‘ทัวร์สลัม’ เทรนด์ฮิตไม่ติดสวย

July 10, 2019
by มาริสา

ฉากหลังของชุมชนแออัด คือหน้าต่างสู่วิถีชีวิตของชนชั้นแรงงาน

เมื่อพูดถึงอินเดีย นักท่องเที่ยวมักจะนึกถึงทัชมาฮาล สุสานหินอ่อนที่ผู้คนเชื่อว่าเป็นสถาปัตยกรรมแห่งความรักที่สวยที่สุดในโลกและเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ทุกวันจะมีผู้คนเดินทางไปเพื่อชื่นชมประจักษ์พยานแห่งความรักอันมั่นคงที่สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโมกุลผู้มีต่อพระมเหสีของพระองค์

 

download (2)

 

แต่ความนิยมของทัชมาฮาลน่าจะเริ่มสั่นคลอนเสียแล้ว เพราะจากการจัดอันดับล่าสุดโดยเว็บไซต์ TripAdvisor พบว่า ทัชมาฮาลไม่ใช่กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวเลือกที่จะไปมากที่สุดในปี 2019 นี้เสียแล้ว จากการจัดอับดับ Traveller's Choice พบว่า การไปเที่ยว ‘สลัมธาราวี’ ที่เมืองมุมไบเป็น 1 ใน 10 กิจกรรมที่ได้รับการแนะนำให้ทำมากที่สุดโดยไม่มีทัชมาฮาลติดอันดับเลย

TripAdvisor ให้เหตุผลที่ต้องไปดูสลัมมุมไบว่า ทัวร์สลัมธาราวี ถือเป็นหน้าต่างให้เราเข้าถึงวิถีชีวิตของชนชั้นแรงงานของมุมไบ โดยในทัวร์นี้จะเปิดโอกาสให้สำรวจตรอกซอกซอยที่แออัดไปด้วยเพิงพักชั่วคราว สถานที่ทำงาน สลัมธาราวีนี้ถูกจัดว่าเป็นสลัมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีพื้นที่ประมาณ 2.1 ตารางกิโลเมตรและมีประชากรประมาณ 700,000 คน ทำให้สลัมแห่งนี้เป็น 1 ในสลัมที่แออัดแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย

สลัมแห่งนี้เริ่มก่อกำเนิดในปี 1883 ในช่วงที่อังกฤษปกครองอินเดียและขยายอาณาเขตบางส่วนจากการที่โรงงานและคนงานถูกผลักดันให้อพยพจากศูนย์กลางเมืองโดยรัฐบาลในขณะนั้น จำนวนคนมากขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการอพยพของคนในชนบทมาที่มุมไบ

บริษัททัวร์หลายแห่งตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวที่อยากจะมีโอกาสเข้าไปเดินชมบรรยากาศของสลัมที่เต็มไปด้วยทางเดินที่คับแคบและบ้านเรือนของผู้ที่อยู่อาศัยที่อยู่กันอย่างแออัดแบบหลังคาเกยกันด้วยการจัดทัวร์ระยะสั้น ไกด์ส่วนใหญ่ของทัวร์สลัมนี้เป็นผู้ที่เติบโตจากในสลัมแห่งนี้หรือเป็นผู้ที่อยู่อาศัยเอง ทัวร์สลัมธาราวีนี้มักจะมีลูกทัวร์ประมาณ 5-6 คน

 

download

 

วารสาร Trip Savvy รายงานว่า ประสบการณ์ในการทัวร์สลัมธาราวีนี้ไม่ใช่จัดเพื่อทำให้ลูกทัวร์เกิดความกดดันหรือเป็นการแสวงหาผลประโยชน์จากชาวสลัม บทความหนึ่งของฉบับวันที่ 30 พฤษภาคมรายงานว่า

“ทัวร์สลัมนี้มีจุดเป้าประสงค์เพื่อกำจัดแนวคิดที่ว่า ธาราวีเป็นสถานที่แห่งความโศกเศร้า โชคร้าย แต่จริงๆ มันเป็นที่ๆ สร้างแรงบันดาลใจ มันแสดงให้เห็นว่า คนเราสามารถประสบความสำเร็จได้ถึงแม้จะต้องประสบกับความยากลำบาก”

แต่ความคิดนี้ก็ยังถูกตั้งคำถาม การที่ชาวสลัมไม่ได้รู้สึกถูกกดดันก็ไม่ได้หมายความว่า นักท่องเที่ยวที่มีฐานะดีกว่าควรจะรู้สึกดี ชาวสลัมธาราวีส่วนใหญ่อ่านออกเขียนได้และมีไฟฟ้าใช้ แต่สื่อที่รายงานเรื่องนี้ออกไปภายนอกเช่น บีบีซีก็รายงานว่า สลัมนี้มีทางเดินสกปรกที่ทอดยาวออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด มีทางระบายน้ำที่เปิดฝาทิ้งไว้และกระท่อมที่แออัด”

เว็บไซต์ Trip Advisor รายงานว่า บริษัททัวร์แห่งหนึ่งชื่อว่า Mystical Mumbai จัดทัวร์มีไกด์ส่วนตัวราคา 162 เหรียญต่อคนต่อวัน จะพาไปดูทั้งสองด้านของเมืองมุมไบ คือ ด้านที่เต็มไปด้วยความทันสมัย และอีกด้านคือ สลัมธาราวี ลูกทัวร์จะมีโอกาสได้เดินเข้าไปในสลัมเพื่อชมกระท่อมและบ้านที่ทรุดโทรม โรงงาน โครงการรีไซเคิลและการทำหม้อจากโคลน ค่าเช่าบ้านในสลัมจะเริ่มต้นที่ประมาณ 4 ดอลล่าร์ต่อเดือน นั่นหมายความว่า ค่าทัวร์ของนักท่องเที่ยว 1 คนต่อ 1 วัน จะทำให้ชาวสลัมสามารถเช่าแหล่งพักพิงได้มากกว่า 3 ปี

ทัวร์สลัมนี้กำลังเป็นที่นิยมไปทั่วโลก Tourism Concern เอ็นจีโอของอังกฤษที่ทำงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่ยุติธรรมและให้เกียรติรายงานเมื่อปี 2016 ว่า แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวกว่า 40,000 คนไปเที่ยวสลัมในบราซิล ผู้ที่สนับสนุนทัวร์สลัมนี้กล่าวว่า แต่ละทริป นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้ภาพที่สมบูรณ์และแท้จริงของสลัมที่พวกเขาเดินทางไป ส่วนชาวสลัมก็มีรายได้มากขึ้น

สลัมธาราวีนี้เป็นตัวอย่างของการนำพลาสติกและกระดาษที่ใช้แล้วนำกลับมารีไซเคิลและเป็นแหล่งของอุตสากรรมงานฝีมือ นั่นหมายความว่า นักท่องเที่ยวสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจให้กับสลัม

สลัมธาราวีนี้เป็นฉากหลังของภาพยนตร์ก้องโลกรางวัลออสการ์ Slumdog Millionaire ซึ่งเป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งถูกกล่าวหาว่าโกงในการตอบคำถามในรายการเกมโชว์ ‘Who Wants to be a Millionaire’ นอกจากนี้ สลัมแห่งนี้ยังเป็นฉากหลังของภาพยนต์บอลลีวู้ด Gully Boy และถูกนำไปเขียนในหนังสือ Behind the Beautiful Forevers: Life, Death and Hope in a Mumbai Slum

 

download (1)

 

ดิเนช ภูรารา เจ้าของบริษัททัวร์ Mumbai Dreams กล่าวว่า ทัวร์สลัมเริ่มในปี 2003 แต่เพิ่มมากขึ้นเพราะภาพยนตร์เรื่อง Slumdog Millionaire 

ธาราวีไม่เหมือนสลัมทั่วไป มันเป็นเมืองที่ซ้อนอยู่ในเมืองอีกที มีระบบจัดการที่ดีและเป็นที่อยู่ของชุมชนที่หลากหลายและแตกต่างกันในทางศาสนา แต่ก็อยู่ด้วยกันได้ พวกเขาทำงานกันอย่างหนัก เมื่อมีนักท่องเที่ยวมา พวกเขามองเห็นชีวิตใหม่ในสลัมที่ไม่เคยเห็นในมุมไบและที่อื่นๆ นี่เป็นการเชื่อมต่อกับนักท่องเที่ยว” ดิเนชให้สัมภาษณ์