‘แจนจัง’ บนเส้นทางที่ยังเดินต่อ

July 11, 2018
by ปริญญา ชาวสมุน

การเป็น 'ไอดอล' อาจเป็นความใฝ่ฝันของเด็กสาวหลายคน แต่ในวันที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลง สถานะเปลี่ยนไป บางคนอาจต้องยอมเริ่มนับหนึ่งอีกครั้งบนเส้นทางสายนี้

HIGHLIGHTS

  • หลังจากจบการศึกษาจากการเป็นสมาชิกวงไอดอลเกิร์ลกรุ๊ป BNK48 'แจนจัง' ยังคงเดินตามความฝัน แม้เส้นทางจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่เป็นตัวเองมากขึ้น
  • แจนจังมีผลงานมากมายร่วมกับบริษัทและรัฐบาลของประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีผลงานในประเทศไทยด้วย
  • ตลอดทั้งปีนี้เธอจะมีผลงานให้ติดตามหลายอย่างและหลายประเภท ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นสิ่งที่เธอชื่นชอบและถนัด
  • แม้ไม่มีกฎของวงไอดอลมาบังคับ แต่ทุกวันนี้แจนจังยังรักษากฎบางข้อไว้ด้วยตัวเอง เพราะต้องการรักษาน้ำใจแฟนคลับของเธอ

เราต่างถูกกล่อมเกลาให้ออกเดินทางตามหาความฝัน ไปถึงบ้าง ต้องละทิ้งบ้าง บางคนพลาดจากฝันหนึ่งก็ยังมีอีกฝันหนึ่งให้เดินตามต่อ...

            แจน - เจตสุภา เครือแตง อดีตสมาชิกวงไอดอลเกิร์ลกรุ๊ป BNK48 เป็นหนึ่งคนที่กำลังเดินตามความฝันอย่างมุ่งมั่น แม้เมื่อต้นปีที่ผ่านมาจะเพิ่งประกาศจบศึกษาจากวงไอดอลชื่อดัง ทำเอาบรรดาโอตะ (แฟนคลับ) ช็อกกันเป็นแถว แต่การยุติบทบาทในฐานะสมาชิกวง กลับเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายศิลปินหลากหลายแขนง ที่อาจจะบอกได้ว่าเป็นตัวตนของแจนมากที่สุด

หลังจากประกาศจบการศึกษา ไปทำอะไรบ้าง?

            “ตอนแรกที่ออกมาก็ไปร่วมงานประเทศญี่ปุ่นค่ะ โดยมีต้นสังกัดคือโมเดลลิ่งชื่อว่า Vertex จากตอนนั้นถึงตอนนี้ทำงานมาจนจำไม่ได้เลยว่ามีอะไรบ้าง แต่พอรวบรวมได้ก็มี Live Application ชื่อว่า Showroom เป็นไลฟ์ทั่วไปแต่มีภารกิจให้เลือกทำ เราต้องทำร่วมกับแฟนคลับให้ภารกิจสำเร็จ ถามว่าชนะแล้วได้อะไร ได้ไปทำกิจกรรมต่างๆ ที่ญี่ปุ่น ที่ได้ไปล่าสุดมีสองอย่าง คือ ถ่ายนิตยสาร bifesta MOOK BOOK วางจำหน่ายที่ญี่ปุ่นค่ะ

            อีกเล่มคือนิตยสาร LARME Magazine เป็นนิตยสารแฟชั่นแนวแฟนตาซีๆ เราก็ได้ไปถ่ายร่วมกับนางแบบชื่อดังของญี่ปุ่น เป็นโอกาสดีๆ ที่เราชนะทั้งสองเกมเพราะแฟนคลับช่วยกันโหวต ในแต่ละวันมีผู้เข้าแข่งขันท่านอื่นด้วย ไลฟ์กันดุเดือดมาก เราก็ไลฟ์หลายอย่าง มีสวดมนต์ด้วย (หัวเราะ) เราคิดไม่ออกว่าจะไลฟ์อะไรดี จะมานั่งพูด 9 วัน คงเป็นไปไม่ได้ เอาอย่างนี้แล้วกัน โชว์ไลฟ์สไตล์หรืออะไรที่เราชอบ หรืออย่างเราไม่เคยดูฟุตบอลมาก่อน ไม่รู้เรื่องเลย แต่เห็นแฟนคลับเขาชอบกันเราก็ไปศึกษา ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ และเป็นการสื่อสารระหว่างเรากับแฟนคลับ”

36884095_1839514839440653_6982742282055188480_o

  • คิดว่าแฟนคลับชอบอะไรจากการไลฟ์ของเรา?

            “ชอบตรงที่เราไม่ต้อง Keep look (รักษาภาพลักษณ์) ตลอดเวลาค่ะ เราก็บอกแฟนคลับว่าไลฟ์เราจะสบายๆ เหมือนเพื่อนนั่งคุยกัน คิดว่าแฟนคลับน่าจะเข้าถึงเราได้ง่าย”

  • น่าจะเป็นคนแรกที่ไลฟ์สวดมนต์?

            “โห...พ่อบอกว่าสวดผิดยับเลย (หัวเราะ) เพราะเราตื่นเต้นค่ะ หางตาเรามัวแต่อ่านคอมเมนต์ แต่ก็รู้สึกดีค่ะที่ได้ทำกิจกรรมแปลกๆ ร่วมกับแฟนคลับ”

  • เกิดเป็นฟาร์มกุ้งเต้น?

            “ใช่ค่ะ ในแอพพลิเคชันมี Gift ฟรีที่เรียกว่า Star ให้โยน แฟนคลับเขาโยนให้เราเยอะมากๆ จนมันเหมือนกุ้งเต้นเวลาโดนน้ำมะนาว”

36892536_1839515276107276_7201345345643610112_o

  • มีงานด้านอื่นๆ ด้วย?

            “มีงานด้านดีไซน์ค่ะ เพราะเรียนจบด้านออกแบบนิเทศศิลป์ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้รับทุนเรียนฟรีด้วย ก็ขอบคุณด้วยนะคะ งานดีไซน์ที่ได้ทำไปแล้วมีออกแบบผ้าเทนูกิ เป็นผื้นเมืองของญี่ปุ่น เป็นงานแฮนด์เมดทั้งหมดเลย ทั้งผ้า ลวดลาย เราได้รับเกียรติให้ออกแบบลายผ้า ลายแรกที่ทำช่วงนั้นเป็นฤดูหนาวพอดี ประจวบเหมาะเลือกคาแรกเตอร์มาตัวหนึ่งคือกระต่าย ออกมาเป็นลายกระต่ายกับป่า ทีแรกคิดว่าได้ทำลายเดียว แต่ทางบริษัทที่ญี่ปุ่นบอกให้ทำมา 4 ลายเลย หรือจะทำตลอดไปเลยก็ได้ เราก็เหมือนได้เป็นดีไซน์เนอร์คนหนึ่งที่ออกแบบลายผ้า นี่เป็นงานออกแบบชิ้นแรกเลยหลังจากเรียนจบ และผลงานของเราได้จัดจำหน่ายจริงๆ ไม่ใช่แค่ทำออกมาวางทิ้งไว้เฉยๆ เป็นความภาคภูมิใจของนักออกแบบคนหนึ่ง

            และมีงาน Cat T-shirt 5 ในงานเรียกได้ว่าเป็นวันเดบิวต์ (Debut) ของเราเลย เพราะเปิดตัวเพลงแรกของเราด้วย ชื่อเพลง You Make Me ศิลปินทุกคนจะขายเสื้อที่ตัวเองออกแบบ เราเองก็ออกแบบลายเสื้อของตัวเอง เป็นลายกระต่ายถือไมค์ เป็นผู้หญิงมีหูกระต่ายกำลังร้องเพลง มีความหมายนัยๆ ว่านั่นคือเราเอง และแถบคาดก็เท่ๆ ผลการตอบรับดีมาก ขอบคุณทั้งแฟนคลับและไม่ใช่แฟนคลับค่ะ

            และมีงานพรีเซนเตอร์ค่ะ ตอนแรกเราไปร่วมงานกับฮอกไกโด แล้วเขาให้เราเป็น Hokkaido Smile Ambassador เหมือนทูตการท่องเที่ยวฮอกไกโด เป็นเหมือนตำแหน่งหนึ่ง เป็นใบเบิกทางให้เรา เวลาเสนองานก็จะมีเครดิต

            ส่วนที่ร่วมงานกับไทยก็มี ISETAN เวลามีกิจกรรมอะไรต่างๆ ก็จะให้เราโปรโมท เช่น ที่เพิ่งผ่านมาคืองานวันทานาบาตะ, พรีเซนเตอร์ของ LAWSON ตอนนี้ก็ผ่านไปสองแคมเปญแล้ว, พรีเซนเตอร์ร้าน YAMATO เป็นร้านเนื้อย่างจากญี่ปุ่นมีสาขาที่ไทย เป็นพรีเซนเตอร์ร่วมกับพี่พิมฐา (ฐานิดา มานะเลิศเรืองกุล) ก็เพิ่งมีงานแฟนมีตติ้งที่ร้านไป

            และปลายปีนี้จะมีโฟโต้บุ๊ค เราร่วมงานกับฮอกไกโด ผลงานเป็นอย่างไรก็ยังไม่รู้เลยค่ะ คอนเซปต์คือขนม และจะมีมิวสิควิดีโอ You Make Me ที่จะไปถ่ายที่ฮอกไกโดด้วย และมีTravel Program กับพี่พิมฐา ที่โทโฮคุ เพราะเราจะโปรโมทโทโฮคุด้วย พี่เขาถ่ายเสร็จไปแล้วเป็นแนวสดใสร่าเริง แต่ของเราเป็นแนวปฏิบัติธรรม (หัวเราะ) ทำไมแตกต่างกันขนาดนี้ ของพี่พิมฐาได้เล่นกับสัตว์ เก็บเชอร์รี่ ส่วนของหนูก็ละโลกไปเลย บ๊ายบาย (หัวเราะ)”

36992505_1839514909440646_5702787026495995904_o

  • พูดถึงผลงานเพลง?

            “เป็นผลงานแรกหลังจากจบการศึกษาออกมา เพลง You Make Me เป็นเพลงที่ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ญี่ปุ่น ที่เป็นภาษาอังกฤษ ตอนแรกเขาจะให้เป็นภาษาญี่ปุ่น เราก็เลยเลือกให้เป็นภาษาอังกฤษเพราะว่าเป็นภาษาสากล เข้าถึงคนได้มากกว่า เขาก็เลยส่งให้นักเขียนเพลงชาวออสเตรเลียเขียนให้ แต่เรื่องราวทั้งหมดในเพลงตั้งแต่ต้นจนจบเราเป็นคนเล่าเอง คนเขียนเพลงจึงใส่ชื่อเราเป็นหนึ่งในคนแต่งเพลง ซึ่งเรื่องราวก็มาจากแฟนคลับทั้งหมดเลย

            ส่วนผลงานเพลงในปีนี้รวมแล้วจะมี 3 เพลง มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกัน เป็นภาษาอังกฤษ แต่ยังอยู่ในกระบวนการผลิตค่ะ”

‘You’ ในเพลง You Make Me คือใคร?

            “You ของเราไม่ได้หมายถึงใครคนเดียว แต่หมายถึงแฟนคลับทุกคนค่ะ ที่ร่วมกันสร้างเราขึ้นมา ที่ทำให้เราประสบความสำเร็จทุกอย่างเลยที่เราร่วมกันมา You จึงหมายถึงทุกคน รวมถึงคนที่ไม่ได้ติดตาม แต่แค่รู้จักเราก็ถือว่าทุกคนคือ You ที่ทำให้เราได้ยืนอยู่ตรงนี้ในวันนี้ค่ะ”

36944419_1839515182773952_8716603013034147840_o

  • ในไลฟ์เมื่อก่อน เหมือนว่าแจนไม่เก่งภาษาอังกฤษ แต่เพลงแรกกลายเป็นภาษาอังกฤษ?

            “เพลงเป็นภาษาสากลค่ะ มีทำนอง มีจังหวะดนตรี ถ้าจำได้ก็ร้องได้ แต่สำเนียงก็มีคอมเมนต์ว่าฟังเข้าใจแต่บางคำออกเสียงไม่ถูกต้อง เราก็ปรับๆ กันไป อย่างเมื่อก่อนเราพูดภาษาอังกฤษได้น้อยมาก เพราะไม่กล้าพูด เป็นปัญหาทั่วไปของคนไทยคือคำนี้รู้แหละ แต่กลัวว่าพูดไปจะโดนว่าพูดผิด แต่พอได้ทำงานกับชาวต่างชาติมากขึ้น ได้ใช้ภาษาอังกฤษสื่อสาร พูดผิดพูดถูกเขาก็ไม่เคยว่า ตอนแรกสื่อสารกันยากมาก ก็ต้องใช้ดิกชันนารีเลย เราก็พยายามสื่อสาร พอทำเพลงเป็นภาษาอังกฤษถามว่าหนักใจไหมก็หนักใจ เพราะสำเนียงก็ต้องทำให้เขาเข้าใจเรา ก็เริ่มตั้งแต่การออกเสียง A B C เลย ซึ่งตอนนี้ก็ยังลิ้นแข็งอยู่ (อมยิ้ม)

            เราเคยกังวลว่าถ้าออกเสียงผิดแล้วจะโดนว่า แต่นี่แฟนคลับช่วยกันแนะนำ ขอบคุณมากที่ไม่ทำให้เรารู้สึกแย่ การแนะนำทำให้เราอยากพัฒนามากยิ่งขึ้น”

  • ทั้งแนวดนตรีก็เท่มาก และวันเปิดตัวในงาน Cat T-shirt ก็เก๋มาก?

            “ดนตรีเป็นแนว Soft EDM ค่ะ โปรดิวเซอร์เขาทำแนว EDM จ๋าเลย แต่พอมาทำร่วมกับเรา เราไม่ใช่แนวนั้น ก็ปรับมาเป็น Soft EDM เป็นเพลงที่ฟังได้ง่าย ฟังสบาย ส่วนชุดวันเดบิวต์ทีแรกกะจะสวมกระโปรงกับเสื้อยืด แต่เดบิวต์ทั้งที My Dream ก็ชุดนอนเลยแล้วกัน พอดีมีหมวกหัวกระต่ายซึ่งเหมือนแกะไปหน่อยก็เลยตัดสินใจเลือกชุดนี้”

  • บินเดี่ยวแล้ว แต่แฟนคลับยังตามจำนวนมาก เกินคาดหรือเปล่า?

            “เกินคาดมากค่ะ เพราะการที่เราออกมาเป็นการเริ่มจากศูนย์ คนหนึ่งคนจะก้าวเป็นศิลปินต้องผ่านอะไรมาเยอะแยะมากมาย แต่เราโชคดีที่เรามีฐานแฟนคลับอยู่แล้ว การที่เราจบการศึกษาออกมาก็มีแฟนคลับบางคนติดตามเราอยู่ ก็ไม่รู้ทำไมเขายังติดตามเรา ก็ตกใจมากๆ อาจเพราะตอนที่เราอยู่ในวงเรามีปฏิสัมพันธ์กับแฟนคลับ เป็นความผูกพัน เขาจึงยังสนับสนุนเราอยู่ เป็นความพอดีสำหรับการเริ่มต้นของเรา ก็หวังว่าจะเพิ่มจำนวนไปอีกเรื่อยๆ จากผลงานต่างๆ ของเรา อาจจะไม่เติบโตเร็วมากนัก แต่ก้าวไปช้าๆ อย่างมั่นคงดีกว่าค่ะ”

36848984_1839515236107280_3409812112963272704_o

  • ย้อนเวลากลับไปจะเลือกทางนี้หรือเปล่า?

            “ถ้าย้อนกลับไปจะเปลี่ยนใจไหม ก็ยังเลือกทางนี้ค่ะ เพราะที่เราทำอยู่ตอนนี้ก็ทำทุกวันอย่างมีความสุข สบายๆ ไม่เร่งรีบ ก็แก่แล้วเนาะ (หัวเราะ) แก่ในความเป็นไอดอลน่ะค่ะ เพราะอายุเท่านี้ก็เต็มที่แล้วสำหรับเป็นไอดอล ยิ่งถ้าเพิ่มอายุเข้าไปแล้วออกมาเดี่ยวจะช้าไป”

  • ตอนที่ออกมาจากวง ทุกอย่างเร็วมาก ทั้งที่ความนิยมกำลังมาที่แจน?

            “ตอนนั้นเมื่อโอกาสมาแล้ว อีกทางความสัมพันธ์ก็ดีมากๆ เราก็เครียดมากๆ แต่ความฝันใหญ่ของเราคือทำให้พ่อแม่สบาย อาจจะไม่มากเท่าไรแต่ก็ได้ทำแล้ว”

  • ตอนนี้ยังเป็นไอดอลหรือเปล่า?

            “ต้องให้คนอื่นนิยาม เพราะไอดอลคือบุคคลที่เป็นต้นแบบ อยู่ที่แฟนคลับมองเราเป็นต้นแบบด้านไหน อาจเป็นไอดอลของการร้องเพลง อาจเป็นไอดอลของการออกแบบ อาจเรียกว่าไอดอล แต่ก็ไม่กล้าเรียกตัวเองว่าไอดอล แล้วแต่แฟนคลับ”

  • หลักการทำงานของแจน?

            “หลักการทำงานคือทำอย่างไรก็ได้ให้เรามีความสุขที่ได้ทำ ไม่ต้องผลักดันตัวเองว่าฉันต้องดัง ฉันต้องมีแฟนคลับเยอะ ต้องมีเงินเยอะ ไม่เคยนึกถึงตรงนั้นเลย เรานึกถึงผลงานที่ดีว่าจะออกไปถึงแฟนคลับได้อย่างไร ถึงเราจะไม่ใช่คนที่เก่งมากแต่เราสร้างสรรค์ผลงานที่ดีที่สุดที่เราทำได้ได้ ถ้าอันไหนเครียดมากเลยก็จะปล่อยมันไป”

  • ความสุขของแจน?

            “ความสุขของเราคือการได้ดูแลครอบครัว อาจไม่ได้มีเงินมากเท่าไร แต่การเป็นลูกคนหนึ่ง กตัญญูต่อพ่อแม่ก็คือความสุขของเราที่มีให้แก่ครอบครัว เห็นพ่อแม่ยิ้มก็มีความสุขแล้ว อยากบอกว่ารักครอบครัวมากๆ นะคะ จะพยายามเป็นเด็กดี แม้บางครั้งจะดื้อบ้าง”

  • หลังจากจบการศึกษา ยังมีกฎระเบียบที่ต้องทำหรือเปล่า?

            “ตอนอยู่ในวงมีกฎเกณฑ์เยอะมาก พอเราออกมาแล้วเรากลายเป็นคนธรรมดา เป็นศิลปินปกติ แต่รูปที่เขาซื้อขายกันยังมีมูลค่า ถ้าเราออกมาแล้วทำทุกอย่างได้ รูปที่เขาอุตส่าห์เก็บสะสมเป็นคอลเลกชัน จะดูเป็นการหักหาญน้ำใจเขาเกินไป เราก็เลยยังรักษาบางข้อไว้อยู่ เช่น การถ่ายรูป การจับมือ แต่ถ้าเจอก็ยืนคุยกันได้ปกติเลย กฎพวกนี้ไม่มีใครขอร้องมา แต่เราอยากรักษาน้ำใจเขา”

  • ผ่านมา 6 เดือนที่บินเดี่ยว ให้คะแนนตัวเองเท่าไร?

            “(หัวเราะ) ให้คะแนนตัวเองเหรอคะ คะแนนความตั้งใจให้ 10 คะแนนเลย แต่ผลงานที่ออกไปถ้าให้ตัดสินใจเองก็ไม่กล้า แต่ถ้าคะแนนความพอใจในผลงาน ก็ให้ประมาณ 7.5 คะแนน หวังว่าสักวันจะกลายเป็น 10 คะแนนเต็ม”

36857571_1839514976107306_3502966152567455744_o

  • จากเป็น ‘เชเช่’ จนตอนนี้เป็น ‘แจนจัง’ ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง?

            “ในด้านการทำงานเปลี่ยนค่ะ แต่ด้านนิสัยยังเหมือนเดิม ก็คือเรายังเป็นคนเดิมของแฟนคลับ อยู่ในวงเป็นอย่างไร ตอนนี้ก็เหมือนเดิมหรืออาจจะเป็นหนักกว่าเดิม รั่วมากกว่าเดิม เป็นตัวเองมากขึ้นและจะมากขึ้นไปอีก ทางด้านการทำงานมีอิสระมากขึ้น ได้แสดงความสามารถและความคิดของเราไปด้วย และงานที่ได้รับมาก็แตกต่างไปแต่ละด้าน เป็นเหมือนมัลติไอดอล ทำหลายทางที่เราชอบ เราเป็นคนขี้เบื่อก็อยากจะทำอะไรเยอะแยะไปหมด”

  • คิดถึงนามสกุล BNK48 ไหม?

            “ก็คิดถึงค่ะ ตอนที่ออกมาก็ตัดสินใจยาก แต่ถือว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดสำหรับการเป็นวัยรุ่นคนหนึ่ง เพราะเป็นความพิเศษมากๆ จากเด็กคนหนึ่งได้กลายเป็นไอดอลข้ามคืน ได้ทำอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยได้ทำ ก็คิดถึงค่ะ”

  • ทำตั้งหลายอย่าง มีอะไรที่อยากทำแต่ยังไม่ได้ทำ?

            “พากย์เสียงค่ะ พ่อก็เคยบอกว่าพูดเป็นเสียงการ์ตูนเลย ตอนไปเรียนร้องเพลงครูก็บอกทำไมไม่พูดให้มันดีๆ พูดเป็นการ์ตูน พูดขึ้นจมูก ซึ่งผู้หญิงหลายคนก็เป็นแบบนี้ค่ะ มันปรับยากมากๆ จะให้ทำเสียงต่ำๆ ลงมาก็ยาก เลยอยากลองพากย์การ์ตูน เผื่อจะเหมาะกับเรา”

  • ชีวิตตอนนี้มีความสุขดี?

            “ก็เรื่อยๆ ค่ะ ไม่ได้ผลักดันหรือกดดันตัวเอง บางคนจะมีเป้าหมายที่สูงมาก และเขาจะคอยผลักดันตัวเองให้ไปถึงตรงนั้น จะไปได้เร็วมาก แต่บางคนจะสบายๆ ทำชีวิตให้มีความสุข มีเป้าหมาย แต่เส้นทางที่เดินมันสำคัญกว่าเป้าหมาย ซึ่งเราเป็นประเภทนี้มากกว่า”

  • ช่องทางติดตามผลงาน?

            “มี Instagram: janchan.xoxo ก็จะโพสต์รูปไปเรื่อยเปื่อย (หัวเราะ) ส่วนถ้าอยากมีกิจกรรมร่วมกับแฟนคลับคนอื่นก็ทวิตเตอร์ค่ะ #janchan แต่ละคนเวลามีเรื่องอะไรหรือมีเกมสนุกๆ ก็จะมาโพสต์ติดแฮชแท็กนี้ และมีเฟซบุ๊ก JAN CHAN ซึ่งจะคล้ายๆ กับใน Instagram แตกต่างกันนิดๆ หน่อยๆ”

            ...

          ท่ามกลางชื่อเสียงและการยอมรับ หลายคนอาจตั้งคำถามถึงความสุขของการได้เป็น ‘คนดัง’ คำตอบของแต่ละคนจะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่ความสุขของการได้ทำในสิ่งที่รัก ได้ดูแลคนที่รักให้ดีที่สุด ได้มีคนคอยสนับสนุนอย่างสุดหัวใจ อาจเป็นคำตอบของเด็กสาวมากความสามารถคนนี้

36942829_1839515336107270_6606006807619960832_o