เงาสะท้อนวาบผ่าน โลกหนึ่งปรากฏ ปรายตาตามภาพถ่ายของอธิษว์ ศรสงคราม

March 18, 2019
by อาศิรา พนาราม

อธิษว์ ศรสงคราม ทำงานศิลปะโดยใช้สื่อภาพถ่ายมาตลอด เขาสนใจความเป็นภาพและการสร้างภาพซึ่งเป็นตัวแทนของความคิด ภาพถ่ายถูกกำหนดมุมมองโดยช่างภาพ หากมีการรับรู้ของผู้ชมเป็นส่วนเติมเต็มงานของเขา

HIGHLIGHTS

  • Passing a Window, I glanced into it นิทรรศการภาพถ่ายโดย อธิษว์ ศรสงคราม ที่ค้นหาความเป็นไปได้ของภาพถ่ายว่าจะสามารถก้าวข้ามความเป็นสื่อ 2 มิติได้อย่างไร ภายใต้กรอบกติกาของมันเอง
  • นิทรรศการแสดงที่ Gallery Ver ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 22 ระหว่างวันที่ 9 มีนาคม – 11 พฤษภาคม 2562

ตอนที่ได้ยินเรื่องของนาร์ซิซัสที่หลงรักเงาสะท้อนในน้ำครั้งแรกนั้น รู้สึกตระหนกใจ ไม่ใช่งงว่าใครกันจะหลงรูปตนได้ขนาดนั้น แต่เป็นเพราะเราเพิ่งตระหนักว่า หากไม่มีกระจก หรือมีวัตถุที่สะท้อนแสงแล้วเกิดเงาขึ้นมา เราคงไม่มีวันรู้ว่าหน้าตาตนเป็นแบบไหน คนในอดีตกาลที่เพิ่งเคยเห็นเงาสะท้อนตัวเองเป็นครั้งแรกที่เห็นคงตกใจน่าดู

ในฐานที่เป็นคนรู้สึกว่าเงาสะท้อนในกระจกเป็นโลกแห่งความพิศวง เรารับรู้ใบหน้าเราจากกระจก แต่ที่จริงเราหน้าตาอย่างไร ความรับรู้ของเรากับคนรอบข้างที่มองใบหน้าเราคงไม่เหมือนกัน เราจึงชอบงานที่เกี่ยวกับกระจก

Passing a Window, I glanced into it นิทรรศการภาพถ่ายโดย อธิษว์ ศรสงคราม เขาจบการศึกษาด้านภาพถ่ายจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง แล้วไปศึกษาต่อด้านศิลปะที่ Kunstakademie ที่ดุสเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมนี เขาเลือกใช้ภาพถ่ายเป็นสื่อในการเสนอความคิดทางศิลปะตลอดมา

“ผมมักทำงานเกี่ยวกับการหาความหมายของการถ่ายภาพ มีช่วงหนึ่งที่ผมอยู่กับกระจกเยอะมาก กระจกหรือภาพสะท้อนน่าจะเป็นสิ่งแรกๆ ที่มนุษย์ ‘เห็น’ เป็นอ็อบเจคที่สามารถสะท้อนภาพออกมาได้ ผมก็คิดว่ามันมีจุดร่วมกันอยู่ระหว่างภาพถ่ายและกระจก ในการสร้างภาพให้เกิดขึ้น”

Email press_09032019

หลังจากไอเดียนี้ อธิษว์ก็นำกระจกมาจัดวางให้เกิดภาพราวกับเป็นประติมากรรม แล้วสร้างภาพซ้ำออกมาอีกครั้ง เหมือนเป็นโลกในโลกอีกใบ แต่ที่จริงภาพถ่ายนั้นมีการบังคับมุมมองโดยการเลือกสรรจากศิลปินอยู่ ผู้ชมจึงต้องเห็นตามเฟรมภาพนั้น

การถ่ายภาพของอธิษว์มิได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นทุกวันนี้ที่ใครๆ ก็ถ่ายภาพได้ เขาจัดการกับกระบวนการอย่างประณีต

“แต่ละรูปของผมส่วนใหญ่มีไอเดียของรูป พอผมรู้สึกว่าไอเดียของรูปมันพูดแล้ว ผมก็จะหยุด เวลาที่ผมหยุด ผมหยุดด้วยตัวอ็อบเจคเอง ผมจัดวางก่อน พอจัดได้แล้วผมก็หยุด แล้วก็ถ่ายรูป”

ภาพถ่ายคือการกำหนดมุมมองของผู้ชมที่มีต่อวัตถุ ในที่นี้คือวัตถุที่มีภาพสะท้อนอันเลื่อนไหล แต่ถูกจัดวางในมุมตายตัวเพื่อสื่อสารบางอย่าง ในขณะที่นิทรรศการก็มีภาพสะท้อนที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้กำหนดมุมมองด้วยตัวเอง กับวัตถุสะท้อนภาพที่อยู่กลางห้อง กระจกแอ่งใหญ่ทรงฟรีฟอร์ม คือการจำลองหยดน้ำขึ้นมา เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้เห็นและเลือกมุมมองที่มีต่อวัตถุสะท้อนนั้น

20190311_164040

“เกิดจากไอเดียแรกที่ผมคิดว่าของเหลวก็ทำให้เกิดภาพสะท้อน แล้วผมจะทำวัตถุหรือฟอร์มจากของเหลวได้อย่างไร หยดน้ำคือสิ่งที่ง่ายที่สุดในการสร้างฟอร์มเพื่อให้เกิดภาพสะท้อนขึ้นมา ผมก็เอาดรอปเปอร์มาหยดน้ำเปล่าตามความสูงของตัวเอง แล้วก็ถ่ายภาพ และขยายภาพตามความสูงของผมเอง ผมทำเหมือนขยายภาพขาวดำ ถ้าเครื่องขยายอยู่เตี้ยภาพก็จะเล็ก ถ้าเครื่องขยายอยู่สูงภาพก็จะใหญ่”

ในกระบวนการค้นหาระเบียบวิธีทางศิลปะมีความคิดบางอย่างที่เชื่อมโยงกับตัวศิลปินเอง และมุมมองที่ผู้ชมอาจเชื่อมสู่แต่ละคน ผ่านภาพคุ้นตาที่คนอาจจินตนาการไปถึง การหยดน้ำเพื่อหาสร้างฟอร์มของสิ่งสร้างภาพสะท้อน ก็อาจแทนของแหล่งน้ำในธรรมชาติ ที่อาจเป็นสิ่งแรกๆ ที่ทำให้มนุษย์รับรู้ถึงการสะท้อนภาพขึ้น

“มันมีความเชื่อมโยงกันอยู่ นี่จะเป็นของเหลวที่อยู่บนพื้นโลกก็ได้ ถ้าเรามองเห็นภาพของเหลวลักษณะนี้จะ Google Earth นี่ก็อาจเป็นฟอร์มของทะเลสาบหรือเปล่า”

20190311_164144

ห้องเล็กอีกมุมที่ล้อมไว้ด้วยกระจก อธิษว์มีภาพถ่ายอยู่หนึ่งชุดที่เขาถ่ายภายนอกวัตถุที่อาจมองว่าเป็นภายนอกของสถาปัตยกรรมก็ได้ เขานำมาติดไว้ภายในห้องกระจกซึ่งเท่ากับพื้นที่ภายใน เป็นการเล่นกับความเป็นภายนอกและภายใน ให้ผู้ชมได้ร่วมคิดไปกับภาพสะท้อนของห้องกระจกที่ให้ความพิศวงเสมอ

นอกจากภาพถ่ายเพื่อการเล่าเรื่องแล้ว การใช้ภาพถ่ายมาเป็นสื่อในงานศิลปะอาจไม่มีคนทำมากในเมืองไทย กระบวนการที่ละเอียดลออของอธิษว์เกิดขึ้นเพื่อค้นคว้าความเป็นไปได้ต่างๆ ของภาพถ่าย บางครั้งมากับคำถาม และครั้งนี้ก็เพื่อชวนคิดเรื่องภาพของเงาสะท้อนกับภาพของภาพถ่าย ภาพสองมิติที่ทำงานกับผู้คนในระดับแตกต่าง