ภาพแห่งความปิติ เปิดใจ 5 ช่างภาพ'ใต้ร่มพระบารมี'

June 7, 2019
by กนกพร โชคจรัสกุล

บันทึกหน้าประวัติศาสตร์อันงดงามผ่าน นิทรรศการภาพถ่ายพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2562

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่เพิ่งผ่านพ้นไป กลับมาให้คนไทยได้ชื่นชมกันอีกครั้งในรูปแบบของผลงานภาพถ่ายอันงดงาม เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและเฉลิมพระเกียรติผ่าน ‘นิทรรศการภาพถ่ายพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จารึกรวมใจไทย ใต้ร่มพระบารมี’ จัดโดยกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ บริษัทสยามพารากอน บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และ กลุ่มช่างภาพสห+ภาพ

จิระนันท์ พิตรปรีชา กวีซีไรท์ นักเขียน นักแปล และประธานกลุ่มสห+ภาพ ผู้ทำหน้าที่รวบรวมคัดเลือกภาพจากจำนวนกว่า 1,000 ภาพที่ส่งเข้ามา ทั้งจากกลุ่มสห+ภาพและช่างภาพสำนักข่าวเนชั่น เพื่อให้เหลือภาพที่มีความงดงามสมพระเกียรติ กล่าวถึงการจัดนิทรรศการครั้งนี้ว่า

“ภาพที่จัดแสดงมี 88 ภาพ จากทั้งหมดเป็นพันๆ ไฟล์ ผลงานของสห+ภาพกับเนชั่นโฟโต้ นอกจากที่พารากอนแล้วยังมีจัดแสดงที่ไอคอนสยาม ที่นั่นมีการนำภาพมาทำเป็น Collage บน Canvas  สำหรับวิธีการคัดเลือกภาพคือ ถ้ามุมซ้ำก็เลือกภาพเด็ดๆ มาประกวดกันแล้วเลือกรูปเดียว"

สำหรับกลุ่มสห+ภาพเป็นช่างภาพอาสา ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์สำคัญๆ จะไปร่วมถ่ายภาพเพื่อเผยแพร่สู่สาธารณชน โดยในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งนี้ กลุ่มสห+ภาพ มีช่างภาพที่ไปร่วมบันทึกภาพในงานหลายท่านด้วยกัน 

“ความภูมิใจก็คือว่า ภาพถ่ายเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ที่ย้อนกลับไปทำใหม่ไม่ได้อีกแล้ว เพราะฉะนั้นแต่ละนาที วินาทีที่ผ่านไป ในช่วงวันพระราชพิธี ถ้าเราดูทีวีก็จะเห็นภาพมุมกว้างๆ ขบวนพยุหยาตรา หรือว่าภาพพิธีในพระบรมมหาราชวัง แต่ภาพถ่ายจะซอกแซก คือถ่ายตามถนนหนทาง ประชาชนมานั่งรอ นอนรอ โบกปัดพัดวี ภาพที่สร้างแรงสะเทือนใจในสื่อมวลชนเยอะมาก ที่เรานำมาจัดแสดงที่นี่ เช่น ภาพเหงื่อหยดจากปลายนิ้วของทหารที่สวมเครื่องแบบชุดแดง ทั้งเหงื่อหยดจากคาง เหงื่อหยดจากมือ แล้วมีประชาชนมาพัดให้ข้างหลัง นับว่าเป็นเรื่องราวเล็กๆ แต่สร้างความประทับใจได้มากมาย เพราะว่าทุกคนก็มุ่งมั่นรอคอยจะเฝ้าชมพระบารมีในวันนั้น”

ภาพที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ มีทั้งภาพขนาดใหญ่ซึ่งเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ และภาพพระบรมวงศานุวงศ์ ภาพขบวนเสด็จ กับภาพประชาชนตามท้องถนน ทุกภาพล้วนสื่อถึงความงดงามของพระราชพิธีและความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวไทย "อยากจะขอเชิญพี่น้องประชาชนมาชมนิทรรศการนี้ เพราะว่าโอกาสอย่างนี้หายาก เป็นภาพที่เอ็กซ์คลูซีฟมาก มีภาพจากช่างภาพติดตามส่วนพระองค์ ถ่ายมาจากมุมข้างบน สำหรับวงการภาพถ่ายก็จะได้เห็นฝีมือปรมาจารย์ อย่างเช่น อ.รชฎ วิสราญกูล, วสันต์ วณิชชากร เป็นต้น"

นิทรรศการภาพถ่ายพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จารึกรวมใจไทย ใต้ร่มพระบารมี กำหนดจัดแสดงตั้งแต่วันนี้ - 16 มิถุนายน 2562 ณ ฮออล์ ออฟ เฟม ชั้น M สยามพารากอน และ วันนี้ - 30 กรกฎาคม 2562 ณ บริเวณ  ชั้น 1 ไอคอนสยาม

 

 cover1ภาพ : อ.รชฎ วิสราญกูล ช่างภาพอาวุโส

 “ภาพนี้ถ่ายในพระบรมมหาราชวัง ตอนที่ในหลวงจะเสด็จไปวัดพระแก้ว เข้าใจว่าเพิ่งเสด็จออกมาจากพระที่นั่งอมรินทร์ฯ แล้วผมก็ยืนอยู่ตรงด้านหน้าตึกที่ทำการของสำนักพระราชวัง อยู่ฝั่งตรงข้ามกับพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เป็นภาพที่ถ่ายจากระยะไกล ด้วยเลนส์ 70-200 mm ดึงสุดเลย ในพระราชวังมีจุดที่จะให้ยืนน้อยมาก ขบวนก็ค่อนข้างใหญ่ จังหวะดีที่ข้างหน้าโล่ง ไม่งั้น จะมีขบวนทหารต่างๆ บังหมด ผมยืนรอตรงตำแหน่งนั้นสองชั่วโมงครึ่ง เข้าไปถ่ายในฐานะช่างภาพของหอจดหมายเหตุ ภาพนี้เป็นช่วงเวลาแค่นิดเดียวเอง จะมีการบังจากมหาดเล็ก จากเครื่องสูงในขบวน เป็นจังหวะพอดีที่เปิดช่อง เราถ่ายปุ๊บ ขบวนมาปั้บ ก็จะบังกันไป ตอนที่เห็นภาพนี้ครั้งแรกรู้สึกดีใจมาก การจัดองค์ประกอบ ดูแล้วสง่างาม มุม 45 องศาไม่ค่อยมี ส่วนใหญ่จะมุมตรงบ้าง มุมข้างบ้าง อันนี้จะเป็นมุมเฉียงๆ 

คุณจิระนันท์บอกว่าจะมีการแสดงนิทรรศการภาพถ่าย ผมก็ส่งภาพเข้ามา มีคณะกรรมการคัดเลือกภาพ แล้วส่งให้สำนักพระราชวังพิจารณากลั่นกรองอีกทีหนึ่ง เป็นงานที่มีรูปดีๆ เยอะที่สุด ยังไม่เห็นที่อื่นจัด ประชาชนหรือคนทั่วไป ถ้ามางานนี้จะมีโอกาสได้เห็นภาพสวยๆ มีจัดพร้อมกันที่ไอคอนสยามด้วย แต่เป็นรูปคนละชุดกัน หัวข้อเดียวกัน ผมคิดว่าในช่วงชีวิตของคนๆ หนึ่ง ถ้ามีโอกาสมีพิธีอย่างนี้ผมว่าไม่ควรพลาด เป็นพิธีการที่อลังการ ไม่มีประเทศไหนเหมือน ไม่มีใครทำได้”

 

cover3ภาพ : ธัชดล ปัญญาพานิชกุล บรรณาธิการภาพ ศูนย์ภาพเนชั่น 

“ช่างภาพทุกคนที่ได้เข้าร่วมงานรู้สึกยินดี ดีใจ ไม่เคยมีใครได้เคยถ่ายแบบนี้ครับ เป็นงานแรกที่ได้ถ่ายพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รู้สึกเป็นเกียรติ ไปรอตั้งแต่เช้าเพื่อให้ได้ภาพที่ดีที่สุด เพื่อให้มีภาพที่ออกมาดูยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ ช่างภาพเนชั่นออกมาร่วมบันทึกเหตุการณ์ครั้งนี้หมดทุกคน ตั้งแต่เสด็จออกจนเสด็จกลับพระบรมมหาราชวัง สำหรับภาพนี้แบ็คกราวด์หลังที่เป็นหลอดไฟ ถ่ายออกมาแล้วสวยมาก การเสด็จสถลมารค หมู่ทหารมหาดเล็ก การแต่งกายมีสีสัน มีความเป็นไทย มีความเก่าแก่โบราณ สวยมาก แล้วฉลองพระองค์ท่านวิจิตรมากครับ เราต้องตั้งกล้องรอ ด้านหน้ามีพลทหารมหาดเล็ก ที่ประทับใจมากคือในหลวงทรงแย้มพระสรวลไปตลอดทางเลย 

การได้มาร่วมงานที่พารากอนครั้งนี้ก็ยินดีครับ ถือว่าเราได้อยู่ในช่วงของทั้งสองรัชกาล บางคนไม่เคยเห็นงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกมาก่อน สมัยรุ่นพ่อก็อาจจะไม่ได้เห็น ไม่มีทีวีถ่ายทอด ได้เห็นแต่ภาพถ่ายหลังจากงานได้จบลงไปแล้ว แต่พวกเราช่างภาพได้เห็นงานพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่นี้อย่างใกล้ชิด ดีใจครับ ช่างภาพเนชั่นต่างก็มีภาพประทับใจกันทุกคน ทุกแบบ ทุกมุม บางคนได้ถ่ายริ้วขบวน พอริ้วขบวนผ่านไปก็ได้ถ่ายประชาชน ทุกๆ คนประทับใจหมด”

 

cover2ภาพ : วสันต์ วณิชชากร ช่างภาพสำนักข่าว AP

“รูปนี้ทุกพระองค์ทรงพระสรวล ทรงยิ้ม แล้วเห็นพระพักตร์หมดทุกพระองค์เลย เห็นเท่าๆ กัน ไม่มีการบังกัน เป็นจังหวะที่ยากมาก ต้องรอ ต้องคอยจ้อง ต้องไม่ทิ้งวิวไฟน์เดอร์ ที่สำคัญรูปนี้ไม่เหมือนรูปอื่นๆ ก็คือว่า พระองค์หญิงท่านทรงยิ้มด้วย รูปอื่น จังหวะอื่น ท่านยังไม่ยิ้ม แต่รูปนี้ทุกพระองค์ พระพักตร์ยิ้มหมดเลย กว่าจะได้ภาพนี้มา เราต้องเข้าไปดูสถานที่ก่อนล่วงหน้า เอาเลนส์ไปทดสอบระยะ แล้วเลือกตำแหน่งยืน จากนั้นพอถึงวันจริงก็ไปเช้าๆ ไปยืนจองตำแหน่งนั้น จริงๆ แล้วก็ไม่คาดคิดว่าจะมีจังหวะแบบนี้หรอกครับ เพียงแต่ว่าเราต้องมีสมาธิกับเป้าหมาย ตาเราก็ต้องอยู่ในวิวไฟน์เดอร์ตลอดเวลา มันถึงจะสามารถกดชัตเตอร์ได้ทัน ช่วงเวลาที่เสด็จออกมาก็ไม่นาน แล้วที่ยากยิ่งกว่านั้นก็คือว่า แต่ละพระองค์ท่านจะขยับไปมาตลอด บังกันบ้าง จะไม่เห็นชัดทุกรูป มีรูปนี้รูปเดียวที่เห็น แล้วทรงยิ้มหมดเลยทุกพระองค์”

 

cover4ภาพ : สืบพงศ์ อิทธิธนกุล ช่างภาพสห+ภาพ

“ผมไปถึงที่นั่นประมาณเที่ยง ทีแรกคิดว่าคงเข้าไปได้ไม่ถึงด้านหน้า คนน่าจะเต็มพื้นที่แล้ว น่าจะอยู่ได้แบบไกลๆ ก็เลยเตรียมเลนส์ไปยาวๆ 200-500 mm แต่ว่าโชคดีได้เข้าไปถึงด้านหน้าอาคาร ตรงลานองคมนตรีที่อยู่ตรงข้ามเลย แล้วก็นั่งรอตั้งแต่เที่ยงจนถึง 4-5 โมงเย็น พอเสด็จออกมาก็ถ่ายตลอดเวลาเลย แต่ว่ารูปนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ทุกพระองค์ท่านกำลังเสด็จกลับเข้าไปแล้ว ช่างภาพส่วนใหญ่ก็จะเก็บกล้องกันแล้ว แล้วบังเอิญพระองค์หญิงทรงโบกพระหัตถ์ขึ้นมา ช่วงนั้นผมยังไม่ได้เก็บกล้อง ก็เลยถ่ายต่อ จังหวะที่ถ่ายไม่เห็นว่า ในหลวงหันมาแย้มพระสรวล พอมาเช็ครูปทีหลังเห็นว่ามีภาพนี้ รู้สึกตื่นเต้น คิดว่าเป็นรูปที่ดีที่สุด รู้สึกว่าคุ้มค่ามากกับการรอคอย เมื่อภาพลงโซเชียลก็ถูกแชร์ไปมากมายเป็นแสนภาพ 

ปกติผมอยู่ในกลุ่มสห+ภาพ แต่งานนี้ผมไปในนามของประชาชน อยู่ร่วมกับประชาชนที่มีแต่มือถือ จุดที่ผมยืนไม่มีช่างภาพมายืน ก็เลยไม่เห็นใครที่ได้จังหวะแบบนี้ พอได้เห็นภาพตัวเองมาแสดงในงานนี้ก็รู้สึกดีใจ ตื่นเต้น อีกอย่างหนึ่งได้เห็นในหลวงรัชกาลที่ 10 ในระยะที่ใกล้ขนาดนี้ และได้เห็นนานขนาดนี้ เพราะปกติส่วนใหญ่จะได้เห็นก็ตอนที่พระองค์ท่านนั่งอยู่ในรถยนต์เสด็จผ่านไปแป๊บเดียว แต่ครั้งนี้นานมาก ตั้งแต่พระองค์ท่านเสด็จออกมาจนเสด็จกลับเข้าไปนานกว่า 5 นาที ผมถ่ายไม่หยุดเลย”

 

cover5ภาพ : เอกรินทร์ เอกอัจฉริยะวงศ์ ช่างภาพสห+ภาพ

“ภาพนี้เป็นวันที่ 5 ซึ่งแดดร้อนมากๆ แต่ทุกคนโดยเฉพาะผู้สูงวัยมาจองแถวหน้าๆ เลย มารอกันตั้งแต่เช้า ถ้าบางคนมีธุระเดินออกมาก็จะหลุดที่ตรงนั้นไปเลย ทุกคนเฝ้ารอชมพระบารมี พระองค์ท่านจะเสด็จมา ณ จุดนี้สองทุ่มสามทุ่ม คิดดูนะครับ เขาใช้ชีวิตอยู่ตรงนี้ บางคนมาเป็นครอบครัว ก็ผลัดกันเฝ้า กินข้าว ไปเข้าห้องน้ำ ทุกคนไม่อยากจะเสียที่ของตัวเองไป ตรงนี้คือแถวบ้านผมเลย นี่ขนาดผมอยู่ใกล้นะ คนที่เขามาจากต่างจังหวัดไกลๆ ยังมาก่อนผมเลย เขามานอน แล้วกับสภาพอากาศแบบนี้ ก็ต้องแข็งแรงพอสมควร เพราะมีหลายท่านเป็นลม มีป่วยไม่สบาย มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล แต่พอถึงเวลาจริงๆ ประชาชนหลั่งไหลมามากกว่าที่เห็นในภาพนี้อีก แทบจะไม่มีพื้นที่ในการขยับตัวเลย ทุกคนมากันล้นหลามมาก 

ผมชอบรูปนี้เพราะมันเรียลมากๆ ไม่มีความเป็นระเบียบเลย ซึ่งรูปที่มีคนโบกธงจะมีคนเห็นเยอะแล้ว บางคนอาจจะไม่เห็นเบื้องหลังว่า ก่อนที่จะไปถึง ณ จุดนั้น สภาพเป็นอย่างไร อันนี้เราไปในฐานะภาคประชาชน ก็อยากจะนำเสนอภาพแลนด์สเคปที่มีประชาชนมารอกันเยอะมาก แล้วก็เป็นแลนด์มาร์คที่บ่งบอกความเป็นประเทศไทยอีกจุดหนึ่ง ระหว่างรอเราสามารถเดินไปเดินมาได้ แต่พอถึงเวลาที่พระองค์ท่านเสด็จ เราไม่สามารถไปไหนได้ อีกอย่างหนึ่งประชาชนพร้อมใจกันใส่เสื้อสีเหลือง เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ เป็นภาพเบื้องหลังของการรอคอย การได้มาร่วมแสดงภาพถ่ายในงานนี้รู้สึกดีใจภูมิใจ ที่เราถ่ายภาพไปเยอะแยะแล้วได้ออกมาแสดงให้คนอื่นได้ดู ให้คนที่ไม่ได้มางานได้เห็นว่าวันนั้นมีเหตุการณ์อย่างนี้ มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง"

เปิดอ่าน 1,303