฝึกนิ้ว ฝึกไล่โน๊ต ถ้าเราพัฒนาเร็วก็จะได้เล่นเป็นเพลงเลย กว่าที่เราจะได้เล่นเป็นเพลงก็ใช้เวลานานครับ”

สำหรับหนุ่มน้อยคนนี้ เขามองว่า ดนตรีจะพาเราไปได้ไกลกว่านี้อีก ถ้าเราเก่งก็อาจจะมีแมวมองเห็นความสามารถของเรา แล้วยื่นโอกาสมากมายให้เรา อนาคตก็ยังไม่แน่ว่าจะเดินทางสายนี้ไหม แต่ไม่แน่เราอาจจะกลับมาสอนดนตรีที่นี่ แล้วก็ทำงานอื่นไปด้วย

 

-5-

หลายคนอาจคิดว่าดนตรีเล่นเพื่อผ่อนคลาย เพื่อสนุกอย่างเดียว แต่สำหรับต้นกล้วย มันคือทุกอย่างในชีวิต มันสามารถเปลี่ยนแปลงคนและให้อนาคตคนๆ หนึ่งได้ จากคนเอาแต่ใจ เอาตัวเอง กลายมาเป็นครูต้นกล้วยในวันนี้ คนอาจมองภาพไม่ออกว่า ดนตรีจะเปลี่ยนแปลงคนๆ หนึ่งได้อย่างไร เขาคือบทพิสูจน์ที่เป็นรูปธรรมที่สุดแล้วว่า ดนตรีสร้างชีวิตที่ดีขึ้นให้กับเขาได้ ดนตรีพาเขามาไกลกว่าสิ่งที่เคยได้เห็น ได้เจอในสิ่งที่ไม่เคยเจอ ได้ไปในที่ที่ไม่เคยไป ได้ถ่ายทอดความรู้สึกผ่านบทเพลงให้ผู้ฟัง ได้ให้การศึกษา สร้างโอกาสที่ทำให้เราเทียบเท่ากับกับคนอื่นได้ 

และดนตรีได้เปลี่ยนแปลงสังคมเล็กๆ ในชุมชนแห่งนี้ จากที่ผู้ปกครองเคยมองว่าการให้เด็กมาเรียนดนตรีหลังเลิกเรียนไร้สาระ เสียเวลา แทนที่จะช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน แต่ตอนนี้พวกเขาเข้าใจและภูมิใจในตัวลูกของเขา ซึ่งกว่าจะมาถึงจุดนี้ก็ต้องใช้เวลา

“เราจัดประชุมผู้ปกครองเพื่อสร้างความเข้าใจ เพราะเขากังวลว่า เด็กอาจจะอ้างว่ามาเรียนดนตรี แต่ไปมั่วสุมกันในทางไม่ดี และห่วงเรื่องความปลอดภัยด้วย แต่พอเขาได้เห็นภาพลูกตัวเองเล่นดนตรีแล้วมีคนมาชื่นชม เขาก็จะรู้สึกภูมิใจ และเห็นว่าการมาเรียนดนตรีที่นี่ไม่ได้เสียเวลาไปโดยไร้ประโยชน์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นครอบครัวที่อบอุ่น จากหนึ่งครอบครัว สองครอบครัว ก็ขยายไปถึงสังคม สังคมจะน่าอยู่ขึ้น ถ้าเราเริ่มรู้จักการให้ในสิ่งตัวเองมีที่ตัวเองถนัด การให้เล็กๆ น้อยๆ ของเราอาจสร้างโอกาสดีๆ ในชีวิตของคนๆ หนึ่งก็ได้”

 

ซ้อมเดี่ยว

 

โอกาสสำหรับเด็กทุกวันนี้มาง่ายๆ ราวกับว่าจะปูพรมแดงรอ บางครั้งเขาเห็นโอกาสตรงหน้าที่ได้มาง่ายจนชินตา ต้นกล้วยจึงย้ำกับเด็กๆ เสมอว่า ถ้าวันหนึ่งเราไม่ให้โอกาสหรือหยุดสอนขึ้นมา เขาจะทำอย่างไร ถ้าวันข้างหน้าไม่มีโอกาสแล้ว เราจะเก็บเกี่ยวโอกาสในวันนี้ไว้อย่างไร เพื่อจะได้ไม่เสียดายทีหลัง

   “เราเองมาจากที่มืด เป็นเด็กในชุมชนคลองเตยที่ใครๆ ก็มองว่าเป็นด้านมืดของสังคม โอกาสมันก็เป็นเหมือนดวงดาว ยิ่งมืดโอกาสมันจะยิ่งชัดขึ้น อยู่ที่เราจะคว้าไหม ทุกวันนี้มันง่ายมากที่เราจะมองเห็นดาว และดาวก็มีมากพอให้ทุกคนได้เห็น แต่คนจะเห็นจนชินแล้วไม่คว้าไว้หรือเปล่า สำหรับเรา ดนตรีคือดาวแห่งความฝันที่เราจะหยิบออกไปทำให้สำเร็จ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น”