The Shape of Water หนังรักไม่ตรงปก

February 1, 2018
by ทัศนีย์ สาลีโภชน์

หนังกระแสแรงเรื่อง The Shape of Water ของผู้กำกับ "กิลเลอร์โม เดล โทโร่" เป็นหนังรักกินใจจริงเหรอ หรือคุณจะถูกหน้าหนังหลอกกันแน่

The Shape of Water เป็นภาพยนตร์ที่ถูกจับตามองมากที่สุดเรื่องหนึ่งของปีนี้ ด้วยความที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์มากที่สุดถึง 13 สาขา แถมยังเป็นหนังของ กิลเลอร์โม เดล โทโร่ ผู้กำกับที่มีสไตล์โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งของฮอลลีวูด

            เท่านั้นยังไม่พอ The Shape of Water ยังมีรางวัลจากงานเทศกาลภาพยนตร์ต่าง ๆ เป็นเครื่องการันตีมากมาย อาทิ ชนะรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมสิงโตทองคำจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส, ได้รับเลือกอย่างเป็นทางการจากเทศกาลภาพยนตร์ลอนดอน, เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต และเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเทลลูไรด์ เป็นต้น

 

the-shape-of-water-red-band-trailer

 

โปรไฟล์ดีงามซะขนาดนี้อาจทำให้หลายคนตั้งความคาดหวังกับหนังเรื่องนี้ไว้สูง แต่ขอเตือนเอาไว้ก่อนว่าอย่าคาดหวัง....แล้วคุณจะไม่ผิดหวัง

เพราะดูเหมือนว่ากิลเลอโม่จะไม่ค่อยถนัดเรื่องรักซักเท่าไร เลยทำให้ The Shape of Water กลายเป็น “หนังรักที่ไม่ตรงปก” นั่นก็คือ โปรโมทเสียดิบดีว่าเป็นหนักรักละเมียดละไมที่จะทำให้เราซาบซึ้งไปกับความรักระหว่างสาวใบ้กับตัวประหลาดในห้องทดลอง

แต่พอไปดูจริง ๆ แล้ว สิ่งที่ทำให้รู้สึกประทับใจไม่ใช่ความรักระหว่างนางเอกกับสัตว์ประหลาดเลย แต่กลับไปชื่นชอบในความมีชีวิตชีวาในการใช้ชีวิต ความมีน้ำจิตน้ำใจ และความกล้าที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้กับสังคมจอมปลอมในอเมริกายุคนั้นที่นอกจากจะเหยียดผิว เหยียดผู้หญิง เหยียดเกย์ นับถือความร่ำรวย และเหยียดความจนของเธอซะมากกว่า

SOW_04363_(1)

 

621_SOW_05272

 

กิลเลอโม่ ซึ่งเคยฝากผลงานเอาไว้จากเรื่อง Pan's Labyrinth, Pacific Rim, The Devil's Backbone, Blade II,  Hellboy 1, 2 ยังคงทำหนังโทนหม่นที่เกี่ยวข้องกับตัวประหลาด คนประหลาด หรือพวก underdog ได้ออกมาดีงามเหมือนเดิม อย่างใน The Shape of Water นี้ก็เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ เอลิซ่า (แซลลี่ ฮอว์กินส์) ภารโรงหญิงใบ้ประจำห้องทดลองลับของรัฐบาลสหรัฐในยุคสงครามเย็น ช่วงปี 1962

เอลิซ่าต้องอยู่อย่างเปลี่ยวเหงา ไร้รัก ไร้ครอบครัว ด้วยความที่เธอยากจน แถมยังเป็นใบ้ และมีอาชีพที่ต่ำต้อยก็เลยไม่มีคนรัก ต้องแก้ขัดด้วยการมาสเตอเบชั่นเอาเอง แต่แล้วชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไปเมื่อเอลิซ่าไปผูกมิตรกับสัตว์ประหลาดที่ถูกนำมาขังไว้ในห้องทดลองที่เธอทำงานอยู่ และยอมเอาชีวิตเข้าเสี่ยง ช่วยมันหนีออกมาเพื่อไม่ให้ถูกฆ่าตาย

นอกจากเอลิซ่าแล้ว ตัวละครในหนังเรื่องนี้ยังเต็มไปด้วยคนที่พร่อง ประหลาด หรือแปลกแยกจากสังคมในแบบที่ผู้กำกับกิลเลอโม่ชื่นชอบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นจิตรกรเกย์ตกงาน สัตว์ประหลาดในห้องทดลอง และเซลด้า ภารโรงหญิงปากร้ายใจดีที่ยอมให้สามีกดขี่ข่มเหงทุกอย่าง

 

002_SOW_03315

057_SOW_11453

ความโดดเด่นอีกอย่างของกิลเลอโม่ก็คืองานด้านภาพที่สวยมาก สไตล์ของเขาเหมาะกับหนังแนวนี้มาก คุณจะดำดิ่งไปในบรรยากาศย้อนยุคของอเมริกาในทศวรรษ 1960 แล้วรู้สึกราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในโลกแฟนตาซีที่อะไรก็เกิดขึ้นได้ แม้แต่ความรักระหว่างคนกับสัตว์ประหลาด

ทว่า การให้ความสำคัญกับรายละเอียดย้อนยุค และการจิกกัดสังคมอเมริกาในยุคนั้นทั้งในเรื่องสงครามเย็น การต่อสู้กันระหว่างสายลับสหรัฐ-โซเวียต การเหยียดผิว การให้ค่ากับความมั่งคั่งแบบอเมริกันดรีม ทำให้ประเด็นเรื่องความรักเบาบางไป ดูธรรมดา ไม่ลึกซึ้งจับใจเหมือนที่เห็นจากหน้าหนัง

แต่ถึงแม้จะเป็นหนังรักที่ไม่ตรงปก The Shape of Water ก็เป็นภาพยนตร์ที่ควรค่าแก่การตีตั๋วเข้าไปดู แต่คงต้องใช้ความพยายามมากหน่อยเพราะเท่าที่เช็คมาตอนนี้มีรอบฉาย และโรงฉายน้อยมาก โดยในกรุงเทพมีให้ดูเฉพาะที่ พารากอน ซีนีเพล็กซ์, ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต และเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน ส่วนที่ต่างจังหวัดมีแค่ที่ เมเจอร์ ซีนิเพล็กซ์ เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียลใหม่เท่านั้น