ความทรงจำสัญจร เที่ยวบ้านนายเลิศ วัด และวัง ใจกลางกรุง

August 21, 2018
by วนิดา แก่นจันทร์

สัญจรไปบนเส้นทางแห่งความทรงจำของผู้คน เรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่โลดแล่นคู่ไปกับวัฒนธรรมอันศิวิไลซ์ หรือจะเป็นความเชื่อของคนรุ่นเก่าที่พาดผ่านกาลเวลามาสู่คนรุ่นใหม่

IMAGE: วนิดา แก่นจันทร์

การสัญจรไปบนเส้นทางแห่งความทรงจำของผู้คน ทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ทั้งประวัติศาสตร์ที่โลดแล่นควบคู่ไปกับวัฒนธรรมอันศิวิไลซ์ หรือจะเป็นความเชื่อของคนรุ่นเก่าที่พาดผ่านกาลเวลามาสู่คนรุ่นใหม่ ตลอดจนสถานที่โออ่าจากอดีตสู่ปัจจุบันที่สร้างประโยชน์ให้ลูกหลานอย่างไม่มีสิ้นสุด

วันนี้ฉันขอพาเดินทางผ่านเส้นทางอันศิวิไลซ์ที่ยังคงอยู่เหนือกาลเวลา กับเส้นทางผ่านบ้าน วัด วัง...

บ้าน...สวนสวรรค์ของครอบครัว

บ้านคือวิมานของทุกคนในครอบครัว ที่ประกอบด้วยพ่อ แม่ ลูก อยู่กันอย่างพร้อมหน้า ฉันเชื่อเสมอว่าหากคนที่อยู่ในบ้านมีความสุข และฟันฝ่าความทุกข์ไปร่วมกัน ขนาดของบ้านจะใหญ่ หรือเล็กก็ไม่สำคัญ สำหรับบ้านหลังที่ฉันได้เข้ามาเยี่ยมเยือนในครั้งนี้ เป็นสวนสวรรค์ของทุกคนในครอบครัวโดยแท้ บ้านของเจ้าบ้านผู้มองการณ์ไกล และเป็นผู้ริเริ่มในสิ่งที่เราคุ้นเคยอย่างดีในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น น้ำแข็ง รถเมล์ จักรเย็บผ้าซิงเกอร์ และเป็นคนไทยคนแรกที่เปิดกิจการโรงแรม เป็นที่มาของคำว่า เลิศสะแมนแตน ที่เรามักได้ยินเวลาพูดถึงสิ่งที่เป็นเลิศ วิเศษ พิเศษกว่าสิ่งอื่นๆ ซึ่งแผลงมาจากชื่อ เลิศสะมันเตา ซึ่งมาจากชื่อเรือสะมันเตา หนึ่งในเรือที่นายเลิศชอบขับเที่ยวบ่อยๆ

 1 บ้านปาร์คนายเลิศ- (2)

ใช่แล้ว เจ้าบ้านที่กำลังกล่าวถึงนั้น จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก พระยาภักดีนรเศรษฐ (เลิศ เศรษฐบุตร) หรือชื่อ นายเลิศ เจ้าของที่ดินกว้างใหญ่ มหาเศรษฐีหัวก้าวหน้าผู้ไม่เคยท้อที่คนไทยคุ้นเคย... เช่นเดียวกับบ้านของเขาที่คนเรียกเป็นเสียงเดียวกันด้วยชื่อ บ้านปาร์คนายเลิศ

เมื่อเข้ามาในอาณาบริเวณของบ้านปาร์คนายเลิศ ที่เดิมคือเรือนรับรองที่นายเลิศเป็นคนออกแบบเอง ก่อนจะได้ปรับปรุงเป็นเรือนอาศัยถาวรของครอบครัว จนกระทั่งปัจจุบัน บ้านไม้โบราณกว่า 100 ปีหลังนี้ได้รับการบูรณะปรับปรุง ให้กลับมามีสภาพสมบูรณ์เหมือนแรกสร้างขึ้นอีกครั้ง และเปิดบ้านหลังมรดกตกทอดนี้ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ บอกเล่าเรื่องราวที่ผ่านร้อยผ่านหนาว ผ่านเหตุการณ์มาอย่างโชกโชน บนเนื้อที่กว่า 14 ไร่แก่ผู้คนต่อไป

4 IMG_6738

แม้จะการบูรณะปรับปรุงบ้าน และพื้นที่โดยรอบ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงไว้เหมือนครั้งอดีต ก็คือ สวนป่าต้นไม้ใหญ่ สูงชะลูดอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี สมกับเคยเป็นสวนสาธารณะเอกชนแห่งแรกของประเทศไทยจริง ๆ  นอกจากจะเป็นสวนสาธารณะ ที่นี่ยังมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า พื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของพนักงานรถเมล์ขาว คือถังน้ำมันขนาดใหญ่ ที่ถูกฝังอยู่ใต้พื้นดินใบพื้นที่อีกด้านที่เคยเป็นอู่ซ่อมรถเมล์ขาวขนาดใหญ่ ถังน้ำมันเหล่านั้นบัดนี้ถูกขัดสีฉวีวรรณแปรสภาพเป็นแท่นเหล็กแผ่นหนาแสดงข้อมูลต่าง ๆ ภายในบริเวณบ้านปาร์คนายเลิศแห่งนี้ไปแล้ว

3 เล็ก - ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร ทายาทรุ่นที่ 4 ของนายเลิศ (1)

วันนี้ฉันเดินเข้าห้องนี้ ออกห้องโน้น โดยมี เล็ก - ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร ทายาทรุ่นที่ 4 ของนายเลิศ ผู้เป็นเจ้าบ้านนำทีมพาเดินสำรวจความทรงจำของนายเลิศ และครอบครัวซึ่งอบอวลอยู่ภายในบ้านปาร์คนายเลิศแห่งนี้ ซึ่งฉันเชื่อว่า ความทรงจำ ข้อคิด คำสอนต่าง ๆ ของนายเลิศจะยังคงอยู่ และถูกถ่ายทอดต่อไปอย่างยาวนาน

วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร

นอกจากบ้านของแต่ละครอบครัวแล้ว สถานที่อีกแห่งที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของคนไทยมาทุกยุคทุกสมัย ก็คงไม่พ้น วัดวาอารามต่าง ๆ สถานที่ซึ่งมีความทรงจำของเหตุการณ์ ความทรงจำของผู้คนไหลเวียนอยู่ไม่ขาด จากบ้านปาร์คนายเลิศ ฉันเดินทางมาที่ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร วัดประจำรัชกาลที่ 2 แห่งราชวงศ์จักรี

DSC00612

ความทรงจำของคนเก่าก่อน ได้ถ่ายทอดสู่ลูกหลานถึงที่มาที่ของนามวัดสำคัญแห่งนี้ ที่มี 4 ชื่อ ไล่เรียงตั้งแต่ วัดมะกอก เมื่อครั้งยังเป็นอารามเล็กๆ สมัยอยุธยา ต่อมาในสมัยกรุงธนบุรีวัดมะกอกมีความสำคัญมากขึ้น สมเด็จพระเจ้าตากสินโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นวัดในพระราชวัง เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต จากวัดมะกอก จึงได้พระราชทานนามใหม่ เป็น วัดแจ้ง

P1050552

ตั้งแต่บัดนั้น ประวัติศาสตร์เคลื่อนผ่านไปจนกระทั่งถึงสมัยรัตนโกสินทร์ พระราชวังถูกย้ายมาสร้างใหม่ แต่วัดแจ้งยังคงความสำคัญ และความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเมื่อรัชกาลที่ 2 แห่งราชวงศ์จักรีโปรดเกล้าให้แก้ไขพระปรางค์วัดอรุณให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อเป็นพระมหาธาตุประจำพระนคร พระปรางค์ใหม่สูงใหญ่ตั้งตระหง่านอย่างสมบูรณ์ก็ล่วงเข้าสู่รัชสมัยรัชกาลที่ 4 และนามของวัดก็เปลี่ยนอีกครั้ง เป็น วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร เป็นต้นมา

จิตรกรรมฝาผนังภายในโบสถ์วัดอรุณฯ

เสียงจาก พระมหาบุญส่ง สิริโชติ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ได้เล่าขานเรื่องราวความทรงจำของคนรุ่นก่อน กำลังถูกถ่ายทอดมาสู่คนรุ่นใหม่อย่างฉันได้ฟัง บ่อยครั้งเรื่องราวและตำนานถูกเล่าขานเพื่อเตือนสติและขับเคลื่อนให้ผู้คนใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง ดังเช่นตำนานยักษ์วัดโพธิ์ – ยักษ์วัดแจ้ง เปรียบเปรยผลลัพท์จากการกระทำด้วยอารมณ์เพียงชั่ววูบ...

จากวัง สู่การเรียนรู้ที่ไม่จบสิ้น

เคยคิดกันไหม ว่าจุดยืนที่กำลังยืนอยู่ ในอดีตเคยเป็นหลักหมุดของสถานที่ใด พื้นที่ก่อนปลูกบ้านแต่ก่อนเคยเป็นเช่นไร ตอนนี้ฉันยืนอยู่บนที่ดินแปลงรูปสามเหลี่ยมชายธงของ 3 วัง ได้แก่ วังกรมหลวงอดิศรอุดมเดช วังกรมหลวงบดินทรไพศาลโสภณ และวังกรมหมื่นทิวากรวงษ์ประวัติ เชื่อมด้วยถนน 3 สาย ถนนเขตต์ ถนนสนามไชย และถนนมหาราช ซึ่งในบริเวณนี้เป็นที่ตั้งของวังต่างๆ อีกด้วย

หากเราย้อนเวลากลับไปได้ คงได้เห็นวังโออ่า ในสมัยรัชกาลที่ 5 เรียงรายไปตลอดเส้นทาง ก่อนที่จะพื้นที่บริเวณนี้จะกลายมาเป็นที่ตั้งของกระทรวงพาณิชย์ ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมโคโลเนียลอันสง่างาม บัดนี้อายุกว่า 80 ปีแล้วและเปลี่ยนบทบาทจากงานราชการ สู่การเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต พิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้แนวใหม่แห่งแรกของประเทศไทย

ความทรงจำสัญจรที่โลดแล่นอยู่ตามเส้นทางสวนทางกับกระแสของเวลาที่ไหลผ่านไปเรื่อย ๆ หากเราตัดวงจรของความทรงจำเหล่านั้นไม่ส่งต่อเรื่องราวไม่นานสิ่งต่าง ๆ ถูกลืมเลือน หากได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น เราก็สนุกกับอดีตของบรรพบุรุษ เร้าใจกับปัจจุบัน และสร้างอนาคตที่สดใสต่อไปได้ไม่ยาก