รัก ณ กะปง

July 13, 2019
by ปริญญา ชาวสมุน

ในเมืองพังงา ยังมีเมืองเล็กชวนหลงรักที่ชื่อว่า ‘กะปง’

ถึงจะไม่ใช่เมืองที่คึกคักที่สุด แต่ถ้าใครเคยไปเยือน พังงา จะรู้ดีว่าไม่ได้ด้อยไปกว่าเมืองอื่นแต่อย่างใด มิหนำซ้ำยังมีดีมากมายและหลายหลาก ตั้งแต่สถาปัตยกรรม, ทรัพยากรธรรมชาติ, อาหารการกิน, สถานที่ท่องเที่ยว รวมไปถึงวิถีชีวิตเรียบง่ายของคนพังงาที่ไม่ว่าจะสัมผัสกี่ครั้งก็ยังประทับใจ ซึ่งความง่ายงามตามสไตล์พังงามีให้พบเจอได้ตั้งแต่ในเมืองไปจนถึงต่างอำเภอ

ถัดจากพรมแดนเชื่อมต่อกับอำเภอเมืองและอำเภอท้ายเหมือง ถนนสายยาวที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำค้างของเมื่อคืนกำลังพาเรามุ่งหน้าสู่ดินแดนในแบบที่หลายคนเคยถวิลหา เพราะความเรียบง่าย สบายๆ ธรรมดาทว่างดงาม กลายเป็นเสน่ห์ที่ไม่ว่าใครที่เคยลองแวะเวียนมา อำเภอกะปง ต้องมีอันหลงรักอย่างหัวปักหัวปำ แม้จะยังไม่ทันถึงจุดหมายแต่ต้นไม้ใบหญ้าสองข้างทางก็ต้อนรับผู้มาเยือนจนไม่อาจจะละสายตาจากทิวทัศน์ที่รถแล่นผ่านได้เลย (ส่วนใครมีหน้าที่ขับรถก็อย่าเผลอชมวิวข้างทางนานเกินไป เพราะข้างหน้าก็สวยไม่แพ้กัน)

66633506_2389333727792092_3221354183579926528_o

 

สวัสดีกะปง

‘เช้าตรู่’ คือช่วงเวลาดีที่สุดหากจะทำความรู้จักกับ ‘กะปง’ เพราะตั้งแต่แสงแรกของวันยังไม่ทันสาดฉาย หลายชีวิตก็เริ่มต้นเคลื่อนไหวแล้ว หากเป็นคนกรุงอาจด้วยเหตุผลว่าจะต้องเร่งรีบทำกิจธุระให้ทันเวลาเดินทางไปทำงานก่อนที่การจราจรจะติดขัด...คนกะปงก็เช่นกัน พวกเขาต้องลุกจากที่นอน อาบน้ำ แต่งตัว หากเป็นเช้าวันอาทิตย์พวกเขาจะไปที่ ตลาดนัดปากถัก ตลาดขนาดย่อมแต่ครบครันด้วยของกินของใช้ และที่หนาแน่นไม่แพ้กันโดยเฉพาะช่วงฤดูฝนแบบนี้คือไอหมอกที่ห้อมล้อมตลาดนี้ไว้ เรียกได้ว่าเป็นตลาดในม่านหมอกก็ไม่ผิดนัก

ช่วงที่หมอกปกคลุมมากเมื่อมองจากข้างนอกตลาด ทุกอย่างดูจะเลือนรางไปหมด แต่ภายในตลาดกลับคึกคักด้วยพ่อค้าแม่ขาย ลูกค้ามากหน้าหลายตาทั้งจากละแวกนั้นและคนต่างถิ่น ร้านรวงที่มีสินค้าหลายประเภทให้จับจ่ายซื้อหาในราคาสบายกระเป๋า แน่นอนว่าหลายคนมาฝากท้องมื้อเช้ากับที่นี่

จะกินอะไรดีล่ะ...โจ๊กเนื้อนวลเนียนพิเศษใส่ไข่ เสิร์ฟร้อนๆ กินคู่กับปาท่องโก๋ที่วางรอท่าให้ลูกค้าหยิบกินได้ทันที (แล้วพ่อค้าจะมาคิดตังค์ทีหลัง) หรือจะจัดเบาๆ ด้วยกาแฟโบราณหอมกรุ่นฝีมือแม่ค้ารุ่นใหญ่ที่มั่นใจได้ว่าประสบการณ์การชงไม่แพ้บาริสต้าร้านกาแฟชื่อดังเลยทีเดียว จะซื้อซาลาเปา ขนมไทย หรือข้าวเหนียวหมูปิ้งมากินแกล้มกันก็อร่อยดี ยิ่งมองไปรอบตัว เกือบทุกโต๊ะมีลูกค้านั่งกินมื้อเช้าอย่างอร่อย สลับกับพูดคุยกันกับเพื่อนฝูงอย่างออกรส เป็นความคึกคักที่น่ารักอย่างบอกไม่ถูก

67064349_2389333764458755_2628203012270587904_o

66725112_2389333897792075_1989729434793410560_o

66281734_2389333904458741_8312815008480231424_o

64602274_2389333851125413_8224353078913007616_o

หากคุ้นเคยกับมื้อเช้าที่เร่งด่วนเพราะต้องแข่งกับเวลา ที่นี่คุณจะทอดอารมณ์ไปกับเวลานานแค่ไหนก็ได้ หากไม่มีลูกค้าคนอื่นมารอนานเพราะโต๊ะเต็มก็ดื่มด่ำกับบรรยากาศและรสชาติอาหารได้เลย นอกจากนี้สิ่งที่จะทำให้ต้องว้าวอีกอย่างคือราคาอาหารที่ค่อนข้างถูก ทั้งรสชาติและบรรยากาศแค่นี้ก็เกินคุ้มแล้ว

นอกจากอาหารปรุงสดและเมนูหลักที่นั่งกินไปชิลไป ยังมีสินค้าหลายอย่างให้เลือกซื้อทั้งอุปโภคและบริโภค ใครขาดเหลืออะไรก็หาได้จากที่นี่ หรือต้องการวัตถุดิบไปทำอาหารเองก็ครบจบในที่เดียว ที่เห็นมีมาก คือ ผักผลไม้ท้องถิ่น รวมทั้งปลาหลายชนิด เช่น ปลาฉิ้งฉ้าง (ปลากระตัก) ซื้อมาเป็นของฝากก็ถูกใจผู้รับมากๆ

พอเริ่มสาย ไอแดดจะค่อยๆ ขับไล่หมอกที่เคยหนาให้เบาบางลง พอๆ กับจำนวนคนเดินตลาดที่เริ่มแยกย้ายกลับบ้านไปทำมาหากิน ทว่าความน่ารักของย่านนี้ยังไม่หมด เพราะข้างตลาดคือ คลองกะปง ลำคลองใสสะอาดที่ไหลผ่านอำเภอนี้ และจะแตกต่างจากลำคลองแบบเมืองๆ เพราะมีลักษณะเป็นลำธารธรรมชาติ ริมสองฝั่งคือป่าเขา บางช่วงคือเรือกสวนไร่นา ชาวกะปงยังได้ใช้ประโยชน์จากคลองสายนี้อยู่ นอกจากนี้ยังมี สะพานประชาอุทิศ แลนด์มาร์คสำคัญทั้งในแง่การคมนาคมคือชาวบ้านใช้สัญจรไปมาข้ามคลอง และยังเป็นเสมือนจุดชมวิวที่หากมาในช่วงเวลาพอเหมาะ สายหมอกจะเรี่ยผิวน้ำ มีต้นไม้และสายน้ำเป็นองค์ประกอบที่ลงตัวสุดๆ

66475161_2389333737792091_1213936097776631808_o

66404093_2389333991125399_7211892325033705472_o

66506897_2389334114458720_2172603610339213312_o

66827485_2389334201125378_6204449931202134016_o

 

มากะปงต้องลงน้ำ

เสน่ห์ยามเช้าของเมืองกะปงอาจทำให้หลายคนหลงใหลไปแล้ว แต่อยากให้เหลือพื้นที่หัวใจไว้บ้าง เพราะกะปงคือดงของดีที่เที่ยววันเดียวไม่พอ แล้วถ้ายังคิดไม่ออกว่าไปไหนต่อ ให้ลองนึกถึงน้ำใสๆ ธรรมชาติสวยๆ ที่แรกคือแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังประจำอำเภอ หลายคนยก น้ำพุร้อนปากพู่ ให้เป็น the must ด้วยความเป็นน้ำพุร้อนคาแรกเตอร์จัด คือ มีทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็นไหลมาบรรจบกัน บางจุดร้อน บางจุดเย็น บางจุดอุ่น และบางจุดร้อนๆ เย็นๆ เป็นความสนุกของการแช่น้ำในแบบที่หาได้ยาก

จากตลาดนัดปากถักมุ่งหน้าไปที่หมู่ 4 ตำบลท่านา แม้แดดสายจะเริ่มระอุ แต่สองข้างทางยังเขียวครึ้มร่มรื่น ก่อนจะถึงแหล่งน้ำพุร้อน เส้นทางบางช่วงยังเป็นลูกรัง บรรยากาศป่าๆ ช่วยเตรียมความรู้สึกก่อนจะได้สัมผัสน้ำพุร้อนสุดเจ๋งซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติ

น้ำพุร้อนปากพู่มีลักษณะเป็นลำธารยาวกว่า 9 กิโลเมตร มีต้นน้ำอยู่บนภูเขาแล้วไหลไปลงคลองกะปง จุดที่เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเป็นช่วงที่เรียกว่าคลองปลายพู่ มีบ่อขนาดใหญ่ 1 บ่อ และขนาดเล็กอีก4-6 บ่อ เรียงรายอยู่ตามลำคลอง โดยไม่มีการก่อสร้างแต่งเติมปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ซึ่งบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้มีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 75 องศาเซลเซียส จึงทำให้นักท่องเที่ยวที่พาครอบครัวมาท่องเที่ยวจะนำไข่ไก่มาแช่ในบ่อน้ำพุร้อนโดยใช้เวลาแช่ประมาณ 20 – 30 นาที

67306527_2389334314458700_4534596247431938048_o

66726362_2389334241125374_8261871379180158976_o

แต่ความพิเศษของบ่อน้ำพุร้อนนี้ต่างจากที่อื่นคือบ่อน้ำพุร้อนจะอยู่รวมกันกับน้ำเย็นในลำธารเดียวกันแบ่งเป็น น้ำเย็นอยู่ฝั่งซ้าย น้ำร้อนอยู่ฝั่งขวา เป็นความมหัศจรรย์ที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ

นอกจากนี้ชาวบ้านเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการบำบัดรักษาโรคต่างๆ เช่น โรคเหน็บชา ไขข้ออักเสบ และโรคอัมพฤกษ์ ทำให้มีชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวจำนวนมากแวะเวียนเข้ามาแช่น้ำร้อนตั้งแต่เช้าตรู่และตลอดทั้งวัน

หากเปรียบน้ำพุร้อนเป็นความสงบนิ่ง น้ำตกคงหมายถึงความดุดันและสนุกสนาน เพราะถัดไปที่หมู่ 1 ตำบลกะปง หรือราวๆ 8 กิโลเมตรจากตัวอำเภอกะปง มีน้ำตกขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่แต่มีชื่อเสียงพอสมควร หลบเร้นอยู่ในนั้น

จากจุดจอดรถต้องเดินเข้าไปตามเส้นทางดินสลับหินซึ่งถูกถางเป็นทางไว้ชัดเจน แม้เป็นทางธรรมชาติและขึ้นๆ ลงๆ ไม่ราบเรียบแต่ถือว่าค่อนข้างสะดวกและเดินง่าย เส้นทางนี้จะเลียบไปกับลำธารซึ่งไหลมาจากน้ำตกแห่งนี้ นอกจากจะมีเป้าหมายคือที่น้ำตก ระหว่างทางยังมีอะไรต่อมิอะไรให้ดู ทั้งต้นไม้ ดอกไม้ป่า ผีเสื้อนานาพันธุ์ เห็ดหน้าตาแปลกประหลาด (เพราะที่นี่ชื้นตลอดทั้งปี) กว่าจะถึงที่หมายก็ได้เรียนรู้ธรรมชาติเยอะทีเดียว

เดินพอเหงื่อซึมก็มาถึง น้ำตกหินลาด เสียงสายน้ำที่เกิดจากสายน้ำ 3 สายไหลมารวมกัน คือ คลองบางใหญ่ คลองเขาไม้แก้ว และคลองมะละกอ แล้วไหลเซาะไปตามก้อนหินน้อยใหญ่ ดังซู่ซ่าไปพร้อมๆ กับทิ้งตัวลงเป็นลำธารที่เราเดินเลียบเลาะมาเมื่อสักครู่นี้

ที่มาของชื่อน้ำตกหินลาด ว่ากันว่ามาจากลักษณะสองฝั่งเป็นหินลาดไล่ระดับกันลงมา ซึ่งตรงจุดนี้น้ำค่อนข้างลึก อาจบอกได้ว่าไม่เหมาะกับการเล่นน้ำ แต่สำหรับเด็กน้อยเจ้าถิ่น ที่นี่คือบ้านของพวกเขา จึงไม่แปลกหากจะได้เห็นเด็กตัวเปี๊ยกกระโดดน้ำที่ความสูงระดับเสียวไส้ แล้วปีนป่ายขึ้นมากระโดดลงไปใหม่อย่างสนุกสนาน

และไม่ได้มีแค่กิจกรรมแอดเวนเจอร์แบบบ้านๆ เพราะกิจกรรมยอดนิยมโดยเฉพาะสำหรับชาวต่างชาติ คือ ล่องห่วงยางในลำธารน้ำตกหินลาด จากต้นทางปล่อยให้นอนบนห่วงยางแล้วปล่อยไหลไปตามน้ำผ่านโขดหินแล้วมีเจ้าหน้าที่ไปรอรับที่ปลายน้ำ กระแสน้ำที่ไหลแรงบางช่วงบวกกับอุปสรรคธรรมชาติอย่างโขดหิน ทำให้อะดรีนาลีนหลั่งกันเป็นว่าเล่นเชียวละ

ส่วนคนที่ต้องการแค่การพักผ่อน เล่นน้ำให้เย็นสบาย มีบางช่วงที่เป็นลำธารตื้น น้ำใสเย็น เป็นจุดเล่นน้ำที่เหมาะกับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย สนุกได้โดยไม่ต้องเสี่ยงอันตราย

67195734_2389334854458646_263639197301080064_o

66597902_2389334811125317_4893301844295548928_o

 

รสมือ รู้เมือง

เที่ยวจนอิ่มใจ ได้เวลากลับเข้าเมืองกะปงเพื่อมาอิ่มท้อง มาเที่ยวเมืองธรรมดาที่ไม่ธรรมดาแบบนี้ อย่าโหยหาอาหารร้านหรู แต่ให้ลองเปิดใจและเปิดตาดูร้านทั่วไปที่คนท้องถิ่นเขากินกัน หนึ่งในร้านที่ดูแสนจะสามัญ แต่จากอดีตจวบจนวันนี้พิสูจน์แล้วว่า ‘รสมือ’ ดีจริง คือ ร้านป้าเมียด

วันที่เราไป ยังไม่ปรากฏป้ายชื่อร้านว่า ป้าเมียด ใครจะมองหาร้านนี้คงต้องสังเกตป้ายสีแดงเด่นที่ติดอยู่ตรงเสาไฟฟ้าระบุเพียงชื่อเมนูและเบอร์โทรว่า “ข้าวขาหมู หมูแดง หมูกรอบ หมี่ผัด ก๋วยเตี๋ยวผัด อาหารตามสั่ง โทร.0 7649 9089” และหน้าตาร้านแบบฉบับร้านอาหารตามสั่งทั่วไป แต่ปัจจุบันได้ข่าวว่าคนแน่นร้านแทบทุกวัน

แน่นอนว่าเมนูเด็ดของร้านนี้จะเป็นอื่นใดไม่ได้นอกจากเมนูที่ปรากฏบนป้ายร้าน แต่ยังไม่ทันจะเลือก เสียงกระทะกำลังผัดบางสิ่งอยู่นั้นเร่งเร้าให้รีบเลือกแล้วสั่งอาหาร พอได้กลิ่นอาหารที่ถูกผัดแบบจีนโบราณคือใช้กระบวยผัดในกระทะใบบัว ‘ผัดหมี่ฮกเกี้ยน’ คือเมนูแรกที่เอ่ยปากสั่งอย่างไม่ลังเล หลังจากนั้นทุกเมนูเด็ดก็ถูกสั่งมาเรียงรายเต็มโต๊ะ

ว่ากันด้วยหน้าตาอาหารก่อน สมกับเป็นร้านบ้านๆ เพราะทุกจานทุกชามไม่ต้องจัดวางให้เวอร์วังอลังการ แต่จัดเต็มด้วยวัตถุดิบคุณภาพ ขาหมูเป็นขาหมู หมูกรอบเป็นหมูกรอบ หมี่ฮกเกี้ยนฉ่ำวาวและสุกพอดี กลิ่นหอมด้วยเครื่องปรุงที่ยังไม่ทันชิมก็เดาได้ว่าเข้มข้นแน่นอน

64788061_2389334524458679_6384030197544386560_o

64298583_2389334364458695_2979501134873362432_o

66427537_2389334577792007_4250633715857752064_o

66458282_2389334681125330_4938661578024157184_o

66626044_2389334561125342_7472785801282060288_o

66639189_2389334737791991_7830563496231174144_o

หลังจากชิมทุกอย่าง บอกได้เลยว่าอร่อยทุกอย่าง ซึ่งคำว่าอร่อยของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ถ้าใครโหยหารสชาติแบบบ้านๆ เหมือนคนที่บ้านทำให้กิน หรือรสชาติของร้านประจำในวัยเด็ก อารมณ์ของร้านป้าเมียดเป็นทำนองเลย

เอาเป็นว่าเรื่องรสชาติไม่ขอก้าวล่วงหรือชี้นำ แต่ความคิดเห็นส่วนตัว ผัดหมี่ฮกเกี้ยนคือพระเอกของร้าน เพราะนี่คือรสชาติดั้งเดิมที่เคยสูญหายไปจากความทรงจำนานมากแล้ว รสมือแบบนี้ กลิ่นหอมแบบนี้ กลิ่นหอมที่อบอวลในปากและลำคอขณะที่เคี้ยวหรือแม้กระทั่งกลืนไปแล้ว หาได้ยากจากร้านอื่น แม้กระทั่งตามภัตตาคารแพงๆ ก็ยังไม่ทำให้ความรู้สึกนี้หวนคืนมาได้เท่านี้

หลังจากจบมื้อนี้อย่างประทับใจ เรายังคงเหลียวกลับไปพิจารณาร้านป้าเมียดอย่างชื่นชม จนสังเกตว่าที่นี่เป็นอาคารสไตล์ชิโน-โปรตุกีส ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบเดียวกับหลายเมืองทางภาคใต้ฝั่งอันดามัน อาทิ ภูเก็ต กระบี่ หรือที่ใกล้ๆ คือ อำเภอตะกั่วป่า

การหลั่งไหลของวัฒนธรรมผ่านสถาปัตยกรรมโดยเฉพาะในตัวเมืองเกิดขึ้นพร้อมๆ กับการเติบโตของเมืองกะปง ซึ่งจากเดิมกะปงเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ ในท้องที่เมืองตะโกลา (ปัจจุบันคือตะกั่วป่า) ในยุคนั้นที่นี่เป็นเมืองท่าการค้ากับชาวอินเดียที่โล้สำเภามาจากมหาสมุทรอินเดีย กอปรกับทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ผู้คนจึงอพยพมาตั้งถิ่นฐานมากขึ้น จนกระทั่งขยายใหญ่และได้ยกฐานะเป็นอำเภอเมื่อ ร.ศ.116 เป็นต้นมา

จากจุดนั้นที่เมืองกะปงเจริญขึ้นสู่ยุคเหมืองแร่เฟื่องฟูแล้วจบลงด้วยการล่มสลายของเหมืองแร่ เหมือนเป็นการตกแต่งเมืองเล็กๆ แห่งนี้ให้เข้าที่และอยู่ในจุดที่พอดี ไม่มากไม่น้อย ผู้คนยังมีวิถีชีวิตเรียบง่าย เมืองไม่วุ่นวาย มีแหล่งท่องเที่ยวและธรรมชาติอุดมสมบูรณ์

ความพอดีแบบนี้ที่ทำให้คนมากมายมากะปงแล้วหลงรัก

66515365_2389334791125319_2191797166350008320_o