10 ชุมชนตะวันออก...เที่ยวต่อไม่รอแล้วนะ

March 20, 2019
by เสาร์สวัสดี

ปิดเทอมแล้ว อากาศก็ร้อน ถึงเวลาเก็บกระเป๋าออกไปตะลอนเที่ยวกับ 10 ชุมชนสุดเฟี้ยวแห่งภาคที่พระอาทิตย์ขึ้น

หลายคนอาจคิดว่าการไปเที่ยวภาคตะวันออก คือทะเล หรือแค่นอนโรงแรมเก๋ไก๋ แต่ถ้าลองเปลี่ยนมุมมองใหม่อาจจะเจอกับด้านที่สวยงามอย่างคาดไม่ถึง อาจตะลึงกับวัฒนธรรมของชุมชนดั้งเดิมท้องถิ่น ภาคตะวันออกในมุมมองใหม่พร้อมแล้วที่จะพาไปพบทางเลือกใหม่ของการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์และเข้าถึงวิถีชีวิตผู้คนแบบที่บางคนไม่เคยเจอ

1

  • บ้านตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ไม่ใกล้ไม่ไกลจากพัทยา บ้านตะเคียนเตี้ย เป็นชุมชนท้องถิ่นที่ยังรักษาวิถีชีวิตในแบบคนภาคกลางโบราณไว้อย่างเหนียวแน่น แรกมาถึง ลองกินมื้อกลางวันที่ร้านครัวลูกเอก ซึ่งเมนูไฮไลท์ที่มาแล้วต้องสั่งคือ ‘ไก่กรุบกะลา’ หรือ ‘ไก่กะลา’ เป็นอาหารท้องถิ่นที่ประยุกต์เอาวัตถุดิบในพื้นที่มาใช้ นั่นคือ กะลามะพร้าวอ่อน ผัดกับเครื่องแกงและไก่ นอกจากนี้ก็มี แกงหมูชะมวง ที่มาในรูปแบบซุปใสแต่รสแซบ ผัดเผ็ดปลาดุก หมึกทอดกระเทียม ปิดท้ายด้วย ขนมใส่ไส้ ของหวานที่ทำจากมะพร้าวในพื้นที่เช่นกัน

ศูนย์กลางชุมชนบ้านตะเคียนเตี้ยอยู่ที่บ้านของ วันดี ประกอบธรรม หรือบ้าน 100 เสา เป็นเรือนไทยโบราณที่สร้างเรือนแฝดติดกัน 2 หลัง เนื่องจากคุณแม่ของวันดีมีพี่สาวฝาแฝดอีกท่านหนึ่ง ซึ่งตามความเชื่อโบราณฝาแฝดไม่ควรอยู่ห่างกัน บนบ้านจัดให้เป็นพิพิธภัณฑ์ย่อมๆ แสดงของสะสมโบราณของเจ้าของบ้าน

จุดเด่นของที่นี่อยู่ที่กิจกรรมทางวัฒนธรรมที่มีไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวมากมาย แค่แรกมาถึงวันดีและชาวชุมชนก็ต้อนรับด้วยน้ำอัญชันมะพร้าวรสละมุน ชื่นใจกันแล้วก็ได้ชมการสาธิตการทำเมนูไก่กะลา กลิ่นผัดเครื่องแกงและกะเพราหอมหวนไปทั่วบริเวณ ชวนให้น้ำลายสอกันอีกรอบ

กิจกรรมที่หลายคนต้องไม่พลาดคือ การนวดกัวซา ภูมิปัญญาแพทย์พื้นบ้าน โดยอุปกรณ์ที่ใช้นวดคือกระดูกหรือเขาสัตว์ นำมาขูดตามผิวหนังเพื่อเป็นการขับพิษออกจากร่างกาย ช่วยบำบัดโรคต่างๆ หลายคนลองแล้วบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าหายปวดเมื่อยสบายตัวกันทุกคน ส่วนใครที่ชอบงานฝีมือไทยๆ ชาวบ้านยังช่วยสอนการทำ พวงมะโหตร ด้วยการตัดกระดาษสีให้กลายเป็นตาข่ายห้อยระย้า จัดเป็นเครื่องแขวนแบบโบราณที่ปัจจุบันชาวบ้านจะใช้ห้อยประตูหน้าต่างในช่วงงานบวชหรือสงกรานต์เท่านั้น

นอกจากนี้ ชาวบ้านยังนำมะพร้าวที่มีมากมายมาเป็นส่วนผสมทำอาหารการกินอีกหลายอย่าง เช่น ทองพับแม่ลมุล ทอฟฟี่กะทิแบบโบราณ และกาแฟมะพร้าว ที่ใช้กะทิชงแทนนม ได้กลิ่นหอมกลมกล่อมไปอีกแบบ

ที่บ้านตะเคียนเตี้ยยังมีกิจกรรมให้ทำอีกเยอะ เช่น ปั่นจักรยานเที่ยวไปในสวนและชุมชน เดินชมสวนผักตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง นั่งคุยกับคุณลุงคุณป้า เก็บตะลิงปลิงมาจิ้มกะปิกินเล่นยามบ่าย หรือนอนโฮมสเตย์ซักคืน แค่นี้ก็สุขสุดๆ แล้ว

สนใจมาเที่ยวบ้านตะเคียนเตี้ย และทำกิจกรรมร่วมกับชุมชน มาได้ทั้งเดี่ยวๆ หรือเป็นหมู่คณะ โทร.จองล่วงหน้ากับวันดี ประกอบธรรม 09 8412 1712

2

  • บ้านชากแง้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

เป็นหนึ่งในชุมชนต้นแบบที่ท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับพื้นที่พัทยาได้เช่นกัน ซึ่งทางอพท.ได้เข้ามาพัฒนาพื้นที่จนพลิกฟื้นจากชุมชนที่เงียบเหงา เป็นความคึกคักที่ยังคงอัตลักษณ์ชุมชนไว้อย่างเต็มเปี่ยม

บ้านชากแง้ว เคยเป็นที่ลุ่มน้ำขัง มีต้นชะแง้วขึ้นอยู่ทั่วไป ดังปราฏอยู่ในนิราศเมืองแกลงของกวีเอกสุนทรภู่ ขณะที่ชุมชนนั้นก็ก่อเกิดมายาวนานกว่า 100 ปีมาแล้ว โดยสืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษชาวจีนแต้จิ๋วที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในไทย ในอดีตเคยมีโรงโม่แป้งมันสำปะหลังหลายแห่ง การค้ารุ่งเรืองขนาดมีโรงงิ้ว และโรงหนังชากแง้วราม่า มาซบเซาไปเมื่อศูนย์กลางความเจริญย้ายไปที่หาดพัทยา จนเมื่อพ.ศ.2555 อพท.จึงได้เข้ามาพูดคุยและรวมกลุ่มชุมชน จนเกิดเป็นถนนคนเดินที่คึกคักในวันนี้

ถนนคนเดิน หรือ ตลาดจีนชากแง้ว มีทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลาบ่ายสาม-สามทุ่ม ซึ่งนักท่องเที่ยวจะเริ่มจาก ชากแง้วราม่า โรงหนังไม้ที่เลิกกิจการไปแล้ว แต่ยังคงสภาพอาคารไม้เก่าแก่ ห้องขายตั๋ว โปสเตอร์หนังเก่า และสแตนดี้อินทรีย์แดง เวอร์ชั่นมิตร ชัยบัญชา ให้ถ่ายรูปด้วย เมื่อเดินเข้าสู่ถนนคนเดิน สองข้างทางขนาบเราด้วยบ้านแถวไม้โบราณ 2 ชั้น ประตูบานเฟี๊ยมคลาสสิคสุดๆ ริมถนนหน้าบ้านเปิดเป็นร้านขายอาหารที่เป็นของคนชากแง้วเกือบทุกร้าน ทั้งก๋วยจั๊บ ข้าวหน้าเป็ด ขาหมู หมั่นโถว ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ หมี่กรอบ ขนมจีบ ซาลาเปา กุยช่าย ขนมเปี๊ยะ ขนมเทียนแก้ว หากเดินตรงเข้าไปในตรอกก็จะออกสู่อีกถนนที่มองเห็นศาลเจ้าแม่ทับทิม ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของชาวไทยเชื้อสายจีนและชาวชุมชนเป็นอย่างมาก

ตลอดระยะทางเดินตลาดจีนชากแง้ว ซึ่งมีลักษณะเป็นตัวแอล (L) บอกเลยว่ามีของกินให้เลือกซื้อไม่หยุดตลอดทาง และอย่าลืมแวะ ศูนย์เรียนรู้ชุมชนจีนชากแง้ว ซึ่งมีของสะสมโบราณให้ชมในบ้านเก่าแก่ แถมยังมีกิจกรรมเพ้นท์ลายหน้ากากงิ้วบนแบบปูนปลาสเตอร์ สนุกได้ทุกวัย ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคัก มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาเดินเล่น แต่ที่สำคัญคงต้องยกให้เสน่ห์ของชาวชุมชนชากแง้วที่มีชีวิตชีวา พูดคุยให้ความรู้ ทักทายกันด้วยรอยยิ้ม ทำให้รู้สึกอบอุ่นเหมือนมาเยือนเจ้าของบ้านใจดี ไม่ใช่เป็นเพียงตลาดนัดวันหยุดที่พบได้ทั่วไป

3

  • ชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมบ้านวังหว้า อ.แกลง จ.ระยอง

ชุมชนท่องเที่ยวแห่งใหม่ในอำเภอแกลง ได้ลองชิมเมนูอร่อยๆ ฝีมือคุณลุงคุณป้า (กินอีกแล้ว) เช่น ข้าวตังโบราณที่มีรสชาติหวานๆ เค็มๆ เพราะปรุงรสด้วยน้ำมันหมู น้ำตาลทราย น้ำปลา กระเทียม แนมด้วยพริกขี้หนุู

ตามด้วยอาหารถิ่นโบราณอย่าง ‘กะราง’ รสชาติคล้ายเนยถั่ว ทำมาจากลูกกระบกต้มแล้วคั่วไฟ ก่อนตำให้ละเอียด ผสมน้ำตาลกับเกลือ ชาวบ้านทำเก็บไว้กินกับข้าวสวยร้อนๆ ถ้าทาขนมปังก็น่าจะอร่อยไม่แพ้เนยถั่วยี่ห้อฝรั่งดังๆ เลยละ

แล้วยังได้ลอง ทอเสื่อคล้า ผลิตภัณฑ์ใหม่ของชุมชน ทำจากต้นคล้าซึ่งเป็นไม้ป่าขึ้นอยู่ในชุมชน นำมาจักสานเป็นของใช้ในครัวเรือน เช่น เสื่อคล้า แผ่นรองจานรองแก้ว มีความเหนียวทนทานน่าใช้ ในอนาคตคาดว่าจะต่อยอดไปเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบอื่นๆ เพื่อจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวด้วย

แต่ละฐานกิจกรรมที่เราได้ชมและชิมนั้นมีค่าใช้จ่ายฐานละ 1,000 บาท ไม่จำกัดจำนวนคนที่ร่วมกิจกรรม หรือหากใครอยากมาพักค้างคืน ทางชุมชนก็มีโฮมสเตย์พร้อมบริการอาหาร มีกิจกรรมล่องแพชมป่าโกงกางในคลองกะปิ ซึ่งเป็นคลองโบราณของหมู่บ้าน พาไปดูต้นกระบกร้อยปี ชมการแสดงลำตัดเด็ก และกิจกรรมอื่นๆ

สนใจเที่ยวชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมบ้านวังหว้า อ.แกลง จ.ระยอง สอบถามโทร. 08 9931 5800, 08 4754 1914 และที่ Facebook ท่องเที่ยวบ้านวังหว้า

4

  • ชุมชนขนมแปลกริมคลองหนองบัว อ.เมือง จ.จันทบุรี

ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีเพียง 15 นาที เป็นชุมชนเก่าแก่กว่า 200 ปี ที่ยังสืบทอดการทำอาหารคาวหวานแบบโบราณ โดยเฉพาะขนมหวานนานาชนิด แนะนำให้มาช่วงสายหน่อย จัดข้าวเช้ารองท้องมาแต่น้อย จะได้มีที่ว่างในกระเพาะเอาไว้เติมขนมอร่อยๆ ได้เต็มที่ เชื่อเถิดว่าทันทีที่ลงรถแล้วเจอร้านขนมหวานบ้านโจ้เป็นร้านแรก ก็จะเริ่มชิมขนมต่างๆ แบบไม่อยากหยุด ไม่ว่าจะเป็นลูกระเบิดหรือข้าวตอกน้ำอ้อย ข้าวเหนียวเผือก ขนุนเชื่อม ตังเมน้ำอ้อย ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมีขนมถ้วยตะไลน้ำอ้อยของเจ้เยาว์ ขนมเกสรดอกลำเจียกและขนมพระพายของร้านตายาย ทองม้วนสดสดมะพร้าวอ่อนของยายขัน แต่ขนมเด็ดสุดที่สร้างชื่อให้ชุมชนนี้ก็คือ ขนมควยลิงของยายลิ-ป้าตุ่ม ทำจากแป้งข้าวเหนียวดำปั้นๆ แล้วต้มในน้ำเดือด คลุกมะพร้าวทึนทึก ดูง่ายๆ แต่ยิ่งกินยิ่งอร่อย

ใครอยากมาเดินชิลกินขนม ชมบรรยากาศย้อนยุคที่ชุมชนขนมแปลกริมคลองหนองบัว ที่นี่เปิดตลาดทุกวัน แต่วันเสาร์-อาทิตย์มีร้านขนมขายเยอะ หรือมาเป็นหมู่คณะและอยากลองทำขนม สอบถามที่โทร. 0 3932 0317

5

  • ชุมชนบางสระเก้า อ.เมือง จ.จันทบุรี

อยู่ห่างจากชุมชนหนองบัวประมาณ 6 กิโลเมตร จะให้ชิลกว่าก็ต้องล่องเรือมาจากหนองบัว ระหว่างทางนั่งกินขนมไป ชมธรรมชาติป่าโกงกางไป วิถีประมงชายฝั่ง ดูเหยี่ยวแดงลงมาโฉบอาหารที่เจ้าของเรือโยนให้ แล้วจึงมาขึ้นฝั่งที่ท่าเรือชุมชนบางสระเก้า

ที่นี่จะได้ดูการทำบ้านปลาธนาคารปู เพื่ออนุรักษ์พันธุ์ปูปลาแบบวิถีพื้นบ้าน ได้ชิมเมนูเด็ดที่เตรียมไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเมี่ยงคำ ข้าวต้มมัดใต้ มะพร้าวน้ำหอม แต่ที่พลาดไม่ได้คือ ‘ปลาเงี่ยน’ อารมณ์คล้ายๆ เมี่ยงปลา ปรุงจากเนื้อปลาสดนำมาแล่แล้วบีบน้ำมะนาวใส่ให้สุก คลุกเคล้าสมุนไพร ราดน้ำจิ้มถั่วตัดรสจัดจ้าน กินกับใบชะพลูและใบคะน้า ยิ่งกินยิ่งมัน ยิ่งเงี่ยนอยากกินแล้วกินอีกเพราะมันอร่อยจนหยุดไม่อยู่

อิ่มแล้วออกไปแว้นกันหน่อย ด้วยการนั่งรถซาเล้งทัวร์ชุมชน ไปลองทอเสื่อกกกับคุณย่าคุณยาย แล้วไปดูการทำนากกที่นำมาใช้ทอเสื่อ ถ้าใครมาเที่ยวแล้วมีเวลาเหลือๆ แนะนำให้ซื้อของฝากที่ตลาดชุมชนตรงสี่แยกวัดบางสระเก้า รับรองว่าได้กุ้งแห้งอร่อย กะปิดี หรือปลาแดดเดียวกลับบ้านเป็นแน่

6

  • ชุมชนริมน้ำจันทบูร อ.เมือง จ.จันทบุรี

เป็นชุมชนเก่าแก่กว่า 300 ปี ที่ไม่ควรพลาดมาเมื่อเที่ยวจันทบุรี มาซึมซับกลิ่นอายของวันวานที่เกิดจาการผสมผสานของ 3 วัฒนธรรมคือ ไทย จีน และญวน เริ่มต้นจากถนนท่าหลวงไปจนถึงถนนสุขาภิบาลความยาวร่วมหนึ่งกิโลเมตร

มาเดินเล่นถ่ายรูปกับอาคารคลาสสิกประดับลายปูนปั้นแบบโคโลเนียลสองฝั่งถนน มีทั้งบ้าน วัด ศาลเจ้า โบสถ์คาทอลิก ตลาดพลอย ร้านอาหาร คาเฟ่ชิคๆ ร้านขายยาโบราณ โดยเฉพาะร้านของฝากและร้านขนมดั้งเดิมก็มีให้แวะชมชิมช้อปตลอดทาง เช่น ขนมไข่-ร้านป้าไต๋ ขนมผิงและขนมโก๋-ร้านแม่กิมเซีย ร้านเทียนแก้ว-ร้าน ปลาแผ่นสามรส-ร้านย่าแดง ร้านขนมปังสังขยาจันทบุรีเบเกอร์รี่ ร้านไอศกรีมตราจรวด

แล้วเดินข้ามสะพานไปชมความงามของอาสนวิหารพระแม่มารีอาปฏิสนธินิรมล จันทบุรี สถาปัตยกรรมแนวโกธิคที่ประดับประดาภายในด้วยกระจกสี เป็นรูปนักบุญต่างๆ และองค์พระแม่ประดับพลอยที่สร้างขึ้นเมื่อครั้งอาสนวิหารฯ แห่งนี้ฉลองครบ 100 ปี

7

  • ศูนย์เศรษฐกิจชุมชนบ้านปัถวี อ.มะขาม จ.จันทบุรี

ที่นี่ชาวบ้านได้รวมกลุ่มกันทำสวนผลไม้ออแกนิก มีรถซาเล้งคอยบริการนักท่องเที่ยวคนละ 50 บาท พาเที่ยวชมสวนผลไม้ 9 แห่งของเกษตรกรในชุมชน มีทั้งสวนเงาะที่กำลังออกลูกเขียวเหลืองแดงเต็มต้น ดูการเลี้ยงชันโรง สวนมังคุด สวนลองกอง แล้วลงเอยด้วยการล้อมวงชิมทุเรียนสดๆ ใหม่ๆ เพิ่งเด็ดจากต้น มันอร่อยฟินกว่าเยอะเลยจ้า

ชาวบ้านเล่าว่าผลผลิตที่ได้ส่วนใหญ่ส่งขายให้กับซูเปอร์มาร์เก็ตดัง เพราะการปลูกแบบออแกนิกทำให้ได้ผลไม้คุณภาพดี รสชาติอร่อย ไม่ต้องง้อตลาดทั่วไปเพราะกำหนดราคาผลไม้ได้เอง ที่สำคัญปลอดภัยทั้งคนกินและคนปลูก ปีนี้ใครอยากลิ้มรสทุเรียนเนื้อดีกินอร่อย นอกจากพันธุ์ยอดฮิตอย่างหมอนทอง พวงมณี ก้านยาว และชะนีแล้ว ยังมีพันธุ์พื้นเมืองหายากอย่างพันธุ์นกกระจิบ กบ และชมพูศรีให้ลองชิมได้ที่ชุมชนบ้านปัถวีนี่แหละ

สนใจท่องเที่ยวศูนย์เศรษฐกิจชุมชนบ้านปัถวี อ.มะขาม จ.จันทบุรี ติดต่อ 06 3226 2251 หรือ Facebook : ศูนย์เศรษฐกิจชุมชนบ้านปัถวี

8

  • ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว อ.แหลมงอบ จ.ตราด

อีกมุมหนึ่งของตราด นอกจากทะเลสวยแล้ว ยังคงมีชุมชนพื้นบ้าน ที่คอยเปิดต้อนรับให้ นักท่องเที่ยวได้เข้าไปสัมผัสและตอบโจทย์คนรักการพักผ่อนแบบสบายๆ สไตล์โฮมสเตย์ บ้านนํ้าเชี่ยวเป็นชุนชมสามเชื้อชาติ ไทย จีน มุสลิมที่อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข

ที่นี่เป็นแหล่งผลิตงอบบ้านนํ้าเชี่ยว สินค้าหัตถกรรมชื่อดังประจำจังหวัดตราด และสำหรับใครที่อยากได้ความหวาดเสียว ต้องลองไปเดินข้ามสะพานวัดใจ ที่ว่ากันว่าเป็นสะพานข้ามคลองในชุมชนที่สูงที่สุดในประเทศไทยกันสักหน่อย

หรือจะไปล่องเรือชมวิถีชาวประมง ชมวิธีการสาธิต การทำอาหาร ขนมหวานในรูปแบบต่างๆ อย่างจุใจก็น่าสนุกไม่น้อยเลย

ติดต่อกลุ่มท่องเที่ยวบ้านน้ำเชี่ยว โทร.08 4892 5374

9

  • ชุมชนสลักคอก เกาะช้าง จ.ตราด

อีกหนึ่งสีสันของการมาเที่ยวทะเลเกาะช้างต้องแวะมาที่หมู่บ้านสลักคอก จะได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้านที่ยังรักษาอัตลักษณ์ดั้งเดิมเอาไว้ โดยชมรมฯ ท่องเที่ยวของหมู่บ้านได้เตรียมกิจกรรมไว้รองรับนักท่องเที่ยว เช่น กิจกรรมพายเรือคายัคล่องไปตามลำคลองธรรมชาติ ศึกษาพรรณไม้ป่าชายเลน ถ้าใครขี้เกียจพายเองก็เลือกนั่งเรือมาดหรือที่รู้จักกันในชื่อเรือกอนโดลาเกาะช้างก็ได้ มีคนแจวเรือพาชมทิวทัศน์ตั้งแต่ในลำคลองออกมาถึงปากอ่าวสลักคอก

ถ้ามาตอนเย็นก็จะโรแมนติก ด้วยการนั่งเรือชมพระอาทิตย์ตกบริเวณปากอ่าวสลักคอกที่ถือเป็นจุดสวยงามที่สุด กินอาหารพื้นบ้านและอาหารทะเลสดๆ พร้อมชมวิถีประมงพื้นบ้านดั้งเดิมที่ยังพายเรือจับสัตว์น้ำโดยอาศัยแสงจันทร์นำทาง จากนั้นไปชมหิ่งห้อย หรือจะร่วมกิจกรรมตกปลาตกหมึกก็สนุกดีเหมือนกัน

สำหรับค่าบริการเรือคายัคและเรือกอนโดลามีหลายราคาตามรูปแบบของกิจกรรม สนใจคลิกดูรายละเอียดและติดต่อที่ Facebook : ชมรมนำเที่ยวพื้นบ้านสลักคอก เกาะช้างใต้

10

  • ศูนย์การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติหาดทรายดำและป่าชายเลน อ.แหลมงอบ จ.ตราด

มาผ่อนคลายกับกิจกรรมหมกเท้าในทรายดำหรือเดินเล่นบนหาดทรายดำ หนึ่งในความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่พบได้เพียง 5 แห่งทั่วโลกเท่านั้น คือที่ไต้หวัน มาเลเซีย ฮาวาย แคลิฟอร์เนีย และที่จังหวัดตราด หาดทรายดำมีชื่อทางการว่า ‘ไลโมไนต์’ (Limonite) แร่ที่เกิดจากการผุกร่อนของธาตุเหล็กผสมกับเปลือกหอย ซึ่งทางการแพทย์ระบุว่าไม่มีผลทางการรักษาโรค แต่ชาวบ้านเชื่อว่าน่าจะมีแร่ธาตุอื่นๆ ปนอยู่ที่สามารถช่วยให้ระบบการไหลเวียนโลหิตดีขึ้น จึงส่งผลดีต่อสุขภาพเท้า

  เสร็จแล้วไปเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนระยะทาง 1 กิโลเมตร ชมหอยขี้ค้อน ปลาตีน ปูแสม ปูก้ามดาบ นกประจำถิ่น ตลอดจนพันธุ์ไม้ต่างๆ ในป่าชายเลน แล้วไปสิ้นสุดยังหาดทรายดำ ใครอยากมาสัมผัสประสบการณ์แบบนี้ต้องสอบถามเวลาน้ำขึ้นน้ำลงก่อนนะเพื่อจะได้ไม่เสียเที่ยว

ติดต่อศูนย์การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติหาดทรายดำและป่าชายเลน โทร. 0 3951 084108 0574 5544

 

...

อ่านข้อมูลเที่ยวภาคตะวันออกเพิ่มเติมได้ที่ : เว็บไซต์เที่ยวตะวันออก : http://traveleastthailand.com หรือ Facebook : เที่ยวตะวันออก

เปิดอ่าน 774