ผลรางวัลเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ 2019

May 28, 2019
by ‘กัลปพฤกษ์’

เผยรายชื่อผู้ชนะงานประกาศรางวัลเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ประจำปี 2019 พร้อมรายละเอียดของหนังที่น่าสนใจทุกเรื่อง

หลังจากทยอยฉายหนังสายประกวดจำนวนทั้งหมด 21 เรื่องอย่างต่อเนื่องตลอด 11 วัน ล่าสุดเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ก็ได้ประกาศผลรางวัลทั้งหมดออกมาแล้วเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม ซึ่งปรากฏว่าหนังตลกร้ายเสียดสีชนชั้นเรื่อง Parasite ของผู้กำกับ Bong Joon-ho จากเกาหลีใต้ ก็คว้ารางวัลปาล์มทองคำสำหรับหนังยอดเยี่ยมประจำเทศกาลไปเป็นใบแรกของวงการหนังเกาหลีที่โดดเด่นและคึกคักในเวทีคานส์มาเกือบ 20 ปี ทั้งยังเป็นเรื่องที่ตรงใจกับบรรดาสื่อทั้งหลายที่ดูจะถูกอกถูกใจกับหนังเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ

20190526021358123

            สำหรับรางวัลอื่น ๆ ไล่ตั้งแต่รางวัลสำหรับหนังฟอร์มเล็กสายรอง Un Certain Regard จากการประกวดกันจำนวน 18 เรื่อง ซึ่งเรื่องที่ได้รับรางวัลไปคือหนังบราซิล The Invisible Life of Euridice Gusmao ของผู้กำกับ Karim Ainouz

invisible-life-brazilian-cinema

02_THE_INVISIBLE_LIFE_OF_EURIDICE_GUSMAO_©Bruno Machado

ดัดแปลงจากนิยายเมโลดรามาชื่อเดียวกันของ Martha Batalha เกี่ยวกับสองศรีพี่น้องที่จำต้องพลัดพรากกันเมื่ออีกฝ่ายดันไปตกหลุมรักกลาสีหนุ่มกรีกแล้วหนีตามกันไป ทำให้ครอบครัวตัดสินใจตัดขาด หนังเล่าเรื่องราวการจากพบจบเจอด้วยลีลาการกำกับที่ดิบหนักแฝงความน่าสะพรึงกลัวแบบมหากาพย์ด้วยความยาวถึง 139 นาที

 

ส่วนรางวัลกล้องทองคำ สำหรับผู้กำกับมือใหม่ยอดเยี่ยมตกเป็นของผู้กำกับ Cesar Diaz จากกัวเตมาลา จากเรื่อง Our Mothers ในสาย Critic’s Week เล่าเรื่องราวสะเทือนใจในช่วงสงครามกลางเมืองในกัวเตมาลาที่เต็มไปด้วยการเข่นฆ่า เมื่อชายหนุ่มพบหลักฐานจากผู้ตายที่อาจนำไปสู่การค้นหาบิดาของเขาที่หายไปจากการร่วมรบ

20190526034434711

      6832077a59729654c59541bfc860339b

8b6557e3c2c636c763617c45b16c93d6   

   มาที่กลุ่มหนังสายประกวด รางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ได้แก่ Celine Sciamma ผู้เขียนบทและกำกับเรื่อง Portrait of a Lady on Fire หนังฝรั่งเศสย้อนยุคเล่าความสัมพันธ์แบบเลสเบี้ยนอันดูดดื่มและเข้มข้นของสองสาว เมื่อฝ่ายหนึ่งได้รับการว่าจ้างจากสตรีผู้สูงศักดิ์ให้มาเป็นช่างเขียนภาพ portrait ให้บุตรสาว เรื่องราวการดึงดูดนอกครรลองศีลธรรมในสมัยนั้นจึงบังเกิดขึ้นอย่างไม่อาจเลี่ยง

celine

Screen-Shot-2019-05-19-at-12.55.53-AM (1)

หนังให้รายละเอียดความสัมพันธ์ระหว่างสองสาวได้อย่างละเมียดและลึกซึ้งตามแบบฉบับหนังผู้หญิง ยิ่งได้การแสดงชั้นดีของสองดาราคู่ขวัญ Adele Haenel กับ Noemie Merlant ก็ยิ่งทำให้สีสันต่าง ๆ ของบทยิ่งเด่นชัดขึ้น

      

      รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมแม้จะแข่งกันในระดับสูสี แต่ผู้ที่คว้ารางวัลไปได้คือผู้กำกับสองพี่น้องจากเบลเยียม Jean-Pierre และ Luc Dardenne ซึ่งเคยคว้ารางวัลปาล์มทองคำมาได้แล้วถึง 2 ครั้ง คราวนี้พวกเขาได้รางวัลจากหนังใหม่เรื่อง Young Ahmed เกี่ยวกับเด็กหนุ่มมุสลิมที่ใช้ชีวิตกับครอบครัวในเบลเยียมที่เกิดคลั่งศาสนา ยึดแบบแผนการใช้ชีวิตทุกอย่างตามพระคัมภีร์และตำราจนนำไปสู่การก่ออาชญากรรมก่อนวัยอันควร

20190526040832106

young-ahmed (1)

หนังยังคงแบบฉบับสมจริงและเป็นธรรมชาติไม่ปรุงแต่งของสองผู้กำกับอย่างเหนียวแน่น เสียแต่ตัวบทอาจจะยังไม่เข้มข้นได้เท่าหนังเรื่องเก่า ๆ ที่พวกเขาเคยทำมา

  

 

          ด้านการแสดงนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมได้แก่นักแสดงอังกฤษ Emily Beecham จากเรื่อง Little Joe ของผู้กำกับออสเตรีย Jessica Hausner กับบทมารดาเลี้ยงเดี่ยวที่ทำงานเป็นนักวิจัยพฤกษศาสตร์ดัดแปลง DNA ดอกไม้ชนิดหนึ่งให้มีกลิ่นที่สามารถกล่อมมนุษย์ให้มีความสุขได้ เธออาศัยอยู่กับบุตรชายวัยกำลังอยากรู้อยากเห็นและมีเพื่อนร่วมงานหนุ่มมาแสดงท่าทีสนใจ แต่ดูเหมือนพันธุ์ไม้ที่เธอปลูกเพาะจะมีคุณสมบัติอะไรที่ไม่ธรรมดาเสียแล้ว

20190526040900059

DtkOOIzXcAEJr60

DtkOPs7XgAABkBy

Emily Beecham รับบทบาทในหนัง Romantic Sci-Fi ด้วยท่าทีที่ค่อนข้างนิ่ง สำรวมและเก็บงำความรู้สึกต่าง ๆ ตลอดเวลา ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่าเธอต้องรับน้ำหนักของหนังทั้งเรื่องเอาไว้ผ่านบทที่ดูเหมือนจะง่ายแต่ก็ไม่ง่ายนี้ 

 

 

ส่วนฝ่ายนักแสดงชายก็ได้แก่ Antonio Banderas จากเรื่อง Pain and Glory ของผู้กำกับสเปน Pedro Almodovar ซึ่งเขาต้องเล่นเป็นผู้กำกับหนังเกย์วัยชราในช่วงเวลาของการย้อนระลึกถึงความสำเร็จและความเจ็บปวดทั้งหลายในงานอาชีพผ่านการกลับไปพบกับผู้คนที่เขาเคยมีประสบการณ์หรือร่วมงานด้วยในอดีต

20190526024357575

pain

Antonio Banderas ก็รับน้ำหนักสำคัญของหนังทั้งเรื่องไว้เช่นกัน และต้องแสดงภาวะอ่อนแอและล้มเหลวทั้งทางร่างกายและจิตใจซึ่งเหมือนจะสะท้อนความในใจของผู้กำกับ Pedro Almodovar นั่นเอง

 

            สำหรับรางวัลที่ให้กับหนังทั้งเรื่อง ปีนี้มีการตั้งรางวัลพิเศษ Special Mention ให้กับหนังตลกจากปาเลสไตน์เรื่อง It Must Be Heaven ของผู้กำกับ Elia Suleiman ซึ่งผู้กำกับรับบทเป็นตัวละครนำที่เดินทางจากบ้านเกิดในปาเลสไตน์ไปขอทุนทำหนังทั้งที่ปารีสและนิวยอร์ค และได้พบกับเหตุการณ์แปลกประหลาดที่ต่างจากบ้านเกิดของเขามากมาย นับเป็นหนังเล็ก ๆ ที่ใช้นักแสดงนำเพียงรายเดียวด้วยลีลาตลกหน้าตายคล้ายงานของผู้กำกับฝรั่งเศสชั้นครู Jacques Tati

19373047

 

            ส่วนรางวัล Jury Prize ขวัญใจคณะกรรมการก็เป็นรางวัลเดียวที่เคียงคู่กันมาถึงสองเรื่อง เรื่องแรกคือ Les miserables ของผู้กำกับ Ladj Ly จากฝรั่งเศส เล่าเรื่องราวทีมตำรวจนอกคอกในถิ่นคนผิวสีในปารีสด้วยรายละเอียดสดใหม่ร่วมสมัย ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกันกับที่ Victor Hugo เขียนนิยายเรื่อง Les miserables 

58551714_805157649865933_7111317513949937664_n

MV5BZTQ5NWRhZjgtZWVmNS00MTVmLThkMDUtZDdiZTcxNWZmNDM2XkEyXkFqcGdeQXVyMzI3NjQ0MDE@._V1_SY1000_CR0,0,1774,1000_AL_

 

อีกเรื่องคือหนังบราซิล Bacurau ของผู้กำกับ Kleber Mendonca Filho และ Juliano Dornelles  เล่าเหตุการณ์ความวุ่นวายในเมือง Bacurau ของบราซิลในอนาคตอันใกล้ เมื่อเจ้าแม่ประจำหมู่บ้านเสียชีวิตไป ทำให้ชาวเมืองระส่ำระสาย แถมเมืองยังหายไปจากสารบบแผนที่ ในขณะที่ทีมนักล่าอเมริกันกำลังจะรุกรานพวกเขาอีกต่อ นับเป็นหนังกลิ่นอายประหลาดที่สะท้อนนานาภาวะที่ชาวเมืองในบราซิลกำลังประสบ

bacarau-868x644

1557774355-5cd9c16d606e2_sonia_braga_as_domingas___victor_jucaa

            แต่รางวัลที่สร้างความประหลาดใจได้มากที่สุดก็เห็นจะเป็นรางวัลใหญ่ระดับรองชนะเลิศอย่างรางวัล Grand Prix ซึ่งปีนี้ตกเป็นของเรื่อง Atlantics จากเซเนกัลของผู้กำกับหญิงผิวสี Mati Diop ที่มีผลงานการกำกับเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก หนังเล่าเรื่องราวการกลับมาตามสัญญาของหนุ่มคนรักและแรงงานที่ยังค้างการรับค่าจ้างก่อสร้างอาคาร หลังจากพวกเขาตัดสินใจออกเดินเรือไปทำงานกลางมหาสมุทรแล้วประสบภัยในสภาพอมนุษย์!

20190526040431843 (1)

Mati-Diop_Atlantiques_05-1280x717

หนังเสียดสีการเอารัดเอาเปรียบชนชั้นแรงงานในเซเนกัลด้วยเรื่องราวเชิงสัญลักษณ์ที่คมคายและน่าสนใจดี เสียแต่หากเทียบพลังกับหนังประกวดเรื่องอื่น ๆ อาจยังจัดว่าด้อยอยู่ จึงสร้างเสียงโห่ร้องได้พอสมควรในวินาทีที่ประกาศผลรางวัล

 

PARASITE กับรางวัลปาล์มทองคำใบแรกของวงการหนังเกาหลีใต้

parasite-2019-002-family-sat-on-floor-surrounded-by-pizza-boxes-ORIGINAL

       ไม่ถึงกับน่าประหลาดที่ภาพยนตร์เรื่อง Parasite ของผู้กำกับ Bong Joon-ho จะสามารถคว้ารางวัลปาล์มทองคำให้กับวงการหนังเกาหลีใต้ได้ในปีนี้ด้วยคะแนนเป็นเอกฉันท์จากคณะกรรมการ เพราะตั้งแต่วันฉายรอบสื่อเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ในรอบดึก หนังก็ได้รับเสียงปรบมือชื่นชมจากสื่ออย่างคึกคัก และในการฉายรอบกาล่าเองผู้ชมก็ลุกขึ้นปรบมือให้ผู้กำกับและทีมงานอย่างกึกก้องด้วยเช่นกัน ทำให้ Parasite กลายเป็นหนังเต็งหนึ่งไปในทันทีที่ได้ออกฉายในเทศกาล  ผู้กำกับ Bong Joon-ho เคยมีหนังมาฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์มาแล้วหลายเรื่อง โดยไต่ระดับมาเรื่อย ๆ จากเรื่อง The Host (2006) ในสายไม่เป็นทางการ Directors’ Fortnight  ต่อด้วย Tokyo! (2008) และ Mother (2009) ในสายทางการ Un Certain Regard และได้เข้าร่วมในสายประกวดครั้งแรกกับเรื่อง Okja (2017) ที่สร้างกรณีพิพาทระหว่างคานส์กับ Netflix  หนังของ Bong Joon-ho ส่วนใหญ่ จะเล่าเรื่องราวแบบ High-Concept อันจัดจ้าน มีโครงเรื่องที่เข้าใจง่าย ใส่ลูกเล่นด้านการสร้างภาพยนตร์อย่างแพรวพราว หนังของ Bong Joon-ho จึงมักจะดูสนุก ลื่นไหลพร้อมทั้งได้สาระ โดยเฉพาะใน Parasite นี้ ผู้กำกับได้โชว์ฝีมืออย่างโดดเด่นในระดับเต็มที่เลยทีเดียว

parasite1

parasite      

เนื้อหาของ Parasite เล่าถึงการปะทะกันระหว่างชนชั้นของครอบครัวยากจนอันประกอบด้วยพ่อ แม่ ลูกสาวและลูกชาย ที่ต้องอาศัยอยู่ในถุนตึกอันซ่อมซ่อ กับครอบครัวเศรษฐีอันประกอบด้วยพ่อนักธุรกิจ แม่บ้านและลูกชายกับลูกสาววัยเรียนอีกสองคน เมื่อลูกชายของครอบครัวยากจนมีโอกาสได้สวมรอยเป็นติวเตอร์วิชาคณิตศาสตร์ให้บุตรสาวของครอบครัวมีอันจะกิน เขาจึงถือโอกาสชักชวนพี่สาวของตัวเองมาสวมรอยเป็นติวเตอร์ศิลปะให้กับบุตรชายคนเล็กด้วยโดยแอบอ้างว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเด็ก ซึ่งเรื่องราวหลังจากช่วงนี้ ผู้กำกับได้ร้องขอเอาไว้ในเอกสารประชาสัมพันธ์สำหรับสื่อเลยว่า ขอความกรุณาอย่าได้เฉลยไขเรื่องราวใด ๆ หลังเหตุการณ์นี้ เพราะหนังมีเงื่อนงำความลับสุดเซอร์ไพรส์ที่ผู้ชมควรจะมีโอกาสได้ชมด้วยตัวเอง จึงจะไม่ขอเล่าต่อแต่อย่างใด เพราะข่าวดีคือมีผู้จัดจำหน่ายซื้อหนังเรื่องนี้จ่อคิวเข้าฉายให้คนไทยได้ดูกันอย่างแน่นอนแล้ว อีกไม่นานเกินรอ