แซ่ซ้องสรรเสริญพระบารมี

May 8, 2019
by ทีมข่าวจุดประกาย

ห้วงเวลามหาปิติ ปวงชนชื่นชมยินดีพระบารมีปกไทย

"เราจะสืบสาน รักษา ต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” พระปฐมบรมราชโองการ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกได้นำความสุขความยินดีมาสู่พสกนิกรทั่วประเทศที่เฝ้าชื่นชมพระบารมีไม่ว่าจะผ่านหน้าจอโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ หรือเดินทางมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์สำคัญในช่วงเวลาดังกล่าว 

60047577_2278463902212409_7780823836458483712_o

  • ราษฏร์ทั่วหล้าร่วมสดุดี

เนื่องในโอกาสมหามงคลประชาชนทั่วประเทศต่างมีส่วนร่วมกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกกันอย่างถ้วนหน้า ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมการพระราชพิธีในส่วนต่างๆ โดยเฉพาะแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิจากทั่วประเทศ จิตอาสาที่ร่วมในการทำกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ จนเข้าสู่ห้วงเวลาของพระราชพิธี พสกนิกรชาวไทยต่างก็แสดงความปิติยินดี และความจงรักภักดีอย่างพร้อมเพรียงกัน 

หลายจังหวัด มีการจัดกิจกรรมร่วมทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยประชาชนที่มาร่วมทำบุญต่างพร้อมใจกันแต่งกายในชุดโทนสีเหลือง อีกทั้งยังมีการพิธีเจริญชัยมงคลคาถา ย่ำฆ้อง กลอง ระฆัง โดยพระสงฆ์ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์อีกด้วย 

อย่างที่ จ.สงขลา ได้มีการจัดสถานที่บริเวณ วัดชัยมงคลพระอารามหลวง อ.เมือง ให้ประชาชนร่วมรับชมการถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกผ่านจอ LED ขนาดใหญ่ ตลอดจนการอำนวยความสะดวกในด้านอาหาร น้ำดื่ม การปฐมพยาบาล และสุขาไว้คอยบริการ

ส่วน จ.กาฬสินธุ์ ได้มีการจัดขบวนรถผู้ร่วมเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในการเสด็จเลียบพระนครที่มีทั้ง ข้าราชการ ประชาชน จิตอาสา เดินทางเข้าเฝ้ากว่า 500 คน ซึ่งทางจังหวัดได้จัดหารถบัสโดยสารสำหรับให้บริการอำนวยความสะดวก ในการเดินทางทั้งขาไปและขากลับ

ขณะที่ บริเวณสถานที่ราชการ ห้าง ร้าน และสถานที่สาธารณะต่างๆ ยังมีการจัดตั้งโต๊ะสำหรับลงนามถวายพระพร ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากประชาชนเข้ามาร่วมลงนามอยู่โดยตลอด

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงออกถึงความจงรักภักดีหลากหลายรูปแบบ อย่าง กลุ่มนักปั่นจักรยานจาก จ.ศรีสะเกษ อุบลราชธานีอำนาจเจริญ และยโสธร กว่า 300 คน มารวมตัวกันปั่นจักรยานทางไกลมุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมกิจกรรมถวายพระพร ถวายความจงรักภักดี แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นต้น 

สำหรับคนที่ไม่สามารถเดินทางร่วมงานพระราชพิธีได้อย่าง วรรธนะ คำอินทร์ หรือน้องทาม อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดหนองนาดงกวาง จ.พิษณุโลก ซึ่งพิการตั้งแต่กำเนิดไม่มีแขนทั้งสองข้าง แต่มีความสามารถในการใช้เท้าแทนมือในการวาดภาพ และสามารถปั่นรถจักรยานได้อย่างคล่องแคล่ว ที่ผ่านมาได้เข้าร่วมโครงการ bike for Dad และ bike for Mom เป็นหนึ่งในผู้ได้รับจักรยานพระราชทาน เผยความรู้สึกว่า แม้จะไม่ได้เดินทางไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธี แต่การได้นั่งดูการถ่ายทอดสดผ่านหน้าจอโทรทัศน์ ยังคงรู้สึกปีติยินดีปลาบปลื้มเป็นอย่างมาก ในฐานะคนไทยที่ได้ชื่นชมพระบารมี ได้เห็นพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ

60033687_2278463745545758_8974275714782068736_n

  • ทำความดีด้วยหัวใจ

“การมีส่วนร่วม” ถือเป็นสิ่งที่ปรากฏเสมอมาในงานสำคัญๆ เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะในช่วงงานพระราชพิธีสำคัญอย่างนี้ “จิตอาสา” ถือเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความรัก และปราถนาดีที่ผู้คนมีให้แก่กันอีกทั้งยังถือเป็นการแสดงความจงรักภักดีให้เป็นที่ประจักษ์อีกทางหนึ่ง 

พฤกษณัฏฐ์ ทรงชุ่ม นักเรียนทุน มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.) รุ่นที่ 10 จังหวัดชัยภูมิ และเบญจวรรณ โมนอก นักเรียนทุน ม.ท.ศ.รุ่นที่ 10 จังหวัดสมุทรปราการ ตัวแทนจิตอาสาทำความดีเล่าว่า ภายในบริเวณสถานที่ที่เกี่ยวเนื่องกับงานพระราชพิธีโดยรอบพระบรมมหาราชวังนั้น ตลอดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จะมีทีมจิตอาสาจากทั่วประเทศทยอยสับเปลี่ยนกันมาเพื่อทำความดีในรูปแบบต่างๆ ที่แต่ละคนถนัด และสามารถทำได้

อย่างทีมนักเรียนทุน ม.ท.ศ.รุ่นต่างๆ ที่มาร่วมงานในวันที่ 5 พฤษภาคม นั้นก็มีการแบ่งกลุ่มออกเป็น 4 กลุ่ม เพื่อตระเวนเก็บขยะตามจุดสำคัญที่มีประชาชนอยู่จำนวนมาก อาทิ ถนนราชดำเนิน และจุดคัดกรองที่ 4 บริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์

เจตจำนง พันธ์งาม ทีมแพทย์ฉุกเฉินร่วมกตัญญูจากสระบุรี หนึ่งในหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ สังกัดกรมการแพทย์ เล่าถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่หน่วยการแพทย์นั้นจะกระจายกำลังประจำจุดคัดกรองต่างๆ เพื่อดูแลสุขภาพของประชาชนที่มาร่วมงานหากเกิดเหตุจะสามารถเข้าดูแลได้ทันที พร้อมทั้งหากประชาชนต้องการพักผ่อน ยังมีหน่วยแพทย์ใหญ่ บริเวณข้างโรงแรมรัตนโกสินทร์ ซึ่งมีทีมแพทย์คอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งวัน

ขณะเดียวกัน เสริฐ ดุลยลักษณนนท์ จากคณะกรรมการลูกเสือแห่งชาติ พร้อมด้วยเพื่อนลูกเสืออีก 2 คน ที่นัดหมายมาร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในฐานะผู้สังเกตการณ์ได้แต่งกายด้วยชุดลูกเสือครั้งนี้เพื่อต้องการให้รู้ว่าลูกเสือเป็นผู้ให้บริการ และพร้อมบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมเสมอ

“รู้สึกยินดี ปลาบปลื้มที่ในหลวง รัชกาลที่ 10 ได้ขึ้นครองราชย์อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งผมอยากเห็นประเทศมีความร่มเย็น และประชาชนคนไทยรอคอยงานนี้มานานแล้ว”

ด้าน อธิบภากร เพ็งแช่ม อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู จุด สน.บางโพงพาง บอกว่า ในส่วนมูลนิธิได้นำทีมปฐมพยาบาลมาร่วมงานนี้กว่า 30 ทีม ทั้งทีมรถพยาบาลฉุกเฉิน และทีมเดินเท้ารวมแล้วหลายร้อยคน ตรวจตราดูแลให้ความช่วยเหลือประชาชนที่เข้ามาร่วมพระราชพิธีราชาภิเษกที่เจ็บป่วย

ส่วน อุสาห์ ชัยราช ถึงแม้จะมีอายุ 78 ปีแล้ว ก็ยังอุทิศตัวเป็นจิตอาสาเพื่อเป็นประโยชน์กับส่วนรวม โดยส่วนตัวรู้สึกมีความสุขมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการรับใช้พระองค์ท่าน

นอกจากนี้ยังมี ปวริศา เขมะโยธิน นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาที่เข้ามาเป็นช่างภาพเยาวชนจิตอาสาเพื่อมาบันทึกภาพครั้งสำคัญของแผ่นดิน จึงได้มีโอกาสมาทำหน้าที่เป็นจิตอาสาในครั้งนี้ หน้าที่ของเราคือการบันทึกภาพแห่งแผ่นดิน ภาพประวัติศาสตร์และบันทึกภาพประชาชน ที่จะสื่อถึงความจงรักภักดี โดยเน้นที่ความสะดวกของแต่ละคนเป็นหลัก

“ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในชีวิต รู้สึกเป็นเกียรติประวัติแก่ชีวิตว่าครั้งหนึ่ง ได้มาร่วมงานนี้ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ได้มองและเก็บภาพต่างๆไว้เพื่อไปเล่าให้ลูกหลานฟัง ถือว่าภูมิใจที่ได้มาทำงานตรงนี้"

59534799_2278463928879073_8102465055263555584_o

  • ปลื้มปิติด้วยพระบารมี

นอกจากกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และการแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่มีต่อพระมหากษัตริย์ของปวงชนชาวไทยแล้ว การเดินทางมาเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีบรมราชาภิเษกก็ถือเป็นอีกภาพการแสดงออกถึงความปลื้มปิติของเหล่าประชาชนที่ได้มีส่วนร่วมในเหตุการณ์สำคัญของประวัติศาสตร์ชาติไทยอีกเหตุการณ์หนึ่งด้วย 

“ตั้งใจมากที่จะเดินทางมาดูงานพระราชพิธีด้วยตาตัวเอง” ถือเป็นความตั้งใจของ ศุณัทธ์ชา ทองเลื่อน พร้อมครอบครัว และคนในหมู่บ้านอีกกว่า 20 ชีวิตที่เดินทางจากจังหวัดสุรินทร์เพื่อเข้าร่วมรับเสด็จบริเวณท้องสนามหลวง เพราะถือเป็นงานใหญ่ งานสำคัญของประเทศ อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่จะได้เห็นงานแบบนี้ และอยากมาเฝ้ารับเสด็จด้วยตนเอง อยากเห็นทุกพระองค์ และยืนยันว่า จะอยู่ชมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกทุกขั้นตอน ก่อนเดินทางกลับภูมิลำเนาในวันที่ 7 พฤษภาคม

ด้าน อ่อนศรี แก้วจันทรา ประชาชนจากจังหวัดเชียงรายที่เดินทางมากับญาติอีก 2 คน ก็ตั้งใจที่จะเดินทางมารับเสด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยตนเอง รู้สึกคิดถึงพระเจ้าอยู่หัว ไม่ว่าอากาศจะร้อนแค่ไหนตนก็พร้อมจะเดินทางมาเข้าร่วม

ส่วน ศักดิ์รินทร์ หลิ่มวิรัตน์ ถึงจะทำงานอยู่ที่ จ.ระยอง ก็ได้ลางานเดินทางมากรุงเทพฯ เพื่อมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เจ้าตัวยอมรับว่า นี่ถือเป็นความภูมิใจครั้งหนึ่งในชีวิตที่มีโอกาสแสดงออกซึ่งความคงรักภักดีในโอกาสสำคัญนี้ 

พงษ์ศักดิ์ จันทร์พฤกษ์ ชาวสวนปาล์ม ซึ่งออกเดินเท้ามาจากจังหวัดศาลากลาง จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน และมาถึงกรุงเทพฯ เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 4 พฤษภาคม รวมระยะทางกว่า 630 กิโลเมตร โดยเดินทางมาถวายความเคารพที่หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร บริเวณหน้าพระบรมมหาราชวัง ก่อนถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ด้านหน้าศาลหลักเมือง เผยว่า การเดินครั้งนี้ต้องการแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ที่เทิดทูนด้วยใจเสมอมา

59701441_2278463832212416_7275405296384606208_n

....

พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทยทรงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างสรรค์ความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคงของชาติ พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นต้นมาจนกระทั่งปัจจุบัน

นอกจากเป็นมิ่งขวัญ และหลักชัยให้กับพสกนิกรใต้พระบรมโพธิสมภารก้าวข้ามเหตุการณ์ต่างๆ ไปได้อย่างมั่นคง ยังทรงธำรงพระราชปณิธานตามบูรพกษัตราธิราชเจ้ายึดถือเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทยเสมอมา

59618392_2278463765545756_8732728566531227648_o

เปิดอ่าน 232