วาราขุ โซเด็น ดนตรีแห่งมิตรภาพ

October 20, 2019
by พิมพ์พัดชา กาคำ

ดนตรีคือมิตรภาพที่ไร้ขีดจำกัดทางภาษา ไม่ว่าจะเป็นเสียงร้องหรือเครื่องดนตรีของชาติใด ชนิดไหน ก็สามารถสื่อถึงจิตใจของมนุษย์ต่อมนุษย์ได้โดยไม่ยากเลย

HIGHLIGHTS

  • Min-On Globl Music Network ก่อตั้งโดย ดร.ไดซาขุ อิเคดะ (Daisaku Ikeda)มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรม และดนตรี เพื่อสันติภาพ ต้องการให้มนุษย์และมนุษย์เชื่อมใจถึงกันได้ด้วยดนตรี ปัจจุบัน คาซุโตะ อิโตะ (Kazuto Ito) ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสมาคมมิน-ออน 

6

เสียงเพลงที่ขับร้องเป็นภาษาญี่ปุ่น ประสานกับเครื่องดนตรี แม้ไม่รู้ความหมาย แต่ก็รู้สึกซาบซึ้งในมิตรไมตรีจากผู้มาเยือน เสียงเพลงและดนตรีนั้นช่างไพเราะจับใจยิ่งนัก กับการแสดงที่ใช้ชื่อว่า WARAKU SODEN (Japanese traditional instrumental music)จัดโดยสมาคมดนตรีมิน-ออน(MIN-ON CONCERT ASSOCIATION) ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม เนื่องในโอกาส ฉลองครบรอบการก่อตั้งมิน-ออน  ณ โรงละครแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร

_1470539

คาซุโตะ อิโตะ (Kazuto Ito) ผู้อำนวยการสมาคมมิน-ออน กล่าวว่า

“ปีนี้ครบรอบ 10 ปีของโครงการริมแม่น้ำโขง ถือว่าเป็นปีที่สำคัญ ทางมิน-ออนคิดว่าจะมาจัดการแสดงเพื่อส่งเสิรมมิตรภาพระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับประเทศไทย และถือว่าเป็นครั้งแรกที่เชิญนักแสดงที่มีชื่อเสียงในญี่ปุ่นมาจัดแสดงที่ประเทศไทย เป็นการแสดงเกี่ยวกับศิลปะดนตรีที่ญี่ปุ่นสืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณ อยากจะนำมาให้คนไทยรับรู้ว่าประเพณี วัฒนธรรมการแสดงของประเทศญี่ปุ่นมีอะไรบ้าง ความหมายที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้นก็คือศิลปะด้านดนตรีที่นำมาแสดงแต่ละอย่างๆ เรียกได้ว่าเป็นตัวแทนการดำเนินชีวิตของประชาชนที่มีความปีติยินดี มีความเศร้า ในการดำเนินชีวิตของแต่ละคนในแต่ละพื้นที่ สิ่งเหล่านี้ได้สื่อออกมาเป็นศิลปะด้านดนตรี ก็เลยอยากจะนำสิ่งเหล่านี้มาให้ทุกคนรับทราบและคิดว่าไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็คงมีเหมือนกัน”

คุณอิโตะกล่าวว่าผู้ก่อตั้งสมาคมมิน-ออนก็คือ ดร.ไดซาขุ อิเคดะ มีวัตถุประสงค์เชื่อมความสัมพันธ์กับผู้คนโดยแลกเปลี่ยนทางด้านวัฒนธรรม และดนตรี คิดโครงการนี้ได้ในขณะที่มาเยือนประเทศไทย

“ตอนที่คิดโครงการนี้ท่านได้เดินทางมาประเทศไทยเมื่อปี 1961 แล้วคิดว่าน่าจะมีองค์กรที่จะส่งเสริมวัฒนธรรมด้านดนตรีดังนั้นประเทศไทยจึงมีความหมายเป็นพิเศษ เพราะถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการกำเนิดมิน-ออน อยากให้มนุษย์กับมนุษย์มีหัวใจเชื่อมถึงกันด้วยดนตรี เพื่อสร้างความสันติสุขขึ้นมา เป็นแนวความคิดหลักในการทำงานมาตลอด 56 ปี เราได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและดนตรีมาแล้ว 110 ประเทศทั่วโลก สำหรับเมืองไทยถือว่าเป็นครั้งแรก ต้องการจัดให้เป็นที่ระลึกในการแลกเปลี่ยนของประเทศญี่ปุ่นและประเทศแถบฝั่งลุ่มแม่น้ำโขง ก่อนมาที่นี่เราไปจัดแสดงที่ปารีส ฝรั่งเศส และหลังจากเมืองไทยเราจะไปจัดที่ประเทศเกาหลี ส่วนใหญ่จะจัดแสดงในวาระสำคัญๆ เช่นฉลองครบรอบต่างๆ ระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับประเทศนั้นๆ”

สำหรับการแสดงครั้งนี้เป็นการรวมตัวกันเป็นพิเศษของศิลปินที่มีชื่อเสียง จัดแสดงแค่ 3 รอบเท่านั้นรอบแรกที่โรงละครกาดเธียเตอร์ เชียงใหม่ จากนั้นมาที่ โรงละครแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร และ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ

15

“อย่างคนที่เล่น ซึงารุชามิเซ็น (ชื่อคุณอาซาโนะ โช) เป็นชามิเซ็นพิเศษเคยไปแข่งได้รางวัลที่ 1 ของประเทศตั้งแต่อายุ 15-17 ได้รางวัล 3 ปีซ้อน ชื่อของเขาถูกนำเข้าไปไว้บนหอเกียรติยศไม่สามารถแข่งได้แล้วถือว่าเป็นระดับท็อปของญี่ปุ่น ท่านอื่นๆที่มาแสดงในวันนี้ก็เช่นเดียวกัน ส่วนสุภาพสตรีที่เป็นศิลปิน (ฮิราตะ มารินะ) บ้านเกิดของเธออยู่ที่ อามามิโอชิมะ อยู่ระหว่างเกาะคิวชูกับเกาะโอกินาวะ ชนะเลิศการประกวดเพลงพื้นบ้านที่อามามิโอชิมะบ้านเกิดอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน

5

ส่วนผู้แสดงชายที่ตีกลองไทโกะ (คุณยามาเบะ ไทชิ คุณไคอิเคะ มาซายะ คุณมาเอดะ ซึโยชิ ) เดิมพวกเขาเป็นสมาชิกวงโคะโด ที่มีชื่อเสียงในญี่ปุ่น ตอนหลังพวกเขาแยกตัวออกมาเป็นศิลปินเดี่ยว ดังนั้นคอนเสิร์ตครั้งนี้พิเศษสำหรับเมืองไทยจริงๆ”

4

ผู้อำนวยการสมาคมดนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า จุดประสงค์ก็คือ เชื่อมจิตใจที่ดีงามของมนุษย์เข้าหากันด้วยดนตรี เพื่อสร้างความสันติสุขให้เกิดขึ้น การเดินทางมาประเทศไทยครั้งนี้ถือว่าเป็นกิจกรรมหลักของทางสมาคมดนตรีมิน-ออนและหวังว่าเราจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 100 ต่อไป

2

การแสดงฉากแรกเปิดตัวในบรรยากาศแบบญี่ปุ่นโบราณ เครื่องเป่าตระกูลแคน (โดยโอซึกะ จุมเป) โกโตะสิบสาม เส้น และ ขลุ่ยฮิจิริกิ (คุณโมโตโนริ มิอุระ) บรรเลงเพลงที่ฟังแล้วหนาวใจเป็นยิ่งนัก “ขลุ่ย” หรือ “ฟุยุ” มีความหมายว่า “ฤดูหนาว” ฟังแล้วหนาวจับใจ เสียงโคโตะ จากหญิงสาวยามาโนะ อาซุมิ ดังเป็นระยะ พวกเขาร่วมบรรเลงบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ

เทวตำนานของญี่ปุ่นซึ่งเขียนขึ้นในสมัยโบราณเล่าว่า อยู่มาวันหนึ่งเทพเจ้าชายหญิงได้ยืนอยู่บนสะพานและใช้หอกอามามุนะหมุนกวนผืนปฐพีที่เกิดความสับสนวุ่นวาย มีน้ำหยดลงจากหอกจนถือกำเนิดเกิดเป็นเกาะแห่งแรกอันมีชื่อว่าเกาะโอโนโกโระ (Onogoro) ต่อมาเทพเจ้าชายหญิงคู่นั้นได้สมรสกันที่เกาะแห่งนี้ และให้กำเนิดเกาะร่วมกับทวยเทพองค์อื่นๆ เพลง Onogoro สื่อถึงโลกของทวยเทพในสมัยโบราณดังที่ว่ามา ต่อจากนั้นเพลง Harewataru บอกเล่าถึงสภาพชีวิตแตกต้นอ่อนและแผ่ขยายออกไปเรื่อยๆ

ต่อด้วย เพลงพื้นเมือง ของเกาะอามามิโอขิมะ เป็นเพลง โยอิสุระ บุชิ ที่มีต้นกำเนิดจากดวงวิญญาณของน้องสาวผู้คอยปกป้องพี่ชายเวลาออกทะเล เนื้อเพลงเอ่ยว่า “นกสีขาวเกาะอยู่ตรงท้ายเรือ” ซึ่งเข้าใจว่านกตัวนั้นเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงเทพเจ้าและถือเป็นนิมิตหมายอันดี

11

ช่วงถัดไปเป็นการขับร้องเพลงโบราณในราชสำนักญี่ปุ่นชื่อ เพลง Kashireigetsu (วันเวลาอันน่ายินดี) กล่าวกันว่าเป็นเพลงออร์เครสตราที่เก่าแก่ที่สุดของโลกประพันธ์โดยนักกลอนชื่อ “คะชิน” ตกทอดมาจากประเทศจีนมาใส่ท่วงทำนอง เนื้อหาของเพลงเล่าว่า “เมื่อเห็นดวงดาวงดงามและพระจันทร์กระจ่างฟ้า วันเวลาอันน่ายินดีของข้าก็ไร้ที่สิ้นสุด แม้ขับขานต่อไปอีกนับพันนับหมื่นปี ความเพลิดเพลินนี้ก็ไม่ลดทอนลงแม้แต่ครึ่งเดียว”

1

ได้เวลาเปิดตัวนักแสดงรับเชิญ ทศพร ทัศนา ร่วมบรรเลงระนาด สอดประสานกับเครื่องดนตรีของญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว เรียกเสียงปรบมือกึกก้อง

_1480246

โยชิเอะ โชโงะ ผู้ออกแบบการนำเสนอ,กลองไทโกะ,ขลุ่ย และซอโคะคิว กล่าวว่า

 “ผมเคยได้ยินมาว่า ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 นักประพันธ์เพลงท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า ขนบธรรมเนียมไม่ใช่การแสดงความเคารพนับถือต่อกองขี้เถ้า แต่เป็นการถ่ายทอดให้รับรู้ถึงเปลวเพลิงต่างหาก” เปลวเพลิงจะรับอากาศใหม่เข้ามาอยู่เสมอ เพื่อเปล่งแสงสว่างและแผ่ความร้อนต่อไป หากไม่รับอากาศใหม่เข้ามาเรื่อยๆ ขนบธรรมเนียมก็จะกลายเป็นขี้เถ้าและอันตรธานไปในไม่ช้า เขาคงอยากสื่อว่าอย่างนั้น

ในเมื่อเปลวเทียนมีแกนเป็นไส้เทียน แล้วแกนของเปลวเพลิงแห่งขนบธรรมเนียมคืออะไรกันแน่ แก่นแท้ที่บรรพบุรุษอยากถ่ายทอดให้ชนรุ่นหลังได้รับรู้ตั้งแต่สมัยโบราณคืออะไรกันแน่ หากย้อนรอยไปถึงต้นกำเนิดของดนตรี เราจะสามารถแบ่งต้นกำเนิดเหล่านั้นได้เป็นหลายประเภท เช่น “ศรัทธา” “การเพรียกหาความรัก” “การสื่อสารด้วยภาษา” “สัญญาณของบุคคลที่อยู่ห่างไกล” หรือ “เพื่อเชื่อมโยงกับอะไรบางอย่าง”  เชื่อมโยงมนุษย์กับมนุษย์ มนุษย์กับธรรมชาติ และอดีตกับอนาคตเข้าด้วยกัน ผมคิดว่าสิ่งนั้นเองคือแก่นของเปลวเพลิง

13

แน่นอนว่า การให้มนุษย์อย่างพวกเราได้พูดคุยและเข้าใจซึ่งกันและกันก็เป็นสิ่งสำคัญ การสอดประสานความคิดและมีความรู้สึกร่วมกันก็เป็นสิ่งสำคัญมาก แต่สิ่งจำเป็นในขณะนี้คือ การขยายกลุ่มคนที่เรียกว่าเป็น “เพื่อนพ้องที่รู้สึกแบบเดียวกัน” หรือ “กลุ่มคนที่รู้สึกแบบเดียวกัน” ให้แผ่กว้างออกไปเรื่อยๆ ไม่ใช่แต่เพียงกลุ่มคนเท่านั้น การสร้างความปรองดองระหว่างมนุษย์กับกลไกของธรรมชาติก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกัน

เราจำเป็นต้องขอยืมภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่ใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติเรื่อยมา เพื่อเงี่ยหูฟังและรับรู้เสียงของธรรมชาติ ผมปรารถนาให้พวกเรารับรู้ร่วมกันถึงประกายแสงที่แต่ละภูมิประเทศมีอยู่ และสอดประสานความรู้สึกนั้นเข้าด้วยกัน ผมขอแสดงความเคารพนับถืออย่างลึกล้ำต่อความนสูงส่งของรากต้นหญ้าที่เติบโตอยู่ริมถนน ด้วยความรู้สึกขอบคุณอันสูงส่งต่อเพื่อนพ้องผู้ถักทอสายใยที่เชื่อมโยงนักบรรเลงดนตรีญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน

ในการแสดงครั้งนี้กระทรวงวัฒนธรรมไทย ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงาน และได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้รับความร่วมมือจากบริษัท LINA NETWORK บริษัทมิตซูบิชิ อิเล็คทริค เอเซีย(ประเทศไทย)จำกัด และบริษัทชินวะ เรียลเอสเตท(ไทยแลนด์) จำกัด

3

ย้อนกลับไปที่การแสดงกำลังเริ่มเปิดฉากขึ้น.....เวทีที่มืดมิดค่อยๆสว่างขึ้นทีละน้อยพร้อมกับคำพูดนี้.....

สมัยยังเด็ก....เมื่อผมได้ไปที่แม่น้ำที่มักจะไปตกปลาเป็นประจำก็พบว่ามีปลาตายเป็นจำนวนมาก สาเหตุนั้นเกิดจากน้ำเสียจากอุตสาหกรรมและน้ำทิ้งจากครัวเรือนมันทำให้ผมรู้สึกเสียใจมาก ตั้งแต่นั้นมาผมก็รู้สึกละอายใจที่ตนเองนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชื่อว่า “มนุษย์” แต่อยู่มาวันหนึ่งผมได้พบกับดนตรีและการร่ายรำที่สืบทอดมาแต่โบราณ ซึ่งนั่นทำให้ความรู้สึกดังกล่าวเปลี่ยนไป การร้องเพลงและการบรรเลงดนตรีดั่งนก การร่ายรำดุจผีเสื้อโบยบิน ดนตรีและศิลปะการแสดงเหล่านี้ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่ามนุษย์นั้นคือส่วนหนึ่งของธรรมชาติ

            เสียงที่ทุกท่านได้ยินอยู่นี้เป็นเสียงของเครื่องเป่าในตระกูลแคนที่มีชื่อว่า SHO กล่าวกันว่าเสียงของมันเป็นเสียงแห่งสรวงสวรรค์ที่ญี่ปุ่นกล่าวกันว่า เสียงนี้สื่อถึงเสียงของผู้คนที่สอดประสานกันดั่งเมล็ดข้าวที่รวมตัวกันอยู่บนรวงข้าว

            สายทั้งสิบสามของ KOTO สื่อถึงเดือนที่สิบสามในอธิกมาส ซึ่งเป็นเดือนที่เพิ่มขึ้นในปีจันทรคติ ส่วนนิ้วทั้ง 13 ที่ใช้บรรเลงหมายถึงพระอาทิตย์ พระจันทร์ และโลก โทนของเสียง KOTO จึงเปรียบดั่งพระอาทิตย์ พระจันทร์ และโลก ที่หมุนไปในแต่ละเดือนของสิบสามเดือน

            เสียงที่คล้ายกับใบไม้เสียดสีกันเชื่อกันว่าเสียงดัง แซ่กๆๆ / SASASA SUSUSU น้ำมีพลังแห่งธรรมชาติสถิตอยู่ ที่ญี่ปุ่นนั้น การที่ไม่ได้แบ่งเสียงดนตรีและเสียวซาวนด์เอฟเฟ็กต์ออกจากกันชัดเจนนั้นก็ถือว่าเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่ง

            FU-E หรือเครื่องดนตรีตระกูลขลุ่ย  ชื่อของมันมาจากคำว่า FUYU แปลว่า ฤดูหนาว เป็นคำที่สื่อถึงฤดูกาล ฤดูหนาวนั้นเป็นฤดูกาลที่ชีวิตนั้นจะมีจำนวนเพิ่มขึ้น ซึ่งภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า FUERU เพื่อที่จะเตรียมตัวเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ดังนั้นเครื่องดนตรีชนิดนี้มีความหมายเกี่ยวกับการเชื่อมโยงชีวิต และลมหายใจให้คงอยู่แฝงอยู่ด้วย

            หัวใจที่ให้ความสำคัญกับการผสมผสานกลมกลืนระหว่างสรรพสิ่งและธรรมชาติ การเชื่อมโยงชีวิตและจิตวิญญาณเข้าด้วยกันท่ามกลางเวลาที่หมุนไปนั้น อาจเป็นหัวใจแห่งความกลมเกลียวปรองดองหรือ WA NO KOKORO ในประเทศญี่ปุ่นก็เป็นได้

            ซึ่งคนที่จะมาบรรเลงดนตรีเพื่อสื่อให้เห็นถึงหัวใจดังกล่าวนั้นก็คือ WARAKU SOUDEN นั่นเอง

9

ผู้ร่วมจัดงานถ่ายภาพร่วมกับนักแสดง

_1480284

ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรมมอบช่อดอกไม้แก่คุณ โยชิเอะ โชโงะ

10

นักแสดงชาวญี่ปุ่น บันทึกภาพแห่งความทรงจำร่วมกับคุณทศพร ทัศนา นักแสดงชาวไทย