ของโหล ๆ ยกระดับให้เท่ได้...ในดีไซน์ Massclusive

November 17, 2018
by เอื้อพันธุ์

"เหมาโหลถูกกว่า" คำคุ้นหูและติดอยู่ในความทรงจำมาหลายสิบปี มาจากหนังสือเรื่อง Cheaper by the Dozen เขียนโดย Frank Gilbreth Jr. กับ Ernestine Gilbreth Carey (พิมพ์ปี1948) แปลเป็นไทยโดย เนื่องน้อย ศรัทธา ในชื่อ เหมาโหลถูกกว่า...

 

       บ้านตัวอย่างในรูปแบบตึกแถวrere

     บ้านตัวอย่างในรูปแบบตึกแถว

          เรื่องราวในหนังสือมาจากชีวิตจริงของครอบครัวชาวอเมริกันหลังสงครามที่มีลูกเยอะถึง 12 คน พ่อแม่จึงต้องคิดหาทางประหยัดทุกหนทาง ต่อมาเป็นภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด นำแสดงโดยดาราตลก สตีฟ มาร์ติน

         การซื้อของยกโหลหรือซื้อทีละมาก ๆ ก็จะได้ราคาถูกกว่า คนซื้อประหยัดสตางค์แต่ของที่ได้ก็จะเป็นของพื้น ๆ ของธรรมดา ๆ ที่ผลิตจำนวนมาก ความหมายของการซื้อของยกโหล กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของคนเซปต์ในงาน บ้านและสวนแฟร์ 2018 ที่นำเสนอการออกแบบและตกแต่งบ้าน ภายใต้แนวคิด Massclusive

          เจรมัย พิทักษ์วงศ์ กรรมการผู้จัดการ บอกว่า “ปีนี้นำเสนอธีมแต่งบ้านสนุก ๆ จากการใช้วัสดุที่เห็นจนชินตา เป็นของราคาไม่แพงจากการผลิตซ้ำ ๆ เยอะ ๆ หากนำมาใช้จนเกิดเป็นจังหวะที่สวยงาม กลายเป็นของพิเศษขึ้นมาได้”

          อรรถ ประพันธ์วัฒนะ รองบรรณาธิการอำนวยการนิตยสาร “บ้านและสวน” ขยายความว่า

          “Massclusive มาจากคำว่า "แมส" หรือผลิตมาก ๆ เป็นคอนเซปต์ที่เราใช้เล่าเรื่องของงาน คือตอนนี้ทุกวงการออกแบบ ทั้งการก่อสร้าง แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับการผลิตเยอะ ๆ หรืองานแมส แต่พอเป็นงานแมสทุกคนก็รู้สึกว่าไม่อยากใช้ของซ้ำกับคนอื่น เลยเติมคำว่า Exclusive หมายถึงงานแมสที่มีความพิเศษ ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละบุคคล”

Massclusive Style

         ดีไซน์แบบ Massclusive

        คนคิดประเด็น Massclusive ออกแบบบ้านตัวอย่างและรายละเอียดของงานตกแต่งให้คนดูเกิดไอเดียต่อยอดไปปรับปรุงบ้านของตัวเอง อย่างง่าย ๆ และลดต้นทุนจากวัสดุที่ “แมส” ของโหล ๆ ราคาย่อมเยา

          “เช่น ซุ้มประตูทางเข้า ทำจากกระดาษลูกฟูกสำหรับทำลังใส่ของ ที่ผลิตได้ทีละเยอะ ๆ เราสั่งจำนวน 4,000 ชิ้น นำมาออกแบบเป็นโมดูล คล้าย ๆ จิ๊กซอว์ที่มีตัวต่อแค่ 1 ชิ้น แต่สามารถประกอบเข้าด้วยกันได้หลากหลาย ทำเป็นรูปทรงและโครงสร้างของซุ้ม เหมือนนำผนังมาวางซ้อนเหลื่อมกัน แล้วใช้ไลท์ติ้งและพรรณไม้ให้ดูสวยงามแปลกตา

กระดาษลูกฟูกrere

         ซุ้มประตูทางเข้าทำจากกระดาษลูกฟูก ของโหล ๆ ราคาถูก

          บ้านตัวอย่างปีนี้เป็นตึกแถว เพื่อบอกว่า การอยู่บ้านจัดสรรหรือที่อยู่อาศัยก็มาจากการผลิตซ้ำ ๆ เช่น คอนโด ทาวน์โฮม บ้านเดี่ยว คือทำซ้ำจากแบบเดิม ๆ ไปเรื่อย ๆ ทุกคนมาใช้ชีวิตในบ้านที่ทำซ้ำ แต่เขาตกแต่งเองให้เหมาะกับฟังก์ชั่นการใช้งาน เราจำลองตึกแถวแต่จะทำให้พิเศษด้วยวิธีไหน จากโครงสร้างห้องแถว 2 ห้อง 2 ชั้น หรือ 12 ยูนิต โดยเปลี่ยนการใช้งานห้องต่าง ๆ ด้วยการยกระดับที่แตกต่างกันในแต่ละยูนิต ได้แก่ ห้องพักผ่อน ห้องรับประทานอาหาร ห้องน้ำ และห้องนอน และการนำวัสดุที่คุ้นชินมาเปลี่ยนการเล่าเรื่องใหม่ เช่น บล็อกช่องลม กระจกบานเกล็ด และแผ่นหลังคาลอนใส โดยใช้เป็นส่วนหนึ่งของฟาสาด (facade) การนำแผ่นพื้นหินขัดสำเร็จรูปที่จัดเรียงให้แตกต่างจากหินขัดที่เราคุ้นตา เพื่อให้บ้านตึกแถวดูพิเศษขึ้นได้จากวัสดุที่มีการผลิตในระบบอุตสาหกรรม”

พื้นและผนังในบ้านทำจากวัสดุเรียบง่ายrere

         ผนังและพื้นทำจากวัสดุเรียบง่าย ราคาถูก

         ของโหล ๆ ออกแบบให้ดูดีมีระดับ ตั้งแต่บันไดทางขึ้นชั้นสอง ที่เจาะเพดานสูงใส่ต้นไม้ เพื่อให้เห็นความสูงจากระยะของต้นไม้ (จริง) พอขึ้นมาชั้นสองก็พบวัสดุที่คุ้นชิน เช่น กระเบื้องลอนมุงหลังคาที่เปลี่ยนบริบทในการเล่าเรื่องใหม่ โดยเอาแผ่นโพลีคาร์บอเนตที่โดยทั่วไปใช้ทำหลังคารถ ทำศาลาหรือตกแต่งสวน เอามาทำเป็นผนัง

          “ยังมีกระเบื้องหลังคาลอนโปร่งใสอีกลายหนึ่งทำจากโพลีคาร์บอเนตประเภทหนึ่งเหมือนกัน แต่เราเปลี่ยนใหม่เพราะอยากสร้างจุดเด่นคือให้แสงส่องเข้ามาในบ้านได้ และช่วยลดการใช้ไฟ หรือออกแบบคล้าย ๆ บล็อกแก้วก็ได้ พอเราใส่ไฟยื่นออกมาหน้าบ้านก็ทำให้เรืองแสง เกิดจุดเด่นขึ้นมา

          ตึกแถวหน้ากว้าง 3.6 เมตร สูง 2.4 เมตร เหมือนกล่อง พื้นใช้แผ่นเซลโลกรีต (Cellocrete) ที่มักใช้เป็นฉนวนกันความร้อนหรือกันเสียง จากการออกแบบพิกัดสัดส่วน ทำให้สามารถใช้แผ่นพื้นปูได้พอดีโดยไม่เหลือเศษเลย หมายถึงจะมีวัสดุเหลือทิ้งน้อยมาก และแสดงถึงการเลือกใช้วัสดุที่มีความหลากหลาย ลดภาพจำจากเดิมว่าวัสดุแบบนี้ต้องใช้อย่างนี้ เราเปลี่ยนการใช้ในระนาบที่แตกต่างกัน

การใช้อิฐบล็อกตกแต่งพื้นและผนังrere

         การใช้อิฐบล็อกตกแต่งพื้นและผนังให้มีดีไซน์แตกต่าง

          อย่างอิฐบล็อกที่เราเห็นทั่วไป เราใช้เทคโนโลยีเลเซอร์คัท ฉลุให้เกิดลวดลายเดียวกับอิฐบล็อก แต่ที่จริงคือผนังเบาอีกแบบหนึ่ง หลอดไฟที่ห้อยลงมาจากเพดาน ที่จริงมาจากหลอดฟลูออเรสเซนส์แบบกลมที่ใช้ตามบ้าน เราก็จัดเรียงใหม่ให้เหมือนแชนเดอเลียร์

          กระทั่งวอลเปเปอร์ที่มีเท็กซ์เจอร์นำมาฉาบสีใหม่ ใช้ตกแต่งพื้นผิวเฟอร์นิเจอร์บิลด์-อิน ก็เกิดเป็นเฉดสีและเท็กซ์เจอร์ใหม่ ๆ ยังมีวอลเปเปอร์ที่ปกติเป็นลวดลายต่าง ๆ แต่เราดีไซน์ใหม่ได้จากวอลเปเปอร์ชนิดนี้ที่ทำจากเยื่อกระดาษกับโพลีมอร์ จัดอยู่ในกลุ่มวอลเปเปอร์แต่ทำสีได้ตามต้องการ สามารถทำเป็นวัสดุปิดผิวได้ทั่วไป

ดวงไฟทรงกลมดัดแปลงเป็นแชนเดอเลียร์rere

         ดวงไฟทรงกลมดัดแปลงเป็นแชนเดอเลียร์

        ในแง่เศรษฐกิจ การทำซ้ำเรื่อย ๆ คือทำให้ทุกอย่างราคาถูกลง วัสดุที่ทุกบ้านมีเหมือนกันแต่ดีไซน์ให้แปลกแตกต่างได้”

          เมื่อเดินขึ้นลงภายในตึกแถวโปร่งแสง ทำให้มองทะลุไปถึง “เทรนด์” การแต่งบ้านปีนี้และปีหน้า ซึ่งคุณอรรถ อธิบายต่อว่า

          “เทรนด์การออกแบบบ้าน พูดให้ชัด ๆ ตอนนี้เทรนด์เป็นการผสมผสานไปหมดแล้ว เราเรียกว่า design movement ไม่ใช่โมเดิร์น ไม่ใช่วินเทจ ไม่ใช่อะไรหรอก แต่เทรนด์ที่ว่านี้เหมือนไม่เป็นเทรนด์ โดยไลฟ์สไตล์จะเป็นตัวกำหนดชีวิตและการออกแบบ เช่น ห้องที่ได้รับความสนใจของบ้าน ส่วนใหญ่จะเป็นห้องครัว หรือห้องกินข้าว  พอเอาทีวีไปตั้ง ลูก ๆ ทำการบ้านที่โต๊ะกินข้าว  คุณแม่ก็ยังทำครัวได้ เพื่อนมาปาร์ตี้ก็ไปที่โต๊ะกินข้าว กลายเป็นห้องที่เปนหัวใจสำคัญของบ้านได้เลยทีเดียว

          ด้วยไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่เทรนด์จึงเปลี่ยนไปตามการใช้ชีวิต ใครจะบอกห้องนั่งเล่นสำคัญ มีโซฟา โต๊ะ ทีวี ก็ใช่เพราะขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตของคน ๆ นั้นเลย ส่วนการตกแต่งภายในก็ขึ้นอยู่กับความชอบ ปกติดีไซเนอร์ส่วนใหญ่จะบอกว่า การออกแบบฟาสาด ผนัง หรือพื้นผิวของอาคารคืออย่างแรกที่ให้ความสำคัญเพราะเหมือนเราแต่งหน้าทาปาก ถ้าเราสวยคนก็มองเยอะ ดังนั้น ผนังแบบต่าง ๆ ระแนง เลยเอามาติดที่บ้านเพื่อให้มีการตกแต่งที่พื้นที่ภายนอก เพราะฉะนั้นการใช้งานเป็นตัวกำหนดการออกแบบเพื่อให้สอดคล้องกับผู้อยู่อาศัย

       ส่วนสีภายใน ปีนี้เรานำคีย์วิชช่วลมาใส่ ทำให้เกิดเป็นเอกภาพ เช่น สวนมีการใช้วัสดุทำซ้ำ ๆ ใช้อิฐ บล็อกช่องลม ไม้ระแนง ทุกอย่างนำมาเป็นโจทย์ในการออกแบบ และช่วยลดต้นทุน จากคำว่า “เหมาโหลถูกกว่า” การผลิตเชิงแมส เวลาซื้อก็ถูกกว่าสั่งทำพิเศษอยู่แล้ว แต่เอามาเล่าเรื่องผ่านการออกแบบที่สวยงาม และตอบโจทย์ตรงใจก็ใช้งานได้และสวยงามด้วย”

ไม้กระถางในบ้านrere

       ตามมุมต่าง ๆ ในตึกแถวยังมี “ต้นไม้ในบ้าน” ที่กำลังเป็นเทรนด์เติมสีเขียวให้ผู้อยู่อาศัย

      “ปีนี้เทรนด์ต้นไม้คือการใช้ไม้ใบมาตกแต่งในบ้าน เพราะทุกคนไม่ได้มีพื้นที่จัดสวนและปลูกต้นไม้เยอะ ๆ การเอาต้นไม้มาอยู่ในบ้านคือวิธีตอบโจทย์ของคนเมืองในระดับหนึ่ง เทรนด์ อินดอร์ แพลนท์ หรือไม้ใบในบ้านที่เรานำเสนอในบ้านตัวอย่างคือ นำต้นไม้ในกระถางไปวางตามจุดต่าง ๆ ในนิตยสารเล่มใหม่ เราก็เล่าเรื่องไม้ใบกับการใช้พรรณไม้ในบ้าน คนเมืองส่วนใหญ่ไม่มีสวน และสวนสาธารณะมีไม่มากพอที่เราจะไปใช้หรือเรามีเวลาไม่ว่างพอจะไป เราเลยนำต้นไม้มาไว้ในบ้าน เช่น แคคตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ ไม้ใบต่าง ๆ ได้แก่ ยางอินเดีย ฟิโล พลูฉีก ไม้อวบน้ำกุหลาบหิน ซึ่งกำลังนิยมไม่แพ้กระบองเพชรและเฟิร์น”

พืชอวบน้ำปลูกในห้องนอนrere

     ตามมุมห้องตกแต่งด้วยไม้กระถางและพืชอวบน้ำ

         มีสีเขียวอยู่ข้างตัวช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนให้บ้าน ทั้งคนทั้งต้นไม้อยู่ด้วยกันอย่างสดชื่น ต้นไม้ไม่แพง วัสดุโหล ๆ เห็นซ้ำ ๆ ก็ไม่แพง เป็นการอยู่อย่างประหยัด รักษ์โลก และเท่ได้ด้วยงานดีไซน์...

แคคตัสกลับมานิยมrere

เปิดอ่าน 831