โบราณวัตถุเกี่ยวเนื่องพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

May 6, 2019
by ทัศนีย์ สาลีโภชน์

เยือนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ชมโบราณวัตถุที่เกี่ยวเนื่องในการเสวยราชสมบัติของพระมหากษัตริย์สยาม

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นโบราณราชประเพณีที่กระทำสืบเนื่องมาอย่างยาวนาน และมีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นพระราชพิธีที่ต้องทำเพื่อการเสด็จขึ้นครองราชย์อย่างสมบูรณ์ของพระมหากษัตริย์ไทย

ทุกรายละเอียดของพระราชพิธีฯ ไม่ว่าจะเป็น ขั้นตอน สถานที่ เครื่องประกอบในพระราชพิธี จึงล้วนแล้วแต่มีความหมายทั้งสิ้น

สันนิษฐานว่าไทยเรารับคติการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกมาจากอินเดีย โดยปรากฎหลักฐานให้เห็นมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ซึ่งมีศิลาจารึกหลักที่ 2 หรือจารึกวัดศรีชุม กล่าวถึง “พ่อขุนผาเมืองอภิเษกพ่อขุนบางกลางหาวให้เมืองสุโขทัย” และศิลาจารึกวัดป่ามะม่วงที่กล่าวถึงเครื่องราชกกุธภัณฑ์ในพิธีบรมราชาภิเษกพระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไทย) ว่าประกอบด้วย มกุฎ พระขรรค์ชัยศรี และเศวตฉัตร

พอมาถึงสมัยอยุธยา ปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในคำให้การของชาวกรุงเก่าที่กล่าวถึงขั้นตอนของพระราชพิธีนี้ว่า

“...พระเจ้ากรุงศรีอยุธยาจึงโปรดให้เอาไม้มะเดื่อนั้น มาทำตั่งสำหรับประทับสรงพระกระยาสนานในการมงคล เช่น พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นต้น

พระองค์ย่อมประทับเหนือพระที่นั่งตั่งไม้มะเดื่อ สรงพระกระยาสนานก่อนแล้ว (จึงเด็จไปประทับพระที่นั่งภัทรบิฐ)

มุขอำมาตย์ถวายเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ คือ มหามงกุฎ 1 พระแสงขรรค์ 1 พัดวาลวิชนี 1 ธารพระกร 1 ฉลองพระบาทคู่ 1...”

ทว่า การสูญเสียกรุงศรีอยุธยาถึงสองครั้งสองคราส่งผลให้สิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระมหากษัตริย์ครั้งกรุงศรีอยุธยาถูกเผาทำลายหรือสูญหายไปหมด หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงประกอบพระราชพิธีปราบดาภิเษกขึ้นเป็นปฐมบรมกษัตริย์แห่งราชจักรีวงศ์ในปี พ.ศ. 2325 แล้ว พระองค์ทรงโปรดให้เจ้านายและขุนนางสมัยกรุงเก่าร่วมกันตรวจสอบองค์ความรู้ว่าด้วยการราชาภิเษกในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร หรือขุนหลวงวัดประดู่ แล้วแต่งเรียบเรียงเป็นตำราขึ้นมา เรียกว่า “ตำราราชาภิเษกครั้งกรุงศรีอยุธยาสำหรับหอหลวง” ซึ่งเป็นตำราที่เกี่ยวกับการราชาภิเษกที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่พบหลักฐานในประเทศไทย

เมื่อได้แบบแผนการราชาภิเษกที่สมบูรณ์ อีกทั้งพระราชมณเฑียรที่สร้างขึ้นใหม่แล้วเสร็จพอดี ใน พ.ศ. 2328 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกให้สมบูรณ์ตามแบบแผนอันได้เคยมีมาแต่เก่าก่อนอีกครั้งหนึ่ง

ดังนั้น สิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่เราเห็นกันในปัจจุบัน อาทิ เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ อันประกอบด้วย พระมหาพิชัยมงกุฎ พระแสงขรรค์ชัยศรี ธารพระกร ฉลองพระบาท จึงเป็นสิ่งที่สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงมีพระประสงค์ให้จัดสร้างขึ้นทั้งสิ้น ยกเว้น พระแส้ขนหางช้างเผือกที่สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นแล้วเรียกรวมกับพัดใบตาลที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 ว่า วาลวิชนี

แต่ด้วยความที่เครื่องประกอบในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นของสูง มีค่าควรเมือง จึงถูกเก็บรักษาไว้ในเขตพระราชฐานชั้นในที่บุคคลทั่วไปไม่อาจเข้าถึง แต่ถ้าอยากศึกษา และทำความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชพิธีสำคัญนี้ให้มากยิ่งขึ้น เราสามารถศึกษาจากโบราณวัตถุที่เกี่ยวเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งจัดแสดงอยู่ ณ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พระนคร ได้เช่นกัน

......................

ก่อนที่จะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะต้องมีการจัดทำพระราชพิธีเบื้องต้น เช่น การจารึกพระสุพรรณบัฏเฉลิมพระปรมาภิไธย ดวงพระราชสมภพ และแกะตราพระราชลัญจกรประจำรัชกาลขึ้นก่อนเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกต่อไป

พระสุพรรณบัฎ

พระสุพรรณบัฎ เป็นแผ่นทองคำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หนา 0.1 เซนติเมตร ความกว้างยาวขึ้นอยู่กับจำนวนอักษรของพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ที่จะจารึกลงไป ส่วนการจารึกพระนามในพระสุพรรณบัฎจะกระทำในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สันนิษฐานว่าน่าเป็นพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อเสร็จพระราชพิธีแล้วจะมีการเชิญพระสุพรรณบัฎใส่หีบทองคำ แห่เข้าพระบรมมหาราชวังเพื่อเตรียมการถวายองค์พระมหากษัตริย์ในวันประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกต่อไป

ผู้ที่อยากเห็นพระสุพรรณบัฎของจริงว่ามีรูปร่างลักษณะเป็นเช่นไรสามารถเข้าชมได้ที่พระที่นั่งปัจฉิมาภิมุข พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ซึ่งมีพระสุพรรณบัตรของพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์จัดแสดงไว้ เช่น พระสุพรรณบัฎเฉลิมพระนาม พระองค์เจ้ารำเพยภมราภิรมย์ พระสุพรรณบัฎเฉลิมพระนามพระบรมไหยิกาเธอ กรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร พระสุพรรณบัฎเฉลิมพระนาม พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าแก้วกัลยาณี

.....................

ส่วนที่ อิสริยพัสตราภูษาภัณฑ์ พระที่นั่งอุตราภิมุข ซึ่งเป็นห้องจัดแสดงผ้าและเครื่องแต่งกายที่แสดงราชอิสริยยศยศของพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ในราชสำนักนั้น สิ่งที่ห้ามพลาดคือการไปชม “ผ้าเขียนทอง” ซึ่ง อ. ธีรพันธุ์ จันทร์เจริญ ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎ์ธานี ผู้เชี่ยวชาญด้านอยุธยาอาภรณ์ ให้ข้อมูลว่า เป็นพระภูษาทรงของพระมหากษัตริย์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว

ผ้าเขียนทอง

ผ้าเขียนทอง เกิดจากการนำผ้าลายอย่างเนื้อดีคุณภาพเยี่ยมที่นำเข้าจากประเทศอินเดีย มาเขียนเส้นทองตัดขอบลายให้เกิดความงดงามเป็นสีทองอร่ามทั้งผืน โดย อ. ธีรพันธุ์ กล่าวว่า ช่างหลวงประจำราชสำนักจะเขียนลวดลายตามแบบอย่างสยามส่งไปให้ช่างทำผ้าแถบโคโรแมนเดลโคสต์ หรือชายฝั่งทะเลทางตะวันออกเฉียงใต้ของอินเดียผลิต แล้วส่งกลับมาให้ช่างหลวงของไทยเขียนลายทองทับลงไปอีกที

ขั้นตอนการผลิตที่ยุ่งยากซับซ้อนนี้ส่งผลให้ผ้าลายอย่างเขียนทองมีความประณีตวิจิตรไม่ต่างไปจากงานจิตรกรรมของช่างเขียนชั้นเลิศ จนบางครั้งถึงกับถูกเรียนขานว่า “จิตรพัสตร์” จึงกล่าวได้ว่า “ผ้าเขียนทอง” มีคุณค่าคู่ควรแล้วต่อการเป็นภูษาทรงของพระมหากษัตริย์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

.............................

ตาลปัตรในพระราชพิธีบรมราชาภิเษ111ก

สถานที่สุดท้ายคือ พระที่นั่งพรหมเมศธาดา ซึ่งเป็นห้องเครื่องใช้ในพระพุทธศาสนา มีการจัดแสดงตาลปัตร พัดรองที่ระลึกจากงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์หลายพระองค์จัดแสดงไว้ อาทิ ตาลปัตรที่จัดทำขึ้นเพื่อถวายพระสงฆ์ชั้นสูงเนื่องในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งที่ 2 ของรัชกาลที่ 5 ในปี พ.ศ. 2416 ซึ่งสังเกตุได้จากพระราชลัญจกร จปร ช้าง 3 เศียร ฉัตรประดับ และจุลมงกุฎประดับอยู่บนตาลปัตรด้ามงา นอกจากนี้ยังมีตาลปัตร และพัดรองเนื่องในงานพระราชพิธีของรัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 7 และรัชกาลอื่น ๆ จัดแสดงไว้อีกเป็นจำนวนมาก

 

(ภาพโดย อนันต์ จันทรสูตร)

เปิดอ่าน 1,235