จากแชทลับเขย่าเคป๊อบ ถึงสิทธิสตรีในเกาหลีใต้

March 19, 2019
by ลีน่าร์

เรื่องอื้อฉาว ไอดอลวงการเคป๊อปมีส่วนร่วมในการค้าประเวณี มอมยาแล้วแอบถ่ายคลิปลับ เป็นภาพสะท้อนถึงสิทธิสตรีในแดนโสมขาวด้วย

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คนดังเกาหลีสี่คนออกจากวงการอย่างกะทันหันเพราะเรื่องอื้อฉาวที่โยงระหว่างโลกเคป๊อปกับอาชญากรรมทั้งเพศ โดย ซึงรี (อดีต) สมาชิกวงบิ๊กแบง และจองจุนยอง นักร้องนักแต่งเพลง ได้ออกมากล่าวขอโทษกับสาธารณชนจากความเกี่ยวข้องกรณีค้าประเวณี

นับตั้งแต่ข่าวคลับ Burning Sun ที่ ซึงรี มีหุ้นส่วนด้วยเจอข้อหามีการใช้สารเสพติดผิดกฎหมาย ล่อลวงผู้หญิงไปให้แขกวีไอพี ข่าวแชทที่ซึงรีพูดคุยกับ CEO บริษัทหนึ่งถึงการจัดหาหญิงค้าบริการมาให้นักลงทุนชาวต่างชาติ จนถึงกลุ่มแชทที่ส่งต่อภาพและคลิปแอบถ่ายหญิงสาวขณะมีเพศสัมพันธ์จำนวนมาก ข่าวฉาวที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาตัดสินใจถอนตัวจากวงการ

เช่นเดียวกับ จองจุนยอง ศิลปินหนุ่มเจ้าของคลิปเกือบทั้งหมด ถูกแจ้งข้อหาเผยแพร่คลิปแอบถ่ายผิดกฎหมาย หลังยอมรับผิดทุกเรื่องก็ประกาศถอนตัวจากรายการต่างๆ และหยุดกิจกรรมในวงการบันเทิงทั้งหมด รวมถึง ชอยจุงฮุน จากวง FT Island และ ยง จุน-ฮย็อง จากวง Highlight ที่ยอมรับว่าอยู่ในกลุ่มแชทและเห็นวิดีโอเหล่านั้นแต่ไม่ได้พูดอะไร ก็ได้ถอนตัวออกจากวงการด้วยเช่นกัน

เคป๊อบ เป็นเหมือนวัฒนธรรมส่งออกและเป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศในเอเชีย ทำให้ข่าวอื้อฉาวนี้ดึงดูดความสนใจจากคนทั้งโลก

สำหรับเกาหลีใต้ เป็นที่รู้กันดีว่าวงการบันเทิงที่นี่มีมุมมืดอยู่ สามบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง เอสเอ็ม (SM Entertainment) วายจี (YG Entertainment) และเจวายพี (JYP Entertainment) ต่างก็มีชื่อเสียในการกำกับดูแลศิลปินราวกับเป็นค่ายทหาร ที่ต้องฝึกเต้นและร้องอย่างเข้มงวด จำกัดชีวิตส่วนตัวอย่างหนัก แต่เมื่อศิลปินหญิงออกมาพูดถึงการล่วงละเมิดทางเพศหรือการรังแกกันในวงการ พวกเธอแทบไม่ได้รับการสืบสวนใดๆ เคป๊อบ ได้ถูกผสมผสานเข้าเป็นอำนาจอ่อน  (soft power) ของประเทศ เห็นได้จากที่ ซึงรี พูดในอินสตาแกรมว่า “ผมถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ทรยศต่อชาติ”

            แน่นอนว่าความเกี่ยวข้องของคนดังในอาชญากรรมทางเพศเหล่านี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์ของวงการเคป๊อบ แต่สำหรับเกาหลีใต้ เรื่องอื้อฉาวนี้ยิ่งสาดให้เห็นปัญหาทางสังคมที่มีอยู่แล้วได้ชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกล้องแอบถ่าย และการเป็นวัฒนธรรมที่ไม่ชอบและไม่ไว้วางใจผู้หญิง โดยนับตั้งแต่ปีที่แล้ว การบังคับใช้กฎหมายต่อกรณีกล้องแอบถ่ายอย่างไม่เป็นธรรมทำให้ผู้หญิงกว่า 22,000 คนออกมาประท้วงในเดือนมิถุนายน กลายเป็นการประท้วงของผู้หญิงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เกาหลีใต้

            แม้เกาหลีใต้จะก้าวหน้าในหลายๆ ด้าน แต่ระดับความเสมอภาคของผู้หญิงทำให้ประเทศมักติดอยู่ในระดับล่างๆ ของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว แม้แต่หลักสูตรในโรงเรียนยังสอนว่าเหยื่อเป็นฝ่ายถูกตำหนิเมื่อเกิดกรณีล่วงละเมิดทางเพศ

            ปัจจัยเหล่านี้ทำให้วิดีโอจากกล้องแอบถ่ายแพร่กระจายมาตลอดหลายปี กล้องตัวเล็กจิ๋วที่ดูเหมือนไฟแช็กได้แอบถ่ายผู้หญิงในห้องแต่งตัว ห้องน้ำ สถานที่สาธารณะอย่าง สถานีรถไฟใต้ดิน รวมถึงระหว่างช่วงเวลาส่วนตัว เช่น ระหว่างกำลังมีเพศสัมพันธ์ ฟุตเทจของกิจกรรมเหล่านี้ถูกจัดอยู่ในหมวดหนังโป๊ตามธรรมชาติของแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ โดยที่เหยื่อไม่ได้รับรู้เลย

            ตำรวจได้ประเมินว่า แต่ละปีมีผู้เสียหายมากกว่า 6,000 คนที่ถูกกล้องแอบถ่ายโดยไม่ได้รับรู้ ตั้งแต่ปี 2013 ถึง 2017 เหยื่อแทบทั้งหมดเป็นผู้หญิง แต่ปกติคนเราก็ไม่ได้คิดว่าภาพของตัวเองจะถูกขายอยู่แล้ว งานวิจัยในปี 2018 จากสมาคมทนายความสตรีเกาหลีพบว่า อาชญากรรมจากกล้องแอบถ่าย 89 เปอร์เซ็นต์เกิดจากคนแปลกหน้า

            “ก่อนหน้านี้ก็มีเรื่องฉาวของคนดังมากมาย รวมถึงคดีร้ายแรงอย่างความรุนแรงในครอบครัว แต่คดีเหล่านั้นมักลงท้ายด้วยการหายตัวไปจากการรับรู้ของสาธารณะอย่างรวดเร็ว” เจนนา กิบสัน คอลัมนิสต์เกี่ยวกับเกาหลีของนิตยสาร The Diplomat และเป็นผู้จับตามองวงการเคป๊อบมายาวนาน บอก “ตอนนี้ เกาหลีต้องเผชิญหน้ากับเรื่อง MeToo ปัญหากล้องแอบถ่าย และสิทธิของผู้หญิง จึงไม่มีทางเลยที่พวกเขาจะปล่อยให้อาชญากรรมครั้งนี้หายไปได้ง่ายๆ สิ่งที่หนุ่มๆ เหล่านี้ทำลงไปได้กระแทกตรงใจกลางปัญหาทางสังคมที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีตอนนี้”

            ระบบยุติธรรมเองก็ถูกทดสอบเช่นกัน เนื่องจากชาวเกาหลีตั้งคำถามถึงการมีส่วนร่วมของตำรวจในการค้าประเวณีที่คลับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกมาแถลงว่า “เราจะดำเนินการตรวจสอบภายในอย่างรัดกุมและใช้มาตรการอย่างเข้มงวด"

            ชอย จี-อึน อดีตนักข่าวและนักวิจารณ์วัฒนธรรมป๊อบในเกาหลีใต้กล่าวว่า ยังง่ายเกินไปที่จะคาดเดาว่า เรื่องอื้อฉาวของ ซึงรี ครั้งนี้จะส่งผลกระทบถึงมุมมองต่อวงการเพลงของประเทศ

            “นี่เป็นคดีอาชญากรรมของกลุ่มชายหนุ่มที่ปฏิบัติต่อหญิงสาวเป็นสินค้าและวัตถุทางเพศ แต่ก็ยังเร็วเกินไปที่จะคาดการณ์อนาคตของวงการเคป๊อบ”

            ชอย บอกว่าปัญหานี้หยั่งรากลึกมานาน และยืนยันว่าไม่ง่ายที่จะเปลี่ยนแปลงวงการนี้ได้ แต่ถ้าหากคดีเหล่านั้นถูกพบว่ามีความผิดจริงและมีบทลงโทษรุนแรงต่อการแอบถ่าย รวมถึงแบ่งปันฟุตเทจอย่างผิดกฎหมาย ใช้สารเสพติดที่นำไปสู่การข่มขืน และการล่วงละเมิดทางเพศ

“มันจะโค่นโครงสร้างแข็งแรงของสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่และวงจรปัญหานี้ลงได้”

จากรายงานข่าวของ VOA ระบุว่า รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ รวมถึงรัฐมนตรีกระทรวงความเสมอภาพทางเพศ และครอบครัว ต่างปฏิเสธการให้ความเห็นต่อกรณีนี้