บ้านขนมปังขิง รอยยิ้มของวันวานที่ทำให้อิ่มใจ

February 24, 2019
by ปิ่นอนงค์ ปานชื่น

จิบกาแฟที่นี่ไม่ได้แค่วิวหลักล้าน หากบ้านขนมปังขิงยังพาเราย้อนไปสัมผัสความงดงามของบ้านเรือนในอดีตเมื่อ 106 ปีที่ผ่านมา

IMAGE: ประเสริฐ เทพศรี

HIGHLIGHTS

  • ด้วยเจตจำนงค์ของ ท่านเจ้าของบ้าน "ท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกัมพุช" ที่ต้องการอนุรักษ์บ้านหลังนี้ไว้ให้คงสภาพเดิมมากที่สุด เพื่อให้สถานที่แห่งนี้ได้เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกได้เข้ามาชมสถาปัตยกรรม รูปแบบเรือนขนมปังขิง  ที่ผ่านกาลเวลามานานถึง 106 ปี
  • ร้านแห่งนี้จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมาภายใต้ชื่อว่า "บ้านขนมปังขิง" เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2562

20190122175403353

เชื่อว่ามีหลายคน (ที่เป็นเช่นเรา)เคยลอบมองเรือนไม้ในตรอกพราหมณ์ (ติดกับโบสถ์พราหมณ์ เสาชิงช้า) เฝ้าจินตนาการว่าภายในบ้านที่ซ่อนอยู่หลังผ้าม่านที่เผยอปลิวไปกับลมนั้นจะเป็นเช่นไรหนอ
พอได้ทราบว่าบ้านขนมปังขิงได้รับการบูรณะซ่อมแซมแล้วเปิดให้ผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมด้วยการเปิดเป็นร้านกาแฟเมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา ทำให้เราไม่รอช้าที่จะเข้าไปชื่นชมด้วยหัวใจที่พองโต
ที่นั่น เราได้พบกับ คุณวิรัตน์ คุณารัตนอังกูร บุตรเขยของท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกัมพุช ผู้เป็นเจ้าของบ้าน เรื่องราวของเรือนไม้สองชั้นที่ประดับตกแต่งด้วยลวดลายฉลุที่สวยงามเหมือนขนมปังขิง (Gingerbread) รูปแบบสถาปัตยกรรมที่ได้รับมาจากตะวันตกที่แพร่หลายในบ้านเราเมื่อร้อยกว่าปีก่อนจึงได้รับการเล่าขานขึ้นอีกครั้ง

20190122175000299

เรื่องเริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ.2456 อำแดงหน่าย ( สกุลเดิม คือ สกุลพราหมณ์ ) ซึ่งเป็นภรรยาของขุนประเสริฐทะเบียน (ขัน)ได้ซื้อที่ดินเปล่าจากหลวงบุรีพิทักษ์ ขนาด 47 ตารางวา
ส่วนขุนประเสริฐทะเบียนเป็นผู้สร้างเรือนรวมถึงการออกแบบสัญลักษณ์ประจำตัว แกะสลักลายไม้วงกลม เขียนว่า ขัน ที่อยู่ตามช่องลมต่างๆ ของตัวบ้าน
เดิมเรียกขานกันว่าบ้านเสาชิงช้า ชื่อ “บ้านขนมปังขิง” มาเรียกขานกันใหม่ตามป้ายชื่อที่ น.พ.สิทธิ์ เตชะกัมพุช สามีท่านผู้หญิงเพ็ชรา ลงมือแกะสลักและปิดทองด้วยตนเองเมื่อคราวบูรณะซ่อมแซมบ้านครั้งใหญ่ใน พ.ศ.2533
“ หลังจากอำแดงหน่ายถึงแก่กรรม บ้านตกเป็นของผู้จัดการมรดก คือ ลุงของท่านผู้หญิง ต่อมาเมื่อผู้จัดการมรดกมีดำริที่จะขาย ท่านผู้หญิงจึงซื้อบ้านหลังนี้ไว้เมื่อปี 2507 โดยให้คนที่อาศัยอยู่เดิมได้อยู่กันต่อ จนปี 2533 มีการซ่อมแซมครั้งใหญ่ น.พ.สิทธิ์บันทึกไว้ว่า เนื่องจากบ้านทรุดจึงได้ดีดบ้านขึ้น 30 ซม. ซ่อมฐานรากใหม่ เปลี่ยนหลังคา เปลี่ยนระบบน้ำไฟใหม่ แล้วจัดห้องที่เคยซอยเป็นห้องเล็กห้องน้อยให้เหมือนเดิมกับเมื่อแรกสร้าง
น.พ.สิทธิ์ เป็นอาจารย์หมอที่ศิริราชเชี่ยวชาญทางด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อ งานอดิเรกที่ท่านชอบเป็นงานไม้ ครั้งนั้นท่านลงมือแกะสลักป้ายชื่อแล้วลงรักปิดทอง พร้อมตั้งชื่อบ้านว่าบ้านขนมปังขิง”
หลังจากบูรณะเรียบร้อยแล้ว บ้านขนมปังขิงยังคงปิดเงียบเป็นปริศนาให้หลายคนสงสัยสืบไป เนื่องด้วยท่านเจ้าของบ้านและญาติพี่น้องไม่ได้เข้าพักอาศัย
“เนื่องจากท่านผู้หญิงมีคลีนิคและแล็บทำฟันปลอม จึงให้พนักงานที่มีภูมิลำเนามาจากต่างจังหวัดมาพักที่บ้านนี้ ช่วงปี 2533 เป็นต้นมาจะเห็นว่ากลางวันบ้านปิดเงียบ เย็นถึงจะมีมอเตอร์ไซค์มาจอดเป็นสิบคัน มาถึงปี 2560 บ้านเริ่มทรุดโทรมอีกครั้ง ประกอบกับพนักงานเหลืออยู่ไม่กี่คนผมกับภรรยา (ธนัชพร) จึงปรึกษากับท่านผู้หญิงว่าเราจะบูรณะบ้าน โดยจะขอเปิดเป็นร้านกาแฟเพื่อเปิดให้คนเข้ามาดูได้หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้มีคนมักจะขอเข้ามาดูบ้านอยู่บ่อยๆ เราอยากจะรื้อฟื้นความมีชีวิตของบ้านให้กลับคืนมา”
งานบูรณะบ้านขนมปังขิงครั้งที่ 2 จึงดำเนินขึ้นในปีที่ผ่านมาโดยใช้เวลา 4 เดือน “สถาปนิกและมัณฑนากรบอกกับเราว่า ขออนุรักษ์โดยไม่ทำอะไรได้มั้ย คือ นอกจากซ่อมหลังคาที่รั่ว เปลี่ยนฝ้าด้วยการขยับให้สูงขึ้นแล้วเปลี่ยนใช้ไม้สักทองแทน ซ่อมผนังแล้ว ขอไม่ทาสี ขอแค่ทำความสะอาด เขาบอกว่า เสน่ห์ของบ้านอยู่ตรงความเก่าไม้ การทำให้ใหม่มันง่าย การทำให้เก่ามันยาก
ดังนั้นของทุกอย่างที่เห็นเช่น สวิตช์ไฟ ลูกบิด เป็นของเดิมหมด รวมทั้งไม่มีการทาสีใหม่ เพิ่มเติมคือ การติดแอร์”

20190122174959767

แม้จะรู้สึกเสียดายที่จะไม่ได้เห็นผ้าม่านที่พลิ้วตามลมอีกต่อไป แต่เราก็รู้สึกอิ่มใจที่ได้เข้ามาสัมผัสเรือนไทยแบบขนมปังขิงที่ช่างไทยนำเอารูปแบบตะวันตกมาผสมผสานได้อย่างกลมกลืน ไม่ว่าจะเป็นลายฉลุที่ประดับส่วนต่างของอาคาร หรือว่าลายแกะสลักอักษรย่อของท่านเจ้าของบ้านคนแรก “ขัน”ที่กล่าวได้ว่าเป็นงานกราฟฟิกที่มีทั้งความอ่อนช้อยและเท่เอามากๆทีเดียว

บ้านขนมปังขิง เปิดเป็นร้านกาแฟที่มีวัตถุประสงค์ให้ผู้คนได้เข้ามาทำความรู้จักและเรียนรู้บ้านเรือนไทยในอดีต เปิดโอกาสให้ชื่นชม ถ่ายรูปได้อย่างเต็มอิ่ม ขณะเดียวกันก็คัดสรรกาแฟชั้นดี เครื่องดื่ม ตลอดจนขนมไทยและขนมเค้กมาให้รับประทาน จัดเสิร์ฟในภาชนะงดงาม
ด้จิบกาแฟในบ้านหลังนี้ มีความรู้สึกอิ่มใจ

(หมายเหตุ : บ้านขนมปังขิง อยู่ในซอยหลังโบสถ์พราหมณ์ เสาชิงช้า โทร. 09 7229 7021 เปิดทุกวันเว้นวันจันทร์ 11.00 – 20.00)

20190122175301331

20190122175132424

20190122175001088

20190122175001337