ปักหมุด 10 ที่เที่ยวอันซีนสวยแดนอีสาน หนาวนี้ต้องไปคูล

December 27, 2018
by เสาร์สวัสดี

หนาวนี้หากมีวันหยุดแค่ไม่กี่วัน ลองปักหมุดมาเที่ยวอีสานกันสักทริปดูไหม

นอกจากจะได้มาสัมผัสวัฒนธรรมอันสวยงาม และสารพัดเมนูอาหารอีสานแซบหลายแล้ว แหล่งท่องเที่ยวสวยๆ ไม่ว่าจะเป็นจุดชมทะเลหมอก ทุ่งดอกไม้ วัดสวยๆ วิวปังๆ ก็กำลังรอเพื่อนๆ มาเช็คอินเก็บเรื่องราวความประทับใจด้วยเช่นกัน และนี่คือ10 ที่เที่ยวสุดคูลแดนอีสานที่เว็บไซต์เที่ยวอีสาน (http://i-san.tourismthailand.org/) แนะนำว่าพลาดไม่ได้จริงๆ

48421115_2085157564876378_7851729687771348992_o

1. ภูห้วยอีสัน จุดชมวิวบนเนินเขาเล็กๆ ที่ชมอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกได้อย่างสวยงามใน อ.สังคม จ.หนองคาย เมื่อนักท่องเที่ยวนั่งรถอีแต๋นที่จัดไว้บริการนักท่องเที่ยวขึ้นมาถึงจุดชมวิวสูงสุด จะมองเห็นเทือกเขาสลับซับซ้อนเป็นฉากหลัง เวลาดวงอาทิตย์เริ่มสาดแสงกระทบสายหมอกและลำน้ำโขง บรรยากาศทุ่งหญ้ารอบตัวจะทาไปด้วยสีส้มอุ่นๆ ราวกับอยู่ในความฝัน ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือระหว่างเดือนตุลาคม-พฤษภาคม

48926338_2085155668209901_134411452499886080_o

2. ภูป่าเปาะ เป็นจุดชมวิวที่มาได้ทั้งวัน โดยไฮไลท์อยู่ที่วิว ‘ภูหอ’ ซึ่งถือเป็นวิวที่ใครต่างก็ตั้งใจนั่งรถอีแต๊กชาวบ้านขึ้นมาชมกัน ลักษณะเป็นภูเขายอดตัดราบ มองไกลๆ คล้ายชามคว่ำดูแปลกตา บนยอดภูป่าเปาะมีจุดชมวิวเตรียมไว้ให้ถึง 4 จุด โดยจุดชมวิวที่อยู่สูงสุดจะมองเห็นวิวได้รอบตัว 360 องศา เรียกว่าจะมารอพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมสายหมอก หรือจะมาชมพระอาทิตย์ตกสุดโรแมนติกก็ได้ ทิวทัศน์ที่เห็นก็สวยงามแตกต่างไปในแต่ละฤดูกาล

48427133_2085154964876638_7822448576432177152_o

3. ภูทอก เป็นจุดชมวิวที่มาได้ทั้งวัน ทั้งมาชมทะเลหมอกยามเช้า โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว ที่หากใครมีโอกาสมาเยือน อ.เชียงคาน จ.เลย ก็ไม่ควรพลาดที่จะขึ้นมารอแสงแรกส่องลงบนผืนหมอกหนานุ่ม ในขณะที่ยามเย็น วิวพระอาทิตย์ตกจากบนนี้ก็สวยงามไม่แพ้กัน ซึ่งนอกจากความงดงามตามธรรมชาติแล้ว ยังจะได้เห็นทั้งทิวทัศน์มุมสูงของตัวเมืองเชียงคาน ฝั่งตรงข้ามคือเมืองสานะคาม สปป.ลาว มีลำน้ำโขงคั่นกลาง เรื่อยไปจนถึงแก่งคุดคู้ ที่ตรงสุดโค้งน้ำด้วย

48954561_2085156994876435_9003659273976152064_o

4. ภูลมโล ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ฝั่ง จ.เลย ซึ่งมีลักษณะเป็นเนินเขาติดกันหลายลูก และมีต้นนางพญาเสือโคร่งขึ้นตามธรรมชาติอยู่ทั่วไป เมื่อถึงช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ของทุกปี เนินเขาจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูอย่างอลังการจากดอกไม้ที่เบ่งบานพร้อมกัน เรียกว่ามองจากมุมสูงก็จะได้วิวขุนเขาแซมด้วยสีชมพูเต็มไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแสงยามเช้าตรู่ หรือจะลงไปเดินหามุมเซลฟี่ใต้ต้นซากุระเอง ก็มีมากมายจนไม่ต้องแย่งวิวกับใครแน่นอน

48917586_2085158011543000_8037513338587971584_o

5.หินสามวาฬ อยู่ในพื้นที่ที่เรียกว่า ภูสิงห์ โดดเด่นด้วยภูเขาหินทราย หน้าผา ถ้ำ กลุ่มหินรูปทรงต่างๆ และผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ โดยหินสามวาฬมีลักษณะเป็นภูเขาหินทรงมนทอดตัวยาวเรียงกัน 3 ก้อน มองจากทางอากาศจะเห็นคล้ายเป็นวาฬพ่อ แม่ ลูก ว่ายน้ำด้วยกัน ซึ่งน้ำในที่นี่ก็คือผืนป่าที่เขียวขจีนั่นเอง และเมื่อมองจากบนหินสามวาฬออกไป จะพบกับทัศนียภาพของป่าภูวัว ห้วยบังบาตร แก่งสะดอก หาดทรายแม่น้ำโขง และขุนเขาของเมืองปากกระดิ่ง สปป.ลาว หากมาในยามเช้าก็อาจได้เห็นทะเลหมอกลอยละล่องเหนือผืนป่าอีกด้วย

49192794_2085154424876692_8563324903074299904_o

6. ทะเลบัวแดง โด่งดังจนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกกับภาพของทะเลบัวแดงหรือบัวสาย ที่เบ่งบานสะพรั่งทั่วผืนน้ำของบึงหนองหาน จ.อุดรธานี โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคม–กุมภาพันธ์ ของทุกปี ใครที่อยากเห็นทะเลบัวแดงเบ่งบานกว้างไกลสุดสายตา ควรต้องมาตั้งแต่เช้าตรู่ไปจนถึงประมาณสายๆ สัก 11 โมง โดยมีเรือรับจ้างของชาวบ้านคอยให้บริการเที่ยวละ 45 นาที - 1 ชั่วโมง

48987195_2085157768209691_7461947885102301184_o

7. วัดป่าภูก้อน สัมผัสความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าที่รายล้อมพุทธอุทยาน ซึ่งตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูงและป่าน้ำโสม ความโดดเด่นอยู่ที่พระวิหาร ศาลาราย ที่ออกแบบให้มีลักษณะสถาปัตยกรรมยุครัตนโกสินทร์ที่สง่างามด้วยหลังคาลดหลั่นหลายชั้น รวมทั้งพระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี สลักจากหินอ่อนสีขาว มีความยาวกว่า 20 เมตร และเหนือสิ่งอื่นใด ที่นี่ยังเป็นวัดป่าที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติสวยงาม บรรยากาศเงียบสงบ

48416546_2085156361543165_4555459158446440448_o

8. วัดภูมโนรมย์ หรือวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ นอกจากจะเป็นศาสนสถานเก่าแก่ ยังโดดเด่นด้วยพระเจ้าใหญ่แก้วมุกดาศรีไตรรัตน์ พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่สูงถึง 84 เมตร พระธาตุภูมโนรมย์ ทรงแปดเหลี่ยม รวมไปถึงปู่ศรีมุกดา รูปปั้นพญานาคขนาดยักษ์จากฝีมือช่างที่งดงาม เนื่องจากทำเลที่ตั้งของวัดซึ่งอยู่บนยอดเขาภูมโนรมย์ จึงทำให้กลายเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดมุกดาหารด้วย โดยมองเห็นทั้งวิวแม่น้ำโขง ตัวเมืองมุกดาหาร ไกลไปจนถึงแขวงสะหวันนะเขต ฝั่งสปป.ลาว แถมตรงจุดชมวิวนี้ยังมีภาพวาดสามมิติให้ได้ถ่ายรูปเล่นเพลินๆ ด้วย

49196550_2085157928209675_5613119980645122048_o

9. สวนไดโนเสาร์ ถ้าอยากสัมผัสความยิ่งใหญ่ของไดโนเสาร์ราวกับย้อนยุคไปเดินอยู่ด้วยกัน ต้องแวะมาที่ สวนไดโนเสาร์ แห่งนี้ ซึ่งอยู่ห่างจากพิพิธภัณฑ์สิรินธรเพียงไม่กี่กิโลเมตร เข้ามาแล้วจะต้องทึ่งกับบรรดารูปปั้นไดโนเสาร์ที่มีทั้งรูปร่างหน้าตาและขนาดเสมือนจริงนับสิบตัว หลากหลายสายพันธุ์ ที่รู้จักกันดีก็เช่น ไทรเซราทอปส์ ซอโรพอด ทีเร็กซ์ แรปเตอร์ ฯลฯ กำลังอยู่ในท่าเดินไปด้วยกันเป็นฝูง ใครที่มาเยือนพิพิธภัณฑ์สิรินธรแล้ว ไม่ควรพลาดแวะมาโพสท่าเท่ๆ กับไดโนเสาร์ที่นี่เพิ่มความฟิน ราวกับอยู่ในยุคจูแรสสิค

48421334_2085157861543015_8538478547331710976_o

10. วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม เป็นที่ตั้งของพระมหาเจดีย์ชัยมงคล ที่มีความงดงามตระการตามากที่สุดองค์หนึ่งของประเทศไทย องค์เจดีย์ออกแบบโดยกรมศิลปากร ผสมผสานศิลปกรรมร่วมสมัยระหว่างภาคกลางและภาคอีสาน ตกแต่งลวดลายตระการตาด้วยสีทองอร่าม มีความกว้างxยาวxสูง 101 เมตร และมียอดทองคำที่มีน้ำหนักถึง 60 กิโลกรัม นอกจากนี้ภายในเจดีย์ 6 ชั้น ยังตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา มีทั้งพิพิธภัณฑ์วิปัสสนากรรมฐานของหลวงปู่ศรี รูปเหมือนของพระเกจิอาจารย์ 101 องค์ รวมทั้งพระบรมสารีริกธาตุที่ชั้นบนสุด ให้ประชาชนได้มาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล

เปิดอ่าน 1,093