ชงชา ขี่ช้าง ชิมชิลล์@เชียงใหม่

September 23, 2019
by กนกพร โชคจรัสกุล

ประสบการณ์ใหม่บนเส้นทางเดิม ที่จะเติมเต็มเรื่องราวของเมืองเชียงใหม่ให้หลากหลายยิ่งไปกว่าเดิม

“...มวลเถาวัลย์ป่าใบเขียว คดลดเลี้ยวพันเกี่ยวคบไม้ใหญ่ ฝูงมัจฉาว่ายแหวกน้ำใส เวียนวนไปภายในสายวารี...  เสียงเพลง ‘เทพธิดาดอย’  ดังขึ้นพร้อมๆ กับการเต้นของเด็กหลายวัยที่มาต้อนรับนักท่องเที่ยว ณ บ้านต้นไม้แม่แมะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ โฮมเสตย์กลางหุบเขาที่คอยต้อนรับนักเดินทางที่ต้องการหามุมสงบในวันพักผ่อนสบายๆ 

หลังจากใช้เวลาสูดอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางความเขียวขจีของพันธุ์ไม้ การเดินทางเพื่อค้นหาเรื่องราวและประสบการณ์ที่ต่างออกไป เริ่มต้นไร่ชาวิวสวยแห่งอำเภอแม่แตง

 4

กรุ่นกลิ่นชา

ทันทีที่เดินทางมาถึง ฝนก็เทลงมาเหมือนเป็นการต้อนรับ เรากางร่มเดินตรงเข้าสู่อาณาบริเวณของ ไร่ชาอรักษ์ Araksa Tea Garden มุมหนึ่งเป็นร้านจำหน่ายชาระดับพรีเมียม ตรงกลางเป็นห้องหลากหลายสไตล์ รอจนฝนซา จึงเริ่มต้นกิจกรรมที่เตรียมไว้ให้นักท่องเที่ยว เราสะพายตะกร้าไว้ด้านหลัง จากนั้นก็เดินตามไกด์ไปในไร่เพื่อทดลองเด็ดใบชาด้วยตัวเอง

“ในไร่ของเราจะมีชาอยู่ 3 แบบคือ ชาเพียวอัสสัม อัสสัมเฮวิก ไชน่าเฮวิก เป็นชามาจากเมืองจีน ชาวเขาเอามาปลูกที่นี่มากกว่า 2,500 ปี วิธีการเด็ดคือ ยอดบนสุดเล็กสุดจะเป็นชาขาว รองลงมาใบสั้นๆ เด็ด 2 ใบเป็นชาเขียว รองลงมาเด็ด 3-4 ใบคือชาดำ” ณัฐพร เชอหมื่น ไกด์ไร่ชา อธิบายให้ฟัง ทุกคนเก็บชาเสร็จแล้วนำมารวมกัน ชั่งน้ำหนักได้หนึ่งกิโลหนึ่งขีด

“ทุกคนเก็บเก่งมาก ใบสวยๆ ทั้งนั้นเลย 300 ใบถึงจะได้หนึ่งขีด ถ้าหนึ่งกิโลต้อง 3,000 ใบ ต่อไปคือกระบวนการทำชาเขียวแบบดั้งเดิม คั่วและนวดด้วยมือ ชาวเขาทุกเผ่าทำวิธีนี้มา เป็นวิธีของชาวจีน จีนเป็นประเทศแรกที่ดื่มชามานานหลายพันปี ระยะเวลาคั่วขึ้นอยู่กับปริมาณชาเขียว วันนี้ได้เยอะใช้เวลา 8-9 นาที คั่วด้วยเตาถ่าน คั่วแล้ว 1 กิโลจะเหลือแค่ 2 ขีด ที่นี่มีชาเขียว 2 ชนิด คั่วด้วยมือเตาถ่านกับคั่วด้วยเครื่องจักรไฟฟ้า การเก็บชา เมื่อเก็บมาแล้วจะต้องเอามาคั่วทันที หากปล่อยทิ้งไว้จะเกิด Oxidation ทำให้ใบดำ รสชาติเปลี่ยน ฤดูกาลก็มีผล ถ้าเป็นหน้าร้อน การคั่วใช้เวลาน้อยเพราะความชื้นน้อย” ชาลีชาญ อินทวงค์ ไกด์อาวุโส อายุ 74 ที่ดูเหมือนอายุ 60 เล่าให้ฟัง

ชาเขียวของทุกคนถูกนำมารวมกัน เทใส่กระทะ จุดไฟให้มีความร้อน 90 องศาเซลเซียส แล้วก็เริ่มต้นคั่ว เพราะใบสดจะขม การคั่วทำให้ความขมลดลง คั่วแบบไม่ต้องสุกมาก พอหมาดๆ นุ่มๆ

7

“ขั้นตอนต่อไป เป็นการนวดด้วยมือ ทำให้มี Smoking, Roasting กลิ่นถ่าน ถ้าคั่วเตาไฟฟ้าจะไม่ได้กลิ่นนี้ นวดแล้วจะได้รสชาติ Favo, Moistur, Aroma, Tea oil ลดความขม Reduce tenning แล้ว Quick Oxidation สร้างรสชาติ ถ้าไม่ทำอย่างนี้จะไม่ได้รสชาติอะไรเลย ไม่มีกลิ่นเลย ต่อด้วยการคั่วแห้ง 45-50 นาที ใช้ความร้อน 50 องศาเซลเซียส ค่อยๆ ทำอย่างละเอียด ความชื้นจะระเหยออกมาจนไม่มีเลย กลายเป็นอย่างนี้” ลุงชาลี โชว์ถุงชาที่คั่วจนแห้งสำเร็จแล้วให้เราดู

จากปริมาณ ชา 2.5 ขีดจะได้ 1 ถ้วย (cup) ส่วนชาในโรงงานจะนวดด้วยเครื่องจักร ผึ่งความร้อน ผ่านขบวนการหมักตามชนิดของชา บางชนิด 4 ชั่วโมง บางชนิด 45 นาที ยิ่งหมักนานรสชาติจะเข้มข้นขึ้น คาเฟอีนเพิ่มขึ้น ถ้าเรียงลำดับกันแล้ว ชาดำ รสชาติเข้มข้นที่สุด ชาขาวจะอ่อนที่สุด ส่วนชาเขียวจะอยู่ตรงกลาง Signature ของที่นี่คือชาชื่อว่า ‘Silk Tea’ มีรสชาติ Smooth นุ่ม 

8

ถึงเวลาชิมชากันแล้ว แก้วแรก Basic Black Tea ใส่น้ำตาลแดงเล็กน้อย ให้มีรสหวาน รับประทานง่าย มีนมกับน้ำตาลให้เติมถ้าชอบหวานกว่านั้น ต่อด้วย ชาเขียวร้อน แบบนวดมือ ดื่มแล้วรสสัมผัสนุ่ม มีกลิ่นคั่วจากเตาถ่าน กินกับข้าวแต๋นราดคาราเมล นอกจากชาดำ, ชาเขียวแล้ว ที่นี่ยังมีชา Blue Tea ด้วย

“Blue Tea คือชาอัญชันตะไคร้ ต่อต้านอนุมูลอิสระ ต่อต้านชรา ช่วยระบบย่อยอาหาร ส่วน White Tea เก็บแค่ยอดอ่อนหนึ่งใบ เรามีชาขาว 2 ชนิด ไวท์ทีอรุณ กับ ไวท์ทีสายัณห์ เก็บตอนเช้าตรู่ 6-8 โมงเช้า กับ เก็บตอนพระอาทิตย์ตกแล้ว 5 โมงเป็นต้นไป ชาอรุณรสชาติหวานเหมือนน้ำผึ้ง ชาสายัณห์เหมือนผลไม้ ชาอรุณรสนุ่ม ชาสายัณห์จะเข้มนิดหนึ่ง แต่สารอาหารมาก ชาขาวเก็บได้น้อยมาก กว่าจะได้หนึ่งกิโล เมื่อผ่านขั้นตอนแล้วได้แค่ 2 ขีด” ณัฐพร อธิบาย20

ความรู้ที่ได้ในวันนี้ ชาที่ดีที่สุดคือ ชาขาว ยอดอ่อนใบเดียวของทุกเช้า เป็นชาที่มี Polyphenol มากที่สุด เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ Anti Aging ที่สำคัญ การดูแลไร่ที่นี่จึงต้องตัดแต่งกิ่งอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้มันผลิยอดอ่อน โดยมี Tea Master คอยควบคุมทุกขั้นตอน ในหนึ่งวัน ชาเขียวเก็บได้ 4-5 โลต่อคน ชาดำเก็บได้ 8-9 กิโลต่อคน ขณะที่ชาขาวเก็บจากหลายๆ คนมารวมกันได้เพียงแค่ 1 กิโลเท่านั้น ชาขาวจึงเป็นชาที่แพงที่สุด

2 

ท่องปางช้าง

จากตัวเมืองเชียงใหม่ เรานั่งรถไปประมาณ 50 นาที ก็จะถึง ปางช้าง Thai Elephant Home ในหมู่บ้านแม่กื้ด ตำบลกื้ดช้าง อำเภอแม่แตง สถานที่ท่องเที่ยวด้วยการขี่ช้าง พาช้างไปอาบน้ำ เล่นน้ำกับช้าง ให้อาหารช้าง ได้สัมผัสกับช้างอย่างใกล้ชิดที่สุด

“เมื่อก่อนพวกผมมีช้างอยู่แล้ว ทำงานที่ปางใหญ่ๆ ที่เขาใส่แหย่ง(ที่นั่งช้าง) วันหนึ่งมีลูกค้ามาบอกว่า มากี่ครั้งๆ ก็เหมือนเดิม ได้แค่ขึ้นลงๆ แค่แตะๆ ไม่ได้สัมผัสช้าง บอกว่าน่าจะได้สัมผัส ได้อยู่กับช้าง ได้อาบน้ำ ได้ขี่ ได้เล่น ได้กอด เราก็เลยคุยกับคุณเสถียร ผู้จัดการปางช้าง ประมาณปี 2549 เดือนพฤศจิกายน เราก็มาทำตรงนี้ ช่วง 2 ปีแรกไม่มีใครรู้จัก พอปีที่ 3 ลูกค้าที่เคยมากลับมาอีกครั้ง เพราะได้ใกล้ชิดกับช้างไม่เหมือนที่อื่น ตอนนี้มีช้างทั้งหมด 21 ตัว แล้วก็มีช้างน้อยอยู่ที่เนิร์สเซอรี่” วนชาติ บูรพาเกียรติ ผู้จัดการปางช้าง กล่าว

ก่อนขี่ช้าง เราเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อหม้อห้อม จากนั้นนำอ้อยไปให้ช้างเพื่อทำความรู้จักกันก่อนจะขึ้นขี่ช้างไปเที่ยวในป่า ระหว่างทางหากเจอของโปรดอย่างใบไผ่ ช้างก็จะหยุดแวะกินบ้าง

“กิจกรรมแบบ One Day มีรถไปรับมาที่นี่ไม่เกิน 9.30 น. พูดคุยครึ่งชั่วโมงให้ความรู้เกี่ยวกับช้าง เรียนรู้คำสั่งช้างพื้นฐาน ให้อาหารช้าง แล้วเรียนปฏิบัติครึ่งชั่วโมง จากนั้นขี่ช้างเข้าไปในป่าหนึ่งชั่วโมง จะมีผัดไทยห่อใบตอง หรือข้าวหลาม ข้าวมัน ให้นั่งกินในกระท่อมในป่า บ่ายโมงเอาช้างมาทำสปา อาบโคลนดำ มีที่นี่ที่เดียว ช้างที่นี่ผิวจะมีสีดำ ผิวดี ไม่แห้ง แล้วขี่เดินครึ่งชั่วโมง ไปเล่นน้ำ แล้วขี่กลับ ประมาณห้าโมงถึงโรงแรม 

ถ้ามีเวลาน้อย 2 ชั่วโมงหรือครึ่งวัน สามารถขี่ช้างเข้าป่าและเล่นน้ำกับช้างได้ ในราคา 2,500 บาทต่อคนต่อเชือก ถ้าเป็น One Day 4,900 ต่อคนต่อเชือก ถ้าชอบมากๆ จะมาค้างคืนหลายๆ วันก็ได้ ที่นี่มีที่พักที่นอนให้ หรือจะมาเรียนเป็นควาญช้างก็ได้ ถ้ามาค้าง หนึ่งคืน 9,000 บาท เคยมีคนมาอยู่ 6 เดือน ปีหนึ่งก็มี ค่าใช้จ่ายตีเหมาไป แล้วเราก็รับอาสาสมัครด้วย ไม่ได้มาฟรีนะฮะ มาฝึกทำความสะอาดขี้ช้าง พาช้างไปเดินเล่น ไปอาบน้ำ ตัดหญ้าให้ช้าง อาสาสมัครหนึ่งอาทิตย์ 18,000 บาท รวมอาหารทุกมื้อ ถ้าเป็นเด็กต้องดูแลตัวเองได้หรือมีคนดูแล ก่อนจะมาต้องโทรมาเช็คก่อน เพราะเราจำกัดลูกค้า โทรเช็คแล้วว่างค่อยมา ถ้ามาแล้วไม่ว่างคุณก็เสียเวลา” วนชาติ บูรพาเกียรติ ผู้จัดการปางช้าง  ให้ข้อมูล

 6

ลิ้มรสภารตะ

เที่ยวเชียงใหม่ หลายคนคงคุ้นเคยกับอาหารพื้นเมือง ทริปนี้เราเปลี่ยนบรรยากาศและรสชาติคุ้นลิ้นมาลิ้มลอง อาหารอินเดีย กันบ้าง พิกัดร้านอยู่ตรงข้ามกับกองพันสัตว์ต่าง กำแพงสีชมพู ประตูสีเขียว Bombay hut กระท่อมน้อยแสงไฟสลัวๆ ด้วยเทียนและโคมระย้า เมื่อนั่งโต๊ะเรียบร้อย เจ้าของร้านก็ออกมาทักทายแนะนำอาหาร ​​

“คอนเซปต์ของร้านเริ่มจากการได้ไปทำงานที่อินเดีย 11 ปี เป็นไทยเชฟ แต่มีเพื่อนเป็นอิหร่าน ศรีลังกา อินเดียใต้ คนไทยกลัวเรื่องกลิ่นเครื่องเทศ จริงๆ แล้วมัสมั่น แกงฮังเล เราก็ไปเอาของเขามา เลยต้องปรับให้คนไทยทานได้ ฝรั่งทานได้ เรามีลูกค้าประจำเป็นชาวอินเดีย มีอินเดียบางพวก ทานรสจัด ทานฉุน ทานเผ็ด เราก็เติมให้ได้ เป็นสไตล์ Dining เริ่มด้วย ซุป สลัด ถ้าไปกาล่าดินเนอร์เขาก็เสิร์ฟอย่างนี้” เชฟ ‘ช้าง’ กรุงธนะ นิ่มหนู พูดถึงความเป็นมาของร้านให้ฟัง

ที่นี่เป็นร้านค่อนข้างเล็กจึงไม่รับลูกค้าวอล์คอิน ต้องจองมาก่อน แล้วแจ้งเงื่อนไขด้วยว่า เป็น Vegetarian, ไม่กินกระเทียม, ไม่กินนม, ไม่กินไข่, หรือเป็น Vegan ทางร้านจะได้จัดให้ได้ตามต้องการ

5

“อาหารกลางวัน อยู่ที่ 350 บาท โปรโมชั่น 280 บาท ถ้าเป็นกลางคืน Dinner มี ซุป สลัด Main Dish ขนมหวาน ชา อยู่ที่ 650 โปรโมชั่น 550 แล้วก็มีอีกเซ็ทหนึ่ง ‘มหารานี’ 990 บาท จะ พรีเมียมขึ้น มีแซลมอน ล็อบสเตอร์ แกะ เราใช้พวกเครื่องเงิน แล้วก็อะไรใหม่ ทำให้เป็นโอกาสพิเศษจริงๆ” เชฟบอกรายละเอียด

อาหารอินเดียไม่สามารถทำให้เป็น Full Couse ได้ เพราะไม่มีซุป,สลัด จึงต้องเป็น British Indian มีความเป็นยุโรปผสมอยู่ คนอินเดียเองจริงๆ มีความเป็นอยู่ที่รับมาจากฝรั่งไว้โดยไม่รู้ตัวจากการเป็นอาณานิคม นั่นคือ ใส่สแล็ค ไปบาร์เบอร์ เวลามาทานอาหาร ถ้ามา 4 คนต้องรอให้ครบก่อนค่อยสั่ง มีดื่มอาฟเตอร์นูนที ดื่มชาทั้งวัน ภาษาราชการก็ยังเป็น British English อยู่ อาหารที่นี่เริ่มต้นด้วย Snack บิสกิตกับ Butter Parsley และองุ่น ต่อด้วยสลัดแฮม, แกงไก่กับนาน, ไอศกรีม ปิดท้ายด้วย Chai ชานมอินเดีย

“ทุกคอร์สเราจะมี vegetarian ให้ คนอินเดียจะกินมันฝรั่ง ถั่ว พืชผักใบเขียว นม ชีส เมนูของเราจัดตามวัตถุดิบที่ได้ในช่วงนั้น มีตัวนี้แล้ว เอาตัวนี้มาตัด เอาตัวนี้มาเสริม ใช้ความรู้สึกในการ Merge สิ่งพวกนี้เข้ามาด้วยกัน จานนี้ขึ้นไปแล้ว เดี๋ยวต้องลงมา จานนี้เบาไป เดี๋ยวอีกจานต้องเด้งขึ้น ด้วยความที่ไม่มีเมนู เราสามารถตกลงกันได้ เช่น คนนี้แพ้ถั่ว คนนี้ไม่กินงา คนนี้ไม่กินหมู ทุกจานจะเป็นเซอร์ไพรส์” เชฟช้าง อธิบายถึงความใส่ใจ

............

99

อิ่มหนำสำราญ เราอำลาเชียงใหม่ด้วยงาน Nimman Art & Music Fest 2019 เทศกาลดนตรีขนาดย่อม ย่านถนนนิมมานเหมินท์ “การจัดงานครั้งนี้ เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี สร้างสีสัน ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวจังหวัดเชียงให้มากขึ้นและเป็นการบอกว่าช่วงไฮซีซันของเชียงใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว เชียงใหม่มีนักท่องเที่ยวรวม 5.7 ล้านคน เป็นคนไทย 70 เปอร์เซ็นต์ ต่างชาติ 30 เปอร์เซ็นต์ งานนี้เป็นการสร้างสรรค์ความสุขเพิ่มสีสันบรรยากาศการท่องเที่ยวให้กับเชียงใหม่ในอีกรูปแบบหนึ่ง” ภัคนันท์ วินิจชัย ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเชียงใหม่ พูดถึงงานนี้

สำหรับใครที่กำลังวางแผนไปเชียงใหม่ ลองเปลี่ยนบรรยากาศไปสัมผัสรสชาติที่แตกต่าง ประสบการณ์แปลกใหม่ แล้วคุณจะพบกับความสุขในการเดินทางอีกรูปแบบหนึ่ง

55

รู้จักรักษ์ช้างไทย

ช้างเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นสัตว์กินพืช ชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ช้างมีจำนวนลดลงเรื่อยๆ เพราะคนฆ่าช้างเอางา แล้วพื้นที่ป่าก็ลดลง ทำให้ไม่มีแหล่งอาหารช้างมี 2 สายพันธุ์ คือ ช้างแอฟริกา กับ ช้างเอเชีย

ช้างแอฟริกา(African elephant) มีขนาดใหญ่กว่าช้างเอเชีย หูใหญ่ ตัวผู้สูง 3.5-4 เมตร หนัก 5-6 ตัน ตัวเมียสูง 3 เมตร หนัก 3.4-4.5 ตัน ช้างแอฟริกามีงาทั้งตัวผู้และตัวเมีย

ช้างเอเชีย (Asian elephant) มีขนาดเล็กกว่าช้างแอฟริกา ลำตัวอ้วนกลม หัวกลมใหญ่ ดุร้ายน้อยกว่าช้างแอฟริกา ยกเว้นเวลาตกมันหรือบาดเจ็บ ช้างเอเชียตัวผู้และตัวเมียมีขนาดไม่ต่างกัน สูง 2-4 เมตร หนัก 3-5 ตัน ช้างป่าเรียกเป็น‘ตัว’ ช้างบ้านเรียกเป็น ‘เชือก’ 

ช้างเป็นสัตว์ประจำชาติไทยและชาติลาว (อาณาจักรล้านช้าง) ช้างตัวผู้มีงาเรียกว่า ‘ช้างพลาย’ ช้างตัวผู้ไม่มีงาเรียกว่า ‘ช้างสีดอ’ ช้างตัวเมียเรียกว่า ‘ช้างพัง’ งวงช้างจะเป็นทั้งจมูกและมือในเวลาเดียวกัน ช้างกินอาหารประมาณ 10% ของน้ำหนักตัวต่อวัน

ช้างเป็นสัตว์ที่มีอายุยืนและฉลาดมาก ช้างเอเชียหรือช้างไทยอาจมีอายุได้ถึง 70 ปี และเป็นสัตว์สังคม ฝูงช้าง เรียกว่า ‘โขลง’ แต่ละโขลงมีสมาชิกประมาณ 6-7 ตัว นับแต่อดีตช้างผูกกันกับคนไทยในหลายมิติ มีการนำช้างมาฝึกทั้งเพื่อการทำงาน ชักลากไม้ และการแสดง ปางช้างหลายแห่งสามารถฝึกช้างให้วาดรูป โชว์ร่วมกันคน รวมถึงการขี่ช้างท่องป่า 

สำหรับที่ปางช้าง Thai Elephant Home แห่งนี้ มีช้างอยู่ประมาณ 20 เชือก ช้างอายุน้อย มักจะชอบเล่น ปางช้างจึงฝึกให้ช้างน้อยช่วยเอนเตอร์เทนนักท่องเที่ยวด้วยการหอมแก้ม พ่นน้ำใส่ ส่วนช้างที่โตเต็มที่ก็ใช้เป็นพาหนะในการนำนักท่องเที่ยวเดินทางศึกษาธรรมชาติ

อาหารหลักของช้างที่นี่คือ หญ้าเนเปีย กับ ต้นข้าวโพด เป็นความเกื้อกูลระหว่างปางช้างกับชาวบ้านแถบนี้ เมื่อหักเก็บข้าวโพดไปแล้วจะเผาต้นทิ้ง ปางช้างก็ไปซื้อมาเป็นอาหารให้ช้าง ขนมของช้างคือ อ้อยและกล้วย ส่วนของโปรด คือ หน่อไม้ และ ใบไผ่ เวลาเราขี่ช้างป่า ช้างจะชอบมาก เพราะได้มาหาของโปรด มีการหยุดกินใบไผ่ในป่าเป็นระยะๆ

 

66

ภาษาช้าง

การเข้าหาช้าง และขึ้นขี่ช้าง จะต้องเข้าทางด้านขวาของช้าง แล้วส่งเสียงดังๆ ให้ช้างนั่งลงว่า “แมบลง” พอช้างนั่งลงแล้วเราก้าวขึ้นบนหลังช้าง แล้วก็สั่งให้ลุกขึ้นว่า “ลุก” ถ้าจะสั่งช้างเดินไปข้างหน้าพูดว่า “ไป” หรือ “ฮือ” ถ้าจะสั่งให้ช้างเลี้ยวพูดว่า “เบน” แล้วใช้เท้าเตะไปที่ช้าง ถ้าไปทางขวาให้ใช้เท้า Kick หลังหูซ้าย ฝั่งตรงข้ามที่เราจะไป เหมือนเราขับรถ แต่ถ้าจะไปทางซ้ายให้ใช้เท้า Kick หลังหูขวา ถ้าจะสั่งช้างหยุดพูดคำว่า

“ฮาว” เหล่านี้คือภาษากะเหรี่ยง ภาษาคนบนดอย เอาไว้สั่งช้างทำโน่นทำนี่ เวลาเราเดินไปกับข้างช้างให้เดินด้านขวาของช้าง เพราะช้างคุ้นกับคนด้านขวามากกว่าด้านซ้าย

 

23_1

การขี่ช้าง

การนั่งบนหลังช้าง โดยไม่มี ‘แหย่ง’ (ที่นั่งบนหลังช้าง) ที่ปางช้างทั่วไปมี ทำให้ได้สัมผัสช้างอย่างใกล้ชิดจริงๆ เมื่อเราขึ้นนั่งบนหลังช้างแล้ว จะต้องนั่งล้ำมาด้านหน้านิดหนึ่ง ช่วงแรก 5-10 นาทีจะไม่ชิน หลังจากนั้นเมื่อหาจุดที่พอดีได้แล้วก็จะสบายๆ ขึ้น การขี่บนตัวช้างจะผ่อนคลายกว่าขี่บนแหย่ง เพราะบนแหย่งโยกกว่า เจ็บเอวกว่า ส่วนช้างจะไม่เจ็บที่เรานั่ง แต่หนักนิดหน่อย อยู่ที่ว่านั่งกี่คน แล้วให้ช้างเดินกี่รอบมากกว่า ควาญที่นี่ไม่ใช้ตะขอสับ แต่มีติดตัวไว้เพราะความจำเป็น มีไว้เพื่อควบคุม ช้างเป็นสัตว์ใหญ่ ไม่รู้ว่าจะตกใจเมื่อไร หรือจะเกิดอะไรขึ้น อย่างเวลากิน จะกินเยอะ เมื่อเห็นอาหารหรือมีกลิ่นอาหารในถุงพลาสติกเขาก็จะกินเข้าไปทั้งหมด ควาญจะสั่งห้ามก่อน ด้วยความที่เขาแรงเยอะ บางตัวก็ปล่อย บางตัวก็กินต่อ จึงต้องตีให้มันหยุดกิน เพราะมันจะเป็นอันตรายกับช้าง

ข้อควรระวัง

กรณีที่เราอยู่บนหลังช้าง แล้วช้างตกใจวิ่งเตลิด บนตัวช้างจะมีเชือกให้จับ จับเชือกไว้ให้แน่น ไม่ต้องกระโดดลงมา แค่คอยระวังว่าช้างจะวิ่งไปลอดต้นไม้หรือเปล่า ปกติ จะไม่นาน ช้างหายตกใจแล้วมันก็จะหยุดเอง ให้ตั้งสติ อย่าตกใจ ไม่ต้องกลัว