‘ตัวฤทธิ์’ พิษการท่องเที่ยว

November 9, 2019
by มาริสา

จาก 'แหล่งรายได้หลัก' สู่ 'ตัวสร้างปัญหา' คำนิยามใหม่ของนักท่องเที่ยวในศตวรรษนี้

HIGHLIGHTS

 

  • เมื่อเอ่ยคำว่า นักท่องเที่ยวก็จะหมายถึงแหล่งหารายได้ แต่ในตอนนี้คงต้องเพิ่มว่าเป็นตัวสร้างปัญหาเข้าไปด้วย เนื่องจากพวกเขามีพฤติกรรมแย่ลงทุกที 
  • ปัจจุบันหลายประเทศเริ่มมาตระหนักว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่มากขึ้นนั้นไม่ใช่ทุกสิ่งที่พวกเขาต้องการ

 

ในโลกปัจจุบันที่การเดินทางท่องเที่ยวทำได้ง่ายขึ้น ประเทศต่างๆ ทั่วโลกพากันแข่งขันโปรโมทการท่องเที่ยวเพื่อให้ได้ตัวเลขนักท่องเที่ยวมากที่สุดเพื่อหารายได้เข้าประเทศ แต่ปัจจุบันหลายประเทศเริ่มมาตระหนักว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่มากขึ้นนั้นไม่ใช่ทุกสิ่งที่พวกเขาต้องการเพราะนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งไม่มีคุณภาพและนำปัญหาและอาชญากรรมเข้าประเทศมาด้วย

นับตั้งแต่ลงไปว่ายน้ำแบบเปลือยในคลองที่เวนิส อิตาลี จนถึงวิ่งไล่ถ่ายรูปเกอิชาไปตามถนนที่ญี่ปุ่น ในแต่ละอาทิตย์จะมีรายงานข่าวถึงพฤติกรรมแปลกๆ ของนักท่องเที่ยว ก่อนหน้านี้ เมื่อเอ่ยคำว่า นักท่องเที่ยวก็จะหมายถึงแหล่งหารายได้ แต่ในตอนนี้คงต้องเพิ่มว่าเป็นตัวสร้างปัญหาเข้าไปด้วย คำถามในตอนนี้คือ นักท่องเที่ยวมีพฤติกรรมแย่ลงทุกที หรือพวกนี้มีพฤติกรรมนี้อยู่แล้วเพียงแต่ว่า ตอนนี้พวกเขาออกมาท่องโลกและแสดงพฤติกรรมให้ภายนอกเห็น

องค์กรการท่องเที่ยวแห่งสหประชาชาติรายงานว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมากเมื่อเที่ยบกับศตวรรษที่แล้ว เมื่อปี 2018 ตัวเลขนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 1.4 พันล้านคน ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์โดยสูงกว่าปี 2017 อยู่ 6 เปอร์เซ็นต์ ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่เป็นที่นิยมที่สุด รองลงมาคือ สหรัฐอเมริกา จีน และอิตาลี เมื่อปี 1970 จำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 166 ล้านคน ในปี 1950 จำนวนอยู่ที่ 25 ล้านคนเท่านั้น

 

2

 

ศาสตราจารย์แฟดร้า เปสซูโล ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวและผู้เขียนหนังสือเรื่อง Toxic Tourism กล่าวว่า เรื่องนักท่องเที่ยวที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่

“ตราบใดที่มนุษย์ยังเดินทางอยู่ก็จะต้องมีการขัดแย้งทางวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมก็จะได้รับผลกระทบ”

ในยุคที่ผู้คนพากันเป็นสาวกของโซเชียลมีเดีย เมื่อท่องเทียวไปที่ไหนก็จะไม่สนใจความสวยงามทางวัฒนธรรมหรือประวัติความเป็นมา สนใจแต่เฉพาะจะถ่ายรูปอวดเพื่อนฝูงในเฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรม นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้พร้อมจะทำพฤติกรรมแย่ๆ เพียงเพื่อจะได้รับความนิยมจากบรรดาสาวกของพวกเขา เช่น สาวเชคนามว่า ซาบิน่า โดลซาโลว่า กับแฟนหนุ่ม ซเดเนค ต้องทำหนังสือขอโทษหลังจากไปทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในวัด Pura Beji ในบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ทั้งสองไปที่วัดนี้เพื่อทำวิดีโอท่องเที่ยวบาหลี แต่ทั้งสองไม่สำรวมกิริยา มีการสาดน้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ใส่กันพร้อมส่งเสียงดัง เมื่อทั้งสองโพสต์วิดีโอนี้ก็เลยทำให้ถูกชาวเน็ตโดยเฉพาะในอินโดนีเซียวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จนทำให้ต้องออกมาขอโทษและกลับไปที่วัดนั้นอีกเพื่อทำการขอขมา 

ก่อนหน้านั้นไม่กี่อาทิตย์ มีชายชาวออสเตรเลีย 5 คนวิ่งเปลือยกายไปตามถนนในบาหลีและยืนปัสสาวะในที่สาธารณะ วิดีโอของพวกเขาถูกเผยแพร่และทำให้ทางการบาหลีไม่พอใจมาก คณะกรรมการการท่องเที่ยวบาหลีกล่าวว่า รัฐบาลอินโดนีเซียกำลังจะออกกฎหมายจัดการกับนักท่องเที่ยวพวกนี้

“ในโลกของดิจิตอล เรื่องราวทำนองนี้แพร่หลายอย่างรวดเร็วเลยทำให้ดูเหมือนว่า เรื่องทำนองนี้มากขึ้น แต่ตอนนี้ยังไม่มีสถิติที่บ่งบอกว่า เรื่องนี้มีจำนวนมากขึ้นในอินโดนีเซีย” แฮรี่ วิดจาจา ผู้ช่วยรองผู้อำนวยการการจัดการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยว ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นเอ็น

 

4

 

ไมเคิล โอเรแกน อาจารย์อาวุโสของมหาวิทยาลัยเบิร์นเมาส์กล่าวว่า การแชร์วิดีโอเกี่ยวกับพฤติกรรมแย่ๆ ของนักท่องเที่ยวในโซเชียลมีเดียทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างนักท่องเที่ยวกับคนท้องถิ่นเลวลง เพราะนักการเมืองก็เหมือนโดนบังคับให้ต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่ง โอเรแกนกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เวนิส ที่นักท่องเที่ยวแบ็คแพ็กเกอร์ชาวเยอรมัน 2 คน ชงกาแฟบนบันไดของสะพานริอัลโต้ที่มีชื่อเสียง เมื่อวิดีโอและรูปภาพแพร่ออกไป ทั้งสองคนโดนจับและปรับ 950 ยูโรหรือ 32,000 บาท

“การทำอย่างนี้ทำให้คนในท้องถิ่นนั้นไม่ชอบนักท่องเที่ยว สร้างความแตกแยกระหว่างเราและพวกเขา ทุกคนต้องการนักท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ แต่การสร้างระบบที่แยกนักท่องเที่ยวดีและเลว ทำให้สถานการณ์แย่ลง” โอเรแกน กล่าว

 

1

 

กรุงโรมเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ออกแนวทางปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยว ในปี 2018 ทางการกรุงโรมออกระเบียบห้ามการดื่มเหล้าบนท้องถนนและห้ามลงไปเล่นน้ำในน้ำพุ นอกจากนี้ยังห้ามกินขนมของขบเคี้ยวในที่สาธารณะและห้ามนั่งบนขั้นบันไดของสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เช่น ‘บันไดสเปน’

ซาร่า เวอร์เด้ ผู้ก่อตั้ง Rome Tour Guide กล่าวว่า ระเบียบเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นเพราะนักท่องเที่ยวที่ไม่อยู่ในระเบียบมีผลกระทบในทางลบกับประเทศ “ในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม กรุงโรมกลายเป็นท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ ผู้คนไม่สนใจระเบียบ” เวอร์เต้ทำงานท่องเที่ยวมามากกว่า 2 ทศวรรษและเธอได้เห็นพฤติกรรมไม่ดีของนักทอ่งเที่ยวมากมากมาย เธอเล่าว่า ชายคนหนึ่งยืนปัสสาวะในทันทีที่รถจอดที่กรุงวาติกันและบางคนก็อ้วกใส่ที่นั่ง

“กรุงโรมเป็นที่ๆ คุณไม่สามารถควบคุมนักท่องเที่ยวได้อีกต่อไปและนักท่องเที่ยวก็ทำพฤติกรรมแย่ๆ มากขึ้นทุกวัน ที่นิวซีแลนด์ โครเอเชียและจีนก็ออกกฎระเบียบเพื่อจะป้องกันไม่ให้นักท่องเที่ยวทำอะไรที่ขัดกับกฎหมายหรือวัฒนธรรมของประเทศ"