แดนมังกร On feet

November 10, 2019
by ชิปมั้งก์

เมื่ออัตลักษณ์ของ 8 เมืองสำคัญของจีนถูกถ่ายทอดผ่านการออกแบบลงบนรองเท้ายอดนิยมอย่าง adidas Ultra BOOST เกิดเป็นผลงานศิลปะที่จับต้องได้ และสวมใส่ไปไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเดินหรือวิ่ง

แทบจะเป็นธรรมเนียมของแบรนด์นี้ไปแล้วกับการนำเอาจุดเด่นของเมืองใหญ่มารังสรรค์ลงบนรองเท้าในนาม ‘City Pack’ แน่นอนว่าแพ็คล่าสุดที่กำลังถูกพูดถึงในบรรดาสนีกเกอร์เฮดและในหมู่นักวิ่ง คือ Ultra BOOST คอลเลคชันสุดพิเศษ ‘China City Focus’ ซึ่งหยิบโมเดล Ultra BOOST 2.0 และ 4.0 มาเป็นต้นแบบ แล้วชูความเป็นเมืองนั้นๆ ด้วย colorway ที่สวยงามแตกต่างกัน ประกอบด้วย 8 เมืองชื่อดังของจีน ได้แก่ หนานจิง, เซี่ยงไฮ้, ซีอาน, ปักกิ่ง, หางโจว, เฉินหยาง, กวางตุ้ง, และหวู่ฮั่น

สิ่งแรกที่ทำให้รองเท้าแพ็คนี้เป็นที่จับตามอง หนีไม่พ้นการดีไซน์ที่ต้องบอกว่าสวยโดดเด่นมาก ตั้งแต่การเลือกรุ่นคลาสสิคอย่าง UB 2.0 กับ 4.0 ที่ไม่ว่าจะผ่านกาลเวลามานานแค่ไหนก็ยังเป็นที่นิยมอยู่เหมือนเดิม ยิ่งใส่ลูกเล่นต่างๆ ลงไปบนตัวรองเท้าในแทบทุกจุดยิ่งเพิ่มความสวยความหล่อ จนหลายคนยกให้เป็นคอลเลคชันของรองเท้า Ultra BOOST ที่ค่อนข้าง hype เลยทีเดียว

อย่างตัวแรกที่เพียงเปิดกล่องมาเห็นตัวจริงก็ทำเอาตกหลุมรักอย่างหัวปักหัวปำ คือ adidas Ultra BOOST 2.0 ‘Nanjing’ สีดำเข้มครึมแต่เต็มไปด้วยสีสันบริเวณ midsole และบริเวณ heel cup ไล่เฉดสีเหลืองไปจนถึงสีม่วง จากปลายเท้าด้านหน้าไปสู่ส้นเท้า ซึ่งสีสันเหล่านี้ก็มีที่มาที่ไป คือได้รับแรงบันดาลใจจากสายน้ำที่ไหลในยามค่ำคืน เมื่อแม่น้ำชินหวย (Qinhuai) ต้องแสงจันทร์จะสะท้อนสีสันบนผืนน้ำ เหมือนกับสีที่ปรากฏบน midsole อย่างไรอย่างนั้น

สำหรับรองเท้าในแพ็คนี้ทุกคู่จะมีตราสัญลักษณ์ที่ออกแบบด้วยแรงบันดาลใจจากจุดเด่นของแต่ละเมือง อย่างคู่หนานจิงนี้ก็มีตราสัญลักษณ์อยู่ที่ heel cup ด้านนอกทั้งสองข้างและบนลิ้นรองเท้าข้างขวา เป็นรูปคล้ายเหรียญเงินโบราณของจีน มีรูตรงกลาง อีกนัยหนึ่งคือบานหน้าต่างที่มองออกไปเห็นทิวทัศน์ของสายน้ำและท้องฟ้ายามราตรีที่งดงาม

ส่วนบริเวณ Cage ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ติดตัวรองเท้าในซีรีส์ Ultra BOOST มาแสนนาน ทำหน้าที่ประคองเท้าให้กระชับเมื่อสวมใส่หรือต้องเคลื่อนไหวทั้งเดินและวิ่ง เพิ่มประสิทธิภาพไม่ให้เท้าขยับเกินความจำเป็นซึ่งอาจทำให้สูญเสียแรงที่กระทำต่อรองเท้าโดยเปล่าประโยชน์ ในคู่นี้ก็มีลวดลายตราสัญลักษณ์แบบเดียวกับตรง heel cup กับ ลิ้นรองเท้าข้างขวา สกรีนอย่างสวยงามที่ Cage ฝั่งด้านใน

75388253_2615523275173135_1714323680663699456_o

ประเดี๋ยวค่อยว่าถึงเรื่องเทคโนโลยีที่อัดแน่นมาในรองเท้าซีรีส์ เพราะนอกจากหนานจิงยังมีอีก 7 คู่ 7 เมือง ที่แตกต่างแต่ดูดีไม่แพ้กัน

อย่าง adidas Ultra BOOST 2.0 ‘Shanghai’ ที่ยกจุดเด่นของเซี่ยงไฮ้คือความเป็นเมืองประวัติศาสตร์แต่อีกด้านคือเมืองที่สุดทันสมัย โดยใช้พื้นฐานของรุ่น 2.0 สีเทามาบอกเล่าเรื่องราว แทนอาคารเก่าซึ่งเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ของเมือง เสมือนตัวเชื่อมร้อยระหว่างยุคสมัยอันแตกต่างกัน

สีเทาของ upper ตัดกับสีสันของ midsole ที่มีลูกเล่นไม่แพ้คู่หนานจิง เพราะได้แรงบันดาลใจจากแสงไฟที่สะท้อนจากเมืองลงบนแม่น้ำผู่เจียง (Pujiang) ไล่เฉดสีเสมือนกำลังนั่งชมวิวยอดนิยมของเซี่ยงไฮ้จริงๆ

ส่วน adidas Ultra BOOST 2.0 ‘Xian’ หรือ ซีอาน ก็ได้รับแรงบันดาลใจจากความเป็นเมืองประวัติศาสตร์สะท้อนผ่านกำแพงเมืองอันเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของซีอาน นอกจากนี้ยังหมายถึงตัวแทนของความก้าวหน้าด้านวิศวกรรมซึ่งประเทศจีนมีมานานแล้ว

ต่อด้วย adidas Ultra BOOST 2.0 ‘Bejing’ ที่ชูความโดดเด่นของถนนหนทางในปักกิ่งและจิตวิญญาณของปักกิ่ง ส่วน adidas Ultra BOOST 2.0 ‘Hangzhou’ ก็ชูเรื่องความงดงามของธรรมชาติ ความเป็นเมืองแห่งกีฬา เต็มไปด้วยสวนสาธารณะและความนิยมของผู้คนที่ออกมาใช้ชีวิตกลางแจ้งของเมืองหางโจว และคู่สุดท้ายที่ใช้รุ่น 2.0 มาเป็นต้นแบบ คือ adidas Ultra BOOST 2.0 ‘Shen Yang’ รองเท้าประจำเมืองเฉินหยาง มาในธีมแดงและเขียว ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากการแต่งกายพื้นเมือง นับว่าเป็นคู่ที่สีสวยลงตัวมากอีกคู่หนึ่งในคอลเลคชันนี้

อีกสองคู่ที่ใช้ Ultra BOOST 4.0 มาเป็นต้นแบบ คือ adidas Ultra BOOST 4.0 WMNS ‘Canton’ ของกวางตุ้ง ที่มีชื่อเสียงเรื่องการเลี้ยงแกะและติ่มซำ ส่วนอีกคู่คือ adidas Ultra BOOST 4.0 WMNS ‘Wu Han’ รองเท้าประจำเมืองหวู่ฮั่นซึ่งได้แรงบันดาลใจจากจิตวิญญาณรวมไปถึงบะหมี่แสนอร่อย

73333457_2615523181839811_2935998566478381056_o

ภายใต้รูปลักษณ์ภายนอกอันสวยงามและเต็มไปด้วยเรื่องราวมีเทคโนโลยีมากมายซ่อนอยู่ เช่น เทคโนโลยีพื้นชั้นกลางที่ทำจากโฟม BOOST เต็มทั้งพื้นรองเท้า ให้ความรู้สึกนุ่ม แน่น รับแรงกระแทกได้ดีมาก จนหลายคนยกให้รองเท้าในซีรีส์ BOOST เป็นรองเท้าที่ใส่เดินดีที่สุดคู่หนึ่ง ส่วนพื้นรองเท้าทำจากยาง Continental ทั้งยึดเกาะดีเยี่ยมและทนทานมาก

ส่วนภายในพื้นรองเท้านั้นมีเทคโนโลยีที่ชื่อว่า Torsion System หรือแกนกลางรองเท้าทำจากพลาสติก มีหน้าที่เสมือนกระดูกสันหลัง ช่วยให้โฟมคงรูป ไม่เสียรูป ที่สำคัญในแง่การใช้งานยังช่วยส่งแรงหรือเรียกกันง่ายๆ ว่า “เด้ง”

  นอกจากการยอมรับในฐานะ ‘รองเท้าเดินดี’ รองเท้าซีรีส์นี้ยังเป็น ‘รองเท้าวิ่งดี’ โดยเฉพาะสาย Long Run ที่ต้องการการซัพพอร์ตมากหน่อย เพราะเคยพาเจ้า 2.0 ผ่านฮาล์ฟมาราธอนมาแล้วอย่างสบายและไม่เกิดอาการบาดเจ็บแม้แต่น้อย

***

ติดตามเรื่องราวน่าสนใจรวมทั้งข่าวสารในวงการ Gadget ได้ทุกวันเสาร์ในคอลัมน์ Each Am Are เซคชั่นเสาร์สวัสดี หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ