แอดแวนเจอร์ @ศรีลังกา

November 30, 2019
by กนกพร โชคจรัสกุล

ณ ดินแดนที่แตกต่าง ระหว่างทางของศรีลังกาคือประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหน

HIGHLIGHTS

  • Stilt Fishing การตกปลาบนไม้ค้ำ วิธีการตกปลาแบบดั้งเดิมของชาวประมงศรีลังกา ด้วยการนั่งทรงตัวบนไม้ในทะเล สูง 2 เมตร  

  • ทัวร์ซาฟารีจะมีอยู่ 3 แบบคือ Wild Safari, Sea Safari และ River Safari การมาดูปลาวาฬบลู คือ Sea Safari 
  • ที่วัดคงคาราม มีต้นศรีมหาโพธิ์หน่อแท้ที่ยังมีชีวิตอยู่ สืบอายุมายาวนานจากในอดีต เป็นวัดนิกายสยามวงศ์ 

อายุบวร... คำสวัสดีภาษาบาลี-สันสกฤตที่มีความหมายว่า “ขอให้อายุยืนยาว” ดังมาจากไกด์ท้องถิ่นชาวศรีลังกา หลังจากที่เรามาถึงสนามบินบันดารานายาเก เมืองหลวงโคลัมโบ ก้าวขึ้นนั่งบนรถบัสปรับอากาศ ไปสัมผัสการท่องเที่ยวในศรีลังการูปแบบใหม่ ผจญภัย ที่สำคัญก่อนออกจากสนามบิน ต้องแลกเงิน รูปีศรีลังกา ที่นี่เท่านั้น เพราะข้างนอกไม่มีให้แลกและต้องใช้ให้หมด ถ้าเอากลับไปเมืองไทยก็ไม่มีที่ให้แลกคืนด้วย

แวะเติมพลังด้วยอาหารพื้นเมือง รสชาติที่นี่จะมันและเผ็ด มีแกงกะหรี่ไก่ แกงมัสมั่นปลา แกงปู แกงผัก คนศรีลังกานิยมอาหารมังสวิรัติ จึงมีอาหารทำจากผักมากมาย ตบท้ายด้วยของหวาน ขนมหม้อแกง ที่ชาวไทยรับไปแล้วปรับให้เป็นขนมหม้อแกงแบบไทยๆ ที่พลาดไม่ได้คือ จิงเจอร์เบียร์ (ไม่ใช่เบียร์แต่เป็นน้ำอัดลมมากกว่า)

สมัยตกเป็นเมืองขึ้น ชาวยุโรปเอากาแฟมาปลูกที่นี่แต่ปลูกได้สามเดือนต้องเว้นสามเดือน แรงงานทมิฬที่ขนจากอินเดียมาต้องโยกย้ายไปกลับ เลยเปลี่ยนมาปลูกชาแทน ชาที่ปลูกก็เอามาจากประเทศจีน ผลผลิตดีจนส่งออกเป็นรายได้หลักของประเทศ รถวิ่งผ่านตึกโลตัสทาวเวอร์รูปดอกบัว สูงที่สุดในโคลัมโบ 356 เมตร การจราจรในเมืองโคลัมโบรถติดมากแต่เงียบกว่าอินเดียที่นั่นคนจะบีบแตรเสียงดังตลอดเวลา  เราเดินทางลงไปทางใต้ ประเทศนี้ไม่ค่อยมีห้องน้ำ จึงต้องเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง ชาวศรีลังกา 70 เปอร์เซ็นต์นับถือศาสนาพุทธ 15 เปอร์เซ็นต์เป็นฮินดู ทางเหนือจะเป็นมุสลิมกับศาสนาคริสต์ ศรีลังกาเป็นต้นกำเนิดศาสนาพุทธ มีพระเขี้ยวแก้วแห่งเดียวในโลก

 s4

 

พระอาทิตย์ตกที่เมือง Galle

3 ชั่วโมงต่อมา เรามาถึง เมืองกอลล์ (Galle) เมืองชายทะเลสวยงามมีเสน่ห์ รัชกาลที่ 5 เสด็จมาที่นี่ปี พ.ศ. 2440 เราได้ชมป้อมปราการ (Galle Fort) สร้างขึ้นโดยชาวโปรตุเกสปี ค.ศ. 16 เดิมเป็นกำแพงดินและรั้วไม้บนหน้าผากับหอคอย 3 แห่ง ต่อมาชาวดัตช์เข้ามาปกครองได้บูรณะเปลี่ยนเป็นกำแพงหินแกรนิตสร้างหอคอยเพิ่มเป็น 14 แห่ง ขยายความยาวไปตามแนวมหาสมุทร นี่คือป้อมใหญ่ที่สุดที่หลงเหลืออยู่ในเอเชีย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO ด้วย เรานั่งรถตุ๊กตุ๊กชมเมือง แวะชมพระอาทิตย์ตกที่ประภาคาร (Galle Lighthouse) อายุ 168 ปี สร้างปี ค.ศ. 1848 โดยชาวอังกฤษ มีสุเหร่ามีรา (Meera Mosque) อายุ 300 ปี มีหอนาฬิกา ศาลเจ้าจีน (พ่อค้าชาวจีนสร้างไว้) มีวัด สร้างเมื่อปีพ.ศ.600 (1900 ปีมาแล้ว)

“เมืองกอลล์แบ่งเป็น 4 ส่วน หนึ่ง ป้อม สอง พิพิธภัณฑ์ สาม ตึกโคโลเนียลและร้านค้า สี่ กลุ่มเมืองเก่าร้านค้าเก่าๆ มีตลาดผลไม้ อาหารทะเล ใกล้ๆ ประภาคารจะเป็นทางโค้ง มีคอกม้า ให้ทหารขี่ม้าไปแจ้งข่าวเมื่อเห็นว่ามีเรือมา ป้อมแห่งนี้มีพื้นที่ 8 กิโลเมตร เมื่อ 3 ปีที่แล้วมีการพัฒนาบ้านเก่าช่วงเชื่อมต่อกับมัสยิดให้เป็นสตรีทอาร์ต ร้านขายของที่ระลึก ร้านกาแฟ ร้านชา ศาลเจ้าจีน โบสถ์ มัสยึด สุเหร่า” อนุชิต ชูวงศ์วุฒิ ไกด์ประจำการเดินทาง Journey to Sri Lanka with KTC ที่ร่วมกับการท่องเที่ยวศรีลังกาและสายการบินศรีลังกาแอร์ไลน์ บอกกับเรา

s2 

ตะลุยท่อง Safari

เช้าวันต่อมา รีบตื่นแต่เช้า เพื่อจะไปดู วาฬบลู (Blue Whale) วาฬใหญ่ที่สุดในโลก ยาว 30-40 เมตร หนัก 200-300 ตัน จะมาให้เห็นแค่ 6 เดือนเท่านั้นคือ ช่วงพฤศจิกายนถึงตุลาคม ที่เมืองมิริสซ่า (Mirissa) ใต้สุดของศรีลังกา มองออกไปเป็นมหาสมุทร ถ้าตรงไปจะผ่านมัลดีฟส์ ตรงไปอีกเป็นขั้วโลกใต้

s6

ปกติแล้วทัวร์ซาฟารีจะมีอยู่ 3 แบบคือ Wild Safari, Sea Safari และ River Safari การดูวาฬคือ Sea Safari ล่องทะเลไปได้สักพัก ผู้คนก็ส่งเสียงแตกตื่นเพราะมีฝูงโลมาปรากฏตัว คนเรือบอกว่าถ้าเห็นโลมาแปลว่าอีกไม่นานจะได้เห็นวาฬบลู เพราะที่นี่มันชอบเล่นด้วยกัน เรือคาตามารันที่เรานั่งมีการออกแบบพิเศษ ถ่วงดุลไม่ให้เรือโคลง เพราะทะเลเปิดคลื่นแรงมาก แต่ก็ยังมีผู้ร่วมทริปเมาเรือหลายคน และแล้วเราก็ได้เห็นวาฬบลู มันพ่นน้ำขึ้นมา 2-3 ครั้ง ก่อนจะหายไป

s5

เราอำลาทะเลขึ้นฝั่งเดินทางต่อไป 3-4 ชั่วโมงต่อมา เพื่อพบกับ Wild Safari ที่อุทยานแห่งชาติยาลา แยกย้ายกันนั่งรถจี๊ปโฟร์วีลเปิดโล่งคันละ 6 คน วิ่งเข้าไปในป่า ชมวิถีชีวิตสัตว์ป่าในพื้นที่พันกว่าไร่ เป็นป่าพรุ ป่าโปร่ง 80 เปอร์เซ็นต์ของสัตว์ที่นี่เป็นสัตว์กินหญ้า ที่เหลือเป็นสัตว์กินเนื้อ

“การแต่งตัวไปซาฟารี จะใส่กางเกงขาสั้น เสื้อแขนยาว สีเอิร์ธโทน ห้ามรองเท้าแตะ เพราะถ้าเกิดเหตุอะไรจะวิ่งหนีไม่สะดวก อุณหภูมิที่นี่ 25-27 องศา คนขับรถเรียกว่า เรนเจอร์ คอยบอกทิศทางว่าสัตว์อยู่ตรงไหน เป็นทิศนาฬิกา สิ่งที่ห้ามคือ ห้ามลงรถโดยเด็ดขาด อาจจะมีสัตว์อันตรายซุ่มอยู่ สอง ห้ามทิ้งขยะ สาม ห้ามทำลายธรรมชาติ ถ้าเขาเห็นจะเตือนแล้วปรับ การท่องเที่ยวซาฟารี กลิ่นมีความสำคัญมาก ก่อนเปิดอุทยานเขาเอารถมาวิ่ง 5 ปีให้สัตว์ชินกับกลิ่นน้ำมัน คนสูบบุหรี่จะมีกลิ่นไปไกล 2 กิโล เหล้าและน้ำหอม ไปไกล 5 กิโล

สัตว์ไฮไลต์ของที่นี่ คือ เสือดาว มักอยู่บนต้นไม้ เวลาหากินจะลงมาอยู่ข้างล่าง เวลาถ่ายเวลาอึก็อยู่บนต้นไม้ เวลาจะกินสัตว์ก็ลากขึ้นไปกินบนต้นไม้ สอง ลิงสีดา หน้าดำ หางยาว สาม นกแก๊ก นกเงือก สี่ ช้าง คนศรีลังกาถือว่าช้างเป็นสัตว์มีพระคุณ ไม่ใช้ช้างทำงานหนัก ใช้นำขบวนศาสนาพุทธเฉลิมฉลองพระธาตุเขี้ยวแก้ว” อนุชิต ให้ความรู้เพิ่มเติม

s3

สัตว์ที่เราได้เห็นวันนี้ ที่เยอะมากคือ ควายป่า, กวาง, นกยูง แล้วก็ จระเข้, หมูป่า, นกเหยี่ยว ได้เจอเสือดาว อยู่บนต้นไม้ที่ไกลมาก แล้วก็นกแก๊กนกเงือกบนต้นไม้เดียวกันสองตัว แล้วก็ช้างหนึ่งฝูง ซาฟารีที่นี่พิเศษกว่าที่อื่นตรงที่ติดทะเล มองลอดช่องไปเห็นมหาสมุทรอินเดีย มีร่องรอยสึนามิที่เคยเกิดขึ้นที่นี่ปรากฏให้เห็น น่าแปลกที่ครั้งนั้นไม่มีสัตว์ตายสักตัวเนื่องจากสัตว์มีสัญชาตญาณที่พิเศษกว่าคนนั่นเอง

การมาชมมาซาฟารี ต้องทำใจไว้ 50-50 อาจไม่ได้เห็นสัตว์ทุกตัวเพราะมันเป็นสัตว์ป่าไม่ใช่สวนสัตว์ที่อยู่ในกรง สัตว์ที่นี่อาจไม่น่าสนใจเท่าแอฟริกาที่มี สิงโต, ยีราฟ, ฮิปโป, ม้าลาย เพราะมีแต่สัตว์เอเชีย แต่ข้อดีคือ ซาฟารีที่นี่ มีเงินแค่สองหมื่นกว่าๆ ก็มาดูได้แล้ว กลับมาถึงที่พัก เราได้พบกับ “พิธีกรรม จุดเทียนบูชาเจ้าที่” มีเสาโคมทองเหลือง ด้านบนเป็นไก่ (หมายถึงเจ้าที่) ทุกคนจุดเทียนส่งต่อๆ กัน เพื่อสักการะ  เป็นพิธีดั้งเดิมที่ไม่ค่อยมีแล้ว หาชมยาก

 s1

Stilt Fishing ตกปลาบนไม้ค้ำ

เช้าวันรุ่งขึ้น เราเดินทางไปเมืองค็อกคาลา เพื่อดูการตกปลาบนไม้ค้ำ (Stilt Fishing) วิธีการตกปลาแบบดั้งเดิมของชาวประมงศรีลังกา นั่งทรงตัวบนไม้ในทะเล สูง 2 เมตร สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน เหยื่อที่ใช้จะเป็นเงิน ส่องแสงวิบวับ แต่ละตระกูลมีเทคนิคเฉพาะตัวไม่เหมือนกัน ไม้ค้ำจะเป็นของใครของมัน เป็นมรดกตกทอด

ค่ำคืนสุดท้ายเราเข้าพักที่ City Beach ที่มีโรงแรม-ถนน-หาดทราย-ชายทะเล พิเศษสุด มีรถไฟด้วย พระอาทิตย์ตกยามเย็นสวยงามสลับฉากด้วยรถไฟวิ่งผ่าน เป็นภาพแปลกตาที่ไม่เคยเห็น

s8

ใครที่ไม่เคยมาท่องเที่ยวซาฟารี คงต้องลองมาสักครั้ง ที่สำคัญถ้าได้มากับครอบครัว เพราะลูกของคุณไม่ได้อายุสี่ขวบตลอดเวลา แต่ความอบอุ่นที่เราได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันนี้จะคงอยู่ในใจไปตลอดกาลท่องเที่ยวซาฟารี คงต้องลองมาสักครั้ง ที่สำคัญถ้าได้มากับครอบครัว เพราะลูกของคุณไม่ได้อายุสี่ขวบตลอดเวลา แต่ความอบอุ่นที่เราได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันนี้จะคงอยู่ในใจไปตลอดกาล

 

ss

โรงเรียนพระสงฆ์ วัดคงคาราม (Gangarama)

มาต่างบ้านต่างเมือง การได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเป็นสิ่งที่ควรกระทำ ที่เมืองหลวงโคลัมโบ เราได้เดินทางไปที่ วัดคงคาราม วัดรุ่นใหม่ เป็นโรงเรียนสงฆ์ พุทธศาสนา นิกายสยามวงศ์ มีพระจากทั่วโลกมาศึกษาที่นี่แล้วขยับขยายต่อไปยังวัดอื่นๆ วัดนี้เป็นศิลปะผสมระหว่าง ศรีลังกา อินเดีย ไทย จีน

วัดนี้สร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2428 (ค.ศ. 1885) พระ Devundara Vacissara Nayake Thera มีความคิดว่า ของเก่าโบราณเป็นมรดกของชาติจะหายสาบสูญไปจึงเริ่มเก็บสะสมไว้ที่วัดจนมีพิพิธภัณฑ์ถึง 2 อาคาร ปี พ.ศ. 2522 (ค.ศ. 1979) พระ Galboda Gnanissara Thera เจ้าอาวาส ได้เริ่มให้มีพิธีแห่พระธาตุ (Nawam Perahera) ขึ้น ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี คล้ายกับพิธี Perahera ที่เมืองแคนดี้ เริ่มด้วยการตีแส้ไปกับพื้น ตามด้วยขบวนหม้อไฟ ขบวนธง มีเป่าสังข์ ขบวนช้างแต่งตัวด้วยผ้าคลุมสวยงาม ช้างที่มีงายาวที่สุดอัญเชิญพระธาตุ โดยปูผ้าขาวให้ช้างเดินไปตลอดทาง สลับด้วยการแสดงดนตรีต่างๆ ระบำนกยูง ขบวนหน้ากาก ขบวนไฟ

พระที่นี่ไม่บิณฑบาต รัฐบาลจึงให้การสนับสนุนข้าว ในวัดมีของสำคัญคือ ต้นศรีมหาโพธิ์ หน่อแท้ 2000 ปีที่แล้วที่ยังมีชีวิตอยู่ มีโบสถ์ศิลปะปูนปั้นนูน เป็นวัดต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง จึงมีธรรมทูตนำของจากประเทศต่างๆ มาถวายจำนวนมาก จนต้องย้ายเครื่องพิมพ์ของวัดไปตั้งไว้ริมถนนฝั่งตรงข้ามเพราะไม่มีพื้นที่

การมาสักการะวัดนี้ มีกฎระเบียบเคร่งครัด ต้องใส่เสื้อผ้าโทนขาว ผู้หญิงนุ่งผ้าถุงผ้าโสร่ง ห้ามสวมแว่นกันแดด กางร่ม ห้ามเซลฟี่กับพระ ห้ามส่งเสียงดัง เพราะด้านหลังเป็นโรงเรียนสงฆ์มีเณรกินนอนอยู่ที่นี่ ก่อนเข้าต้องถอดรองเท้า ไม่ต้องกลัวหายเพราะมีคนเฝ้า

s7

การไหว้พระศรีลังกา จะไม่จุดธูป จุดเทียน แปะทอง มีแต่ถวายดอกไม้สด ที่เห็นมีอยู่ 3 แบบ หนึ่ง ดอกบัวเผื่อนสีแดง สอง ดอกมะลิ เป็นกระทง สาม ดาวเรือง-กลีบกุหลาบ เป็นกระทง วิธีไหว้ วางดอกไม้ โปรยดอกไม้ แล้วระลึกถึงคำสั่งสอนของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

เราได้เข้าร่วมพิธีเทินพระธาตุ พระเอาพระธาตุมาแตะที่ศีรษะ (คนศรีลังกายังไม่มีโอกาสแบบนี้) ได้รับสายสิญจน์พระเจ้า 5 พระองค์ ได้ลอดท้องช้าง (ที่เคยอัญเชิญพระเขี้ยวแก้ว) สต๊าฟไว้ ได้สักการะอธิษฐานต้นศรีมหาโพธิ์ ด้วยการเอาดอกไม้ไปวางแล้วเดินเวียนทักษิณาวัตร มีบุโรพุทโธจำลอง มีพระพุทธรูปที่เล็กที่สุดในโลก มีตาลปัตรเก่าแก่ที่สุดของวัด

บ้านของคนศรีลังกาจะไม่มีรูปเคารพ ไม่มีพระห้อยคอ มีแต่สายสิญจน์พระเจ้า5พระองค์ และใบโพธิ์ ที่เก็บได้จากต้นศรีมหาโพธิ์ คนนิยมมาอธิษฐานด้วยการเอาศีรษะทาบกิ่งโพธิ์ ถ้ามีใบโพธิ์ตกลงมานั่นเป็นคำตอบว่าจะสมปรารถนา ให้เอาใบโพธิ์นั้นกลับไปบูชา

 s10

การเดินทาง

สายการบินศรีลังกาแอร์ไลน์ มีบินตรงจากกรุงเทพฯไปโคลัมโบทุกวัน วันละ 3 เที่ยว โทร 022368450

อีเมล์ bkksales@srilankan.com และ reservations@srilankan.com ถ้าจะให้สะดวกกว่านั้น มีทัวร์ UNSEEN SRI LANKA SAFARI (3วัน4คืน) สอบถามรายละเอียดได้ที่ www.ktcworld.co.th FB: ktcworld, KTC Line Official, KTC World Travel Service โทร 02 123 5050

 

sss

ของฝากที่น่าซื้อ

พลาดไม่ได้ถ้ามาศรีลังกา ก็คือ ชาชีลอน (Ceylon Tea) ชาที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก อันดับสอง อัญมณี (GEMS) อันดับสาม เครื่องเทศ (Spices) อบเชย (ชินนามอนผง) อันดับสี่ สินค้าหัตถกรรม (Craftsmanship) เช่น หน้ากากไม้ มี 3 แบบ หนึ่ง หน้ากากนาคา (จำลองจากงูเห่าที่คอพระศิวะ) สอง หน้ากากหน้าคนมีงูออกมาจากปาก (ใช้สวมเต้นรอบๆ รักษาคนป่วย) สาม หน้ากากคนพื้นเมืองหน้ายิ้ม เป็นการล้อเลียนการปกครอง