นาโกโร่ หุบเขาตุ๊กตา

May 15, 2019
by อะตอม

ตุ๊กตาน่ารักๆ ทำให้หมู่บ้านนาโกโร่ ห่างจากกรุงโตเกียว 550 กิโลเมตร กลายเป็นที่รู้จักและมีคนมาท่องเที่ยวมากขึ้น

 ถนนที่ถูกทิ้งร้างไร้ ซึ่งผู้คนในหมู่บ้านนาโกโร่ที่อยู่ลึกเข้าไปในภูเขาทางตะวันตกของญี่ปุ่น จู่ๆ ก็ดูวุ่นวายขึ้นมาด้วยตุ๊กตาขนาดเท่ามนุษย์จริงที่กระจัดกระจายอยู่ตามมุมต่างๆ ของหมู่บ้าน

ตุ๊กตาเหล่านั้นเป็นผลงานของผู้หญิงญี่ปุ่นที่รังสรรค์ขึ้นมา เพื่อสู้กับความเงียบเหงาในนาโกโร่ หมู่บ้านที่เผชิญกับปัญหาจำนวนประชากรลดลงเหมือนกับหมู่บ้านญี่ปุ่นอีกหลายๆ แห่ง

หมู่บ้านนาโกโร่ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโตเกียว เมืองหลวงไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 550 กิโลเมตรกลายเป็นที่รู้จักในฐานะ “หุบเขาตุ๊กตา” หลังจากที่สึกิมิ อายาโนะ คนท้องถิ่นเริ่มนำตุ๊กตาที่มีลักษณะเหมือนหุ่นไล่กาไปไว้บนถนนเพื่อเติมเต็มชีวิตให้กับหมู่บ้านร้างแห่งนี้

“หมู่บ้านนี้มีคนอาศัยอยู่เพียง 27 คน แต่เรามีตุ๊กตาจำนวนมากกว่า 10 เท่าหรือ 270 ตัว” หญิงวัย 69 ปีเจ้าของตุ๊กตากล่าว

ทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อ 16 ปีที่แล้ว เมื่ออายาโนะทำหุ่นไล่กาที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าของพ่อเอาไว้หลอกนกไม่ให้มากินเมล็ดพืชที่ปลูกไว้ในสวน

“คนงานคนหนึ่งคิดว่า มันเป็นพ่อของฉัน เขาเลยกล่าวทักทาย แต่ปรากฎว่ามันเป็นหุ่นไล่กา ซึ่งมันน่าขำมาก” อายาโนะ เล่า

ตั้งแต่นั้นมาอายาโนะ ก็เริ่มทำตุ๊กตาขนาดเท่าคนจริง โดยใช้ไม้เป็นโครง ใช้หนังสือพิมพ์ทำเป็นตัวหุ่น ใช้ผ้ายืดทำเป็นผิวหนังและใช้ผ้าขนสัตว์มาถักทอเป็นผม

หญิงผู้มากไปด้วยทักษะและฝีมือใช้เวลาเพียงแค่ 3 วันในการประดิษฐ์ตุ๊กตาตัวโตเท่ามนุษย์ได้ 1 ตัว

และอะไรที่ทำให้ตุ๊กตาเหล่านั้นดูมีชีวิตจริงๆ ล่ะ ความลับก็คือ เธอทาปากสีชมพูและปัดแก้มด้วยแปรงแต่งหน้าให้ตุ๊กตานั่นเอง

อายาโนะนำตุ๊กตาไซส์เด็กที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีสันสดใสจำนวน 12 ตัวไปวางไว้ที่โต๊ะเรียนในโรงเรียนของหมู่บ้านราวกับว่า พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของห้องเรียน ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วโรงเรียนปิดไปเมื่อ 7 ปีก่อน เพราะไม่มีนักเรียนเหลือให้สอน

“ตอนนี้ที่หมู่บ้านไม่มีเด็กหลงเหลืออยู่เลย คนที่อายุน้อยที่สุดคืออายุ 55 ปี” อายาโนะกล่าว

บนถนนในหมู่บ้านมีตุ๊กตาหุ่นไล่กากระจัดกระจายไปทั่ว ตั้งแต่ครอบครัวตุ๊กตานั่งอยู่หน้าร้านขายของชำที่ถูกทิ้งร้าง ในขณะที่ตุ๊กตาที่แต่งตัวเหมือนชาวนาก็ยืนทำท่าซื้อของอยู่ที่ประตูถัดไป

ใกล้ๆ กับป้ายรถเมล์ ตุ๊กตากลุ่มหนึ่งรวมตัวกันอยู่ ใกล้ๆ กันมีหุ่นที่แต่งตัวเป็นพ่อลากรถเข็นที่เต็มไปด้วยตุ๊กตาลูกๆ

อายาโนะจำได้ว่า ตอนเธอเป็นเด็ก นาโกโร่เคยเป็นหมู่บ้านที่เจริญรุ่งเรืองที่มีประชากรกว่า 300 คนและมีแรงงานที่ทำงานในอุตสาหกรรมป่าไม้และงานก่อสร้างเขื่อน

"ผู้คนค่อยๆ ทะยอยทิ้งบ้านออกไปอยู่ที่อื่น ตอนนี้ที่นี่เงียบเหงามาก” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย

อายาโนะบอกว่า เธอทำตุ๊กตาจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะอยากจดจำถึงช่วงเวลาที่หมู่บ้านเต็มไปด้วยผู้คนและมีชีวิตชีวา

สภาพการณ์เลวร้ายแบบนาโกโร่เกิดขึ้นในหลายหมู่บ้านทั่วญี่ปุ่นที่ต้องต่อสู้กับปัญหาจำนวนประชากรลดลง อัตราการเกิดต่ำและคนมีอายุขัยยืนยาวมากขึ้นหรือตายช้าลง

ญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกกำลังจะกลายเป็นประเทศแรกในโลกที่อยู่ในภาวะ “ultra aged” หรือสังคมที่มีประชากรร้อยละ 28 ขึ้นไปเป็นคนที่อายุ 65 ปีขึ้นไป

รายงานล่าสุดของรัฐบาลญี่ปุ่นพบว่า ร้อยละ 27.7 หรือ 1 ใน 4 ของประชากรจำนวนทั้งหมด 127 ล้านคนเป็นคนอายุ 65 ปีขึ้นไป และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 37.7 ในปี 2050

ผู้เชี่ยวชาญด้านประชากรระบุว่า ประมาณร้อยละ 40 ของเทศบาลจำนวน 1,700 แห่งของญี่ปุ่นถูกระบุว่าอยู่ในภาวะ “จำนวนประชากรลดลง”

ทาคูมิ ฟูจินามิ นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันการวิจัยแห่งญี่ปุ่นกล่าวว่า หลังสงครามโลกครั้งที่สอง การทำป่าไม้และเกษตรกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากจึงอาศัยอยู่ในชนบท เช่น นาโกโร่ แต่ในช่วงทศวรรษที่ 60 คนหนุ่มสาวเริ่มย้ายออกมาอยู่ในโตเกียว เพราะเศรษฐกิจในโตเกียวซึ่งเป็นเขตอุตสาหกรรมในเวลานั้นกำลังบูมมาก และมันเป็นที่เดียวที่คนสามารถหาเงินได้

ฟูจินามิ คิดว่า นโยบายปั๊มเงินเข้าไปในภูมิภาคของรัฐบาลไม่เพียงพอที่จะหยุดคนหนุ่มสาวจากการละทิ้งบ้านเกิดเพื่อไปทำงานในโตเกียว ดังนั้น สิ่งสำคัญคือต้องเพิ่มรายได้หรือปรับปรุงสภาพการทำงานสำหรับคนหนุ่มสาวในชนบทให้ดีขึ้น หรือสร้างชุมชนที่คนหนุ่มสาวสามารถทำมาหากินในระยะยาวนั่นเอง

แม้ความหวังที่จะเห็นคนย้ายกลับไปอยู่ที่นากาโร่จะเลือนลาง แต่เสน่ห์ของตุ๊กตาของอายาโนะก็สามารถดึงดูดความสนใจจากมนุษย์จริงๆ จากแดนไกลอย่างสหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศส

“ก่อนที่ฉันจะเริ่มทำตุ๊กตาหุ่นไล่กา ไม่มีใครแวะมาที่นี่เลย แต่ตอนนี้หลายคนมาเที่ยวที่นี่ และฉันหวังว่านากาโร่จะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง" เธอกล่าว

“ฉันไม่รู้ว่าที่นี่จะเป็นอย่างไรในอีก 10 หรือ 20 ปี แต่ฉันจะเดินหน้าสร้างตุ๊กตาต่อไป” อายาโนะกล่าวทิ้งท้าย

......................

ที่มา : สำนักข่าวเอเอฟพี

เปิดอ่าน 262