Mega FoodWalk คว้ารางวัลชนะเลิศสถาปัตยกรรม Architizer A+ Awards

September 30, 2018
by วลัญช์ สุภากร / ภาพ : ประภัสสร กลิ่นสุคนธ์

สำรวจแนวความคิดและแรงบันดาลใจในการออกแบบ Mega FoodWalk ที่สามารถคว้ารางวัล Architizer A+ Awards : Popular Choice Winner ในหมวดศูนย์การค้า (Commercial Shopping Center) ประจำปีพ.ศ.2561

HIGHLIGHTS

  • การประกวด Architizer A+ Awards เป็นงานประกวดผลงานด้านสถาปัตยกรรมระดับนานาชาติ เพื่อส่งเสริมงานด้านสถาปัตยกรรมที่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้คน

  • Mega FoodWalk ออกแบบเป็นอาคาร 3 ชั้น ด้วยสถาปัตยกรรมที่ได้แนวคิดมาจากสุนทรีย์ของ หุบเขา (Valley) 

  • ออกแบบโดยบริษัทสถาปนิกไทย ฟาวน์ดรี ออฟ สเปซ จำกัด (Foundry of Space Company Limited-FOS)

     

สีเขียวของต้นไม้ใบหญ้าและการมี ‘พื้นที่’ สำหรับครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกัน หรือเพื่อนๆ รวมตัวพบปะสังสรรค์ ยังคงเป็นเทรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ ‘คนเมือง’ มองหาเมื่อออกไปจับจ่ายใช้สอยยังศูนย์การค้า

ศูนย์การค้าเมกาบางนา (Megabangna) ใช้แนวคิดดังกล่าว ประสานการทำงานออกแบบของบริษัทสถาปนิก ฟาวน์ดรี ออฟ สเปซ จำกัด (Foundry of Space Company Limited-FOS) สร้างอาคารส่วนต่อขยายใหม่ชื่อ เมกา ฟู้ดวอล์ค (Mega FoodWalk) และสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศด้วยคะแนนโหวตสูงสุดจากเวทีประกวดสถาปัตยกรรมระดับโลก Architizer A+ Awards : Popular Choice Winner ในหมวดศูนย์การค้า (Commercial Shopping Center)ประจำปีนี้

M

สถาปัตยกรรมอาคาร เมกา ฟู้ดวอล์ค(Mega FoodWalk)

“อาร์คิไทเซอร์ เอพลัส อะวอร์ดส์ (awards.architizer.com) เป็นเว็บไซต์สถาปัตยกรรมชั้นนำของโลก มีคนเข้าชมมากทั่วโลก ทุกปีจัดประกวดงานสถาปัตยกรรมประเภทต่างๆ ให้งานที่สร้างเสร็จแล้วในแต่ละปีส่งเข้าประกวด ไม่รวมงานย้อนหลังหลายปีหรืองานที่ยังไม่เสร็จ รางวัลแบ่งเป็นสองประเภทคือ พ็อพพูลาร์โหวต กับ จูรี่อะวอร์ด (jury award) มีงานจากทั่วโลกนับพันผลงานส่งเข้าประกวดแต่ละประเภท” มฆไกร สุธาดารัตน์ ประธาน FOS  กล่าวและว่า ผลงานสถาปัตยกรรมประเภทที่เราส่งเข้าประกวดคือ ‘คอมเมอร์เชียล-ชอปปิง เซ็นเตอร์’ 

“มีชอปปิงมอลล์จากทั่วโลก ทั้งยุโรป มิดเดิลอีสต์ และเอเชีย ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดมากมายในรอบแรก และคัดเหลือ 5 ผลงานสุดท้ายเพื่อการโหวต ซึ่ง ''เมกา ฟู้ดวอล์ค' ชนะพ็อพพูลาร์โหวต ได้คะแนนการโหวตสูงสุดจากคนทั่วโลกที่เข้าดูข้อมูลในเว็บไซต์อาร์คิไทเซอร์ และในจำนวนห้าผลงานสุดท้ายนี้มีงานของ ซาฮา ฮาดิด (Zaha Hadid) ที่มิลานด้วยที่เข้ามาแล้วแพ้พ็อพพูลาร์โหวต แต่เขาไปได้รางวัลจูรี่” มฆไกร กล่าว

เมกา ฟู้ดวอล์ค เป็นอาคาร 3 ชั้น ประกอบด้วยร้านอาหาร 30 ร้าน, ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต, เลมอนฟาร์ม(ออร์แกนิค) และร้านเพื่อสุขภาพ-ความงามจากญี่ปุ่น มัตสึโมโตะ คิโยชิ Matsumoto Kiyoshi) รวมพื้นที่ 20,000 ตารางเมตร และอาคารสำหรับจอดรถอีก 38,000 ตารางเมตร สร้างเสร็จเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ.2560 ใช้เวลาก่อสร้าง 12 เดือน

M4

ปพิตชญา สุวรรณดี และมฆไกร สุธาดารัตน์

“เมกา ฟู้ดวอล์ค เกิดมาจากงานที่เราฟังเสียงลูกค้าอยากได้อะไรเพิ่มขึ้น อะไรที่ยังขาด โจทย์หลักๆ ของเรามีสองส่วน ส่วนแรกคือร้านอาหารที่ลูกค้ามาถาม ว่าร้านนั้นร้านนี้มีไหม บางคนถึงกับบอกให้ช่วยเชิญมาเปิดหน่อย กับในกลุ่มประเภทซูเปอร์มาร์เก็ต ลูกค้าจำนวนมากอยากได้สินค้าพรีเมียมมากขึ้น มีความกระจาย(range)ประเภทสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการทุกคนในครอบครัวมากขึ้น ตึกนี้ที่เราจะขยายจึงมีร้านอาหารและซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นตัวหลัก เป็นการเก็บข้อมูลช่วงสอง-สามปีก่อนเราออกแบบ” ปพิตชญา สุวรรณดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าเมกาบางนา กล่าวและว่า กับในส่วนที่สอง คือความจำเป็นเรื่อง ‘พื้นที่จอดรถ’

การออกแบบกำหนดโจทย์ไว้ 3 ข้อใหญ่ เพื่อให้สอดคล้องกับประโยชน์ใช้สอยของอาคารแห่งใหม่ 

“ข้อแรก พื้นที่ต้องเหมาะกับร้านอาหารผู้เช่า ข้อสอง-การเชื่อมต่อ (connectivity) ที่จอดรถร้านอาหารตึกเดิม เดินสบาย ไม่ตากแดดตากฝน โจทย์สุดท้ายเป็นเรื่อง บรรยากาศ(ambience) จะออกแบบอย่างไรให้บรรยากาศมีความแตกต่างจากการเดินศูนย์การค้าทั่วไป แตกต่างอย่างไรได้บ้าง จากที่เดินในห้างที่มีระบบปรับอากาศ ห้างเราก็มีพื้นที่นั้นอยู่แล้ว ตึกใหม่เราจะลองอะไรที่ไม่เหมือนเดิม คือไม่แอร์(ระบบปรับอากาศ) สิ่งที่ได้ชดเชย(compensate)กลับมา คือความเขียวของต้นไม้ ระบบการระบายอากาศ(ventilation)ที่ดีเป็นธรรมชาติ” คุณปพิตชญา กล่าวพร้อมกับยกตัวอย่าง

“ในสายตาสถาปนิกที่มองภาพใหญ่ เรามองว่าเมืองขาดอะไร คือขาดพื้นที่สีเขียว เป็นความตั้งใจที่เราจะใส่พื้นที่สีเขียวให้กับโครงการ และน่าเดิน ใช้งานได้จริงๆ ไม่ใช่แค่เขียวด้วยการปลูกต้นไม้อย่างเดียว แต่คนเข้าไปใช้งานแล้วไม่สนุก” คุณมฆไกร กล่าวถึงการออกแบบบรรยากาศอาคาร ‘เมกา ฟู้ดวอล์ค’ ให้มีความเป็นธรรมชาติจริงๆ โดยอธิบายเพิ่มเติมต่อไปว่า

“ด้วยจำนวนคนเข้ามาใช้งานขึ้นไปถึงแสนคนต่อวันก็มี..และบ่อยครั้งด้วย เหมือนตำบลหนึ่งที่มีคนอยู่อาศัยเต็มไปหมด เรามองว่า ถ้าศูนย์กลางของเมกาบางนาที่เป็นอาคารเดิมเป็นเหมือนตัวเมือง(downtown) ส่วนที่ต่อขยายไปรอบนอกก็เหมือนกับค่อยๆ มีความเป็นธรรมชาติมากขึ้นเมื่อห่างจากตัวเมือง เราก็ตีความว่า ส่วนที่เป็นฟู้ดวอล์คอันใหม่นี้นำเสนอความเป็นธรรมชาติจริงๆ” 

คุณมฆไกรนำสุนทรีย์ของ หุบเขา (Valley) ถ่ายทอดออกมาเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมของ ‘เมกา ฟู้ดวอล์ค’ ซึ่งคลี่คลายความยากของโจทย์ ‘การเชื่อมต่อ’ ของพื้นที่

10 (30)

M3

การออกแบบทางเดินภายใน ‘หุบเขา’ 

“ไม่ว่าจะเป็นค่าระดับของลานจอดรถที่ลาดเอียงเข้ามา มีอุโมงค์ลอดใต้ไปหาลานจอดรถเดิม ค่าระดับชั้นหนึ่ง-ชั้นสอง ค่าระดับต่างๆ เราแก้ปัญหา(workout)โดยทำให้กลายเป็นพื้นที่ลาดเอียง (slope) เชื่อมโยงระหว่างชั้นล่างสุดขึ้นไปถึงชั้นสาม โดยคนไม่รู้เลยว่ามีการเปลี่ยนระดับอย่างค่อยเป็นค่อยไป เราวางลานกว้าง(courtyard)ไว้ตรงกลางเหมือนหุบเขา แล้วจัดวางร้านรอบๆ ขอบคอร์ดยาร์ดอย่างกลมกลืนไร้รอยต่อที่สุดกับโครงการเดิมในแง่ของการเดินและระบบการสัญจร พอตรงกลางมีคอร์ดยาร์ด เราก็อยากใส่กิจกรรมเข้าไป เป็นพลาซ่า ไว้จัดมินิคอนเสิร์ต จัดตลาดนัด จัดงานประชาสัมพันธ์ขององค์กรท้องถิ่นหรืองานของชุมชนก็ได้ครับ”

พื้นที่ส่วนที่เป็นธรรมชาติจริงๆ เป็นการทำงานร่วมกับนักออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม ทำให้พื้นที่ลาดเอียงชั้นล่างกลายเป็น ป่าที่มีความชุ่มชื้น มีเครื่องเล่นของเด็กๆ ที่เข้ามาเล่นได้จริง กินข้าวเสร็จ ลงมาเดินย่อยอาหาร คุยกัน ถ่ายรูป หยุดนั่งเล่นได้ เกิดเสียงหัวเราะ ไม่ใช่แค่ชอปปิงแล้วกลับบ้าน 

M9

“ระบบการให้น้ำกับต้นไม้ก็สำคัญ ถ้าเอามือไปจุ่มในน้ำที่เป็นลำธารจะรู้สึกเย็นกว่าปกติ เราใช้วิธีการเอาน้ำธรรมดาผ่านการทำความเย็น แล้วส่งให้ไหลออกมาเป็นลำธารที่มีไอเย็น อยู่ใกล้ลำธารจะรู้สึกเย็น ให้อุณหภูมิในบริเวณนั้นลดลงโดยธรรมชาติ นอกเหนือจากระบบพ่นละอองน้ำที่มีอยู่แล้ว เป็นความตั้งใจของการออกแบบ”

M2

หลังคาโพลีคาร์บอเนตขนาดมหึมาคลุมอาคาร ‘เมกา ฟู้ดวอล์ค’ และลานกลางอาคาร การไล่ระดับความลาดเอียงของชั้นต่างๆ การปลูกต้นไม้ตามธรรมชาติ ถ่ายทอดคอนเซปต์ความสุนทรีย์ของ ‘หุบเขา’

ต่อเนื่องไปถึง ‘โครงสร้างอาคาร’ โดยเฉพาะ หลังคา ที่คลุมเหนือพื้นที่ขนาดใหญ่ และต้องมีส่วนของหลังคาใสให้แสงธรรมชาติลงมาที่ต้นไม้ เพื่อให้ต้นไม้ไม่ตายและโตเป็นธรรมชาติ กับส่วนหลังคาทึบเหนือพลาซ่าสำหรับจัดงานอีเวนต์ ไม่ให้คนเปียกฝนและไม่รู้สึกร้อน จึงเลือกใช้วัสดุ แผ่นโพลีคาร์บอเนต แทนกระจกที่มีน้ำหนักมาก รวมทั้งระบบอื่นๆ ที่คิดร่วมกับทีมวิศวกรเมกาบางนา เช่น การแก้ปัญหาเรื่องความร้อน การระบายอากาศ การระบายลม 

ระหว่างดำเนินงานก่อสร้างมีความยากหลายอย่าง 

“มีร้านอาหารที่เป็นแนวอาคารเดิม แต่เราต้องสร้างอาคารที่มองจากภาพข้างนอกไปประกบ ทำอย่างไรให้การก่อสร้างไม่กระทบการเปิดบริการของร้านเดิม และร้านตั้งอยู่บนแนวถังน้ำใต้ดิน เราไม่สามารถตอกเสาเข็มลงไปได้ เราต้องสร้างอาคารใหม่ แล้วยื่นอาคารใหม่เข้าไปประกบกับอาคารเขา โดยไม่ปักเสาลงไปในถังน้ำ ยากมากเหมือนกันในแง่ดีไซน์และการก่อสร้าง” คุณมฆไกรยกตัวอย่าง

เมกาบางนาเป็นศูนย์การค้าที่มีวิสัยทัศน์พัฒนาธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม อาทิ การติดตั้ง แผงโซลาร์ (solar panel) เต็มพื้นที่ 8,000 ตารางเมตรบนหลังคาอาคารเดิม และ โรงบำบัดน้ำเสียมาตรฐานสากล ด้วยเทคโนโลยีเมมเบรนไม่ใช่สารเคมี และการเปลี่ยนหลอดไฟส่องสว่างในอาคารและป้ายโฆษณาเป็น หลอดแอลอีดี ที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น

“ตอนเราสร้างอาคารเมกาฟู้ดวอล์ค เรานำโปรเจคโซลาร์พาเนลมาใส่ด้วย ปัจจุบันกำลังดำเนินงานกันอยู่ ถ้าแล้วเสร็จจะป้อนพลังงานไฟฟ้ามาที่ระบบควบคุมอุณหภูมิที่เราใส่ไว้ในแลนด์สเคปด้านล่าง(ระบบทำน้ำเย็น) โดยไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานจากไฟฟ้า ถึงแม้เป็นพลังงานหน่วยเล็กๆ หน่วยหนึ่ง  แต่เป็นสิ่งที่เราคิดว่าเราทำได้และเราก็อยากทำ” คุณปพิตชญา กล่าวและว่า ขณะที่การบำบัดน้ำเสีย เริ่มตั้งแต่การกำหนดให้ร้านค้า-ร้านอาหารมีระบบบำบัดน้ำเสียภายในร้านให้มีน้ำเสียมีคุณภาพเบื้องต้นก่อนส่งไประบบบำบัดนำเสียส่วนกลางของโครงการ ซึ่งเป็นระบบที่ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมเลย ตั้งแต่การเลือกใช้สารเคมี อุปกรณ์ในระบบ ทำให้คุณภาพน้ำที่บำบัดแล้วมีคุณภาพดีมากสำหรับการนำกลับมาใช้ในระบบรดน้ำต้นไม้ และตั้งใจนำมาใช้ในระบบห้องน้ำทั้งหมดต่อไป

“รางวัลที่โหวต ไม่ได้มองถึงความสวยเท่านั้น ความสวยเป็นเรื่องความชอบแต่ละคน(subjective) สวยในสายตาแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่มันจะต้องมีอะไรมากไปกว่านั้น คือ การมอบอะไรให้สังคม(social contribution) พื้นที่สีเขียว การประหยัดพลังงาน การช่วยให้สถาบันครอบครัว สถาบันชุมชน แข็งแรงมากขึ้น คือมองข้ามไปถึงระดับที่จะทำให้เมืองดีขึ้นและคนในเมืองมีความสุขมากขึ้นด้วย นอกเหนือจากความสวยงามของตัวอาคาร” คุณมฆไกร กล่าวถึงรางวัลทางสถาปัตยกรรม Architizer A+ Awards ที่ ‘เมกา ฟู้ดวอล์ค’ ได้รับ

งานออกแบบของ เมกา ฟู้ดวอล์ค ยังเข้ารอบสุดท้ายของการประกวด World Architecture Festival 2018 ประเภทชอปปิงเซ็นเตอร์ ซึ่งเมกาบางนาเตรียมนำเสนอผลงานต่อหน้าคณะกรรมการในงานที่จะจัดขึ้นที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เดือนพฤศจิกายนนี้

เปิดอ่าน 2,120